Honda Winner R 2026 สปอร์ตครอบครัวโฉมใหม่ เริ่ม 55,000 บาท ฟีเจอร์สุดตึง!

Honda Winner R 2026 คือการยกระดับรถครอบครัวสายสปอร์ตของ Honda ในตลาดเวียดนามจาก Winner X เดิม ไปสู่ภาพลักษณ์ที่ใกล้เคียงกับรถสปอร์ตฟูลแฟริ่งมากขึ้น ทั้งรูปทรงด้านหน้า เส้นสายแฟริ่ง ชุดไฟ และส่วนท้าย ขณะเดียวกันยังคงพื้นฐานสำคัญอย่างเครื่องยนต์ DOHC 150 ซีซี เกียร์ 6 สปีด พร้อมเพิ่มเทคโนโลยีสำหรับการขับขี่และการใช้งานในชีวิตประจำวันมาอย่างครบถ้วน

Winner R ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศเวียดนามเมื่อเดือนกันยายน 2025 ก่อนถูกจัดอยู่ในไลน์อัปรุ่นปี 2026 โดย Honda เปลี่ยนตัวอักษรต่อท้ายจาก X มาเป็น R ซึ่งสื่อถึง Racing และต้องการสร้างความเชื่อมโยงกับภาพลักษณ์รถสปอร์ตของค่ายให้ชัดเจนยิ่งขึ้น


HHQ0nk.jpeg

ดีไซน์ใหม่ เน้นความเป็นสปอร์ตมากกว่า Winner X

Honda Winner R ได้รับการออกแบบตัวรถใหม่โดยเน้นสัดส่วนที่ดูกระชับและมีความเป็น Super Sport มากขึ้น ด้านหน้าใช้แฟริ่งทรงแข็งแรง ขณะที่ช่วงท้ายถูกออกแบบให้เรียว พร้อมซ่อนมือจับผู้โดยสารเข้ากับเส้นสายตัวรถ ช่วยลดความรู้สึกแบบรถครอบครัวทั่วไป

แฟริ่งถูกออกแบบให้เส้นสายต่อเนื่องตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงด้านท้าย พร้อมคำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อช่วยให้กระแสลมไหลผ่านตัวรถได้ดีขึ้น ขณะที่ตำแหน่งพักเท้าและพื้นที่ช่วงกลางยังคงเน้นความสะดวกในการควบคุมตามลักษณะของรถ Underbone


HHQkir.png

ไฟ LED ดีไซน์ใหม่ พร้อม Crystal Light

ระบบไฟเป็นอีกหนึ่งส่วนที่ Honda ปรับใหม่ โดยใช้ไฟ LED พร้อมชุดไฟหน้าที่รวมเข้ากับไฟเลี้ยวในดีไซน์ขนาดกะทัดรัด ได้แรงบันดาลใจจากรถสปอร์ตขนาดใหญ่ของ Honda

Honda ยังนำเทคโนโลยี Crystal Light มาใช้กับไฟหน้า LED เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านความสว่างและการมองเห็น พร้อมออกแบบชุดไฟให้เข้ากับแฟริ่งที่มีรูปทรงเฉียบคมมากขึ้น

เครื่องยนต์ DOHC 149.2 ซีซี 4 วาล์ว

หัวใจของ Honda Winner R เป็นเครื่องยนต์รหัส KC46E แบบสูบเดียว 4 จังหวะ DOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุจริง 149.2 ซีซี กระบอกสูบและช่วงชัก 57.30 x 57.84 มม. พร้อมอัตราส่วนกำลังอัด 11.3:1

กำลังสูงสุดอยู่ที่ 11.5 kW ที่ 9,000 รอบ/นาที หรือคิดเป็นประมาณ 15.6 PS ส่วนแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 13.5 Nm ที่ 7,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด

Honda ยังปรับองศาการเปิดวาล์วและรายละเอียดภายในของเครื่องยนต์ เพื่อให้การตอบสนองต่อเนื่องในช่วงรอบต่าง ๆ พร้อมรักษาคาแรกเตอร์เครื่องยนต์ DOHC ที่สามารถลากรอบสูงได้ตามแนวทางของรถสปอร์ต Underbone

ลดแรงสั่นและเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์

Winner R ได้รับการปรับระบบลดแรงสั่นโดยใช้เพลาข้อเหวี่ยงและเพลาบาลานเซอร์ร่วมกับชุดบูชรองรับตลับลูกปืน พร้อมปรับชุดเฟืองและตลับลูกปืนบางตำแหน่งเพื่อลดเสียงจากการทำงานของระบบส่งกำลัง

การปรับปรุงดังกล่าวช่วยให้เครื่องยนต์มีความนุ่มนวลขึ้นเมื่อต้องใช้รอบสูงหรือเดินทางต่อเนื่อง ซึ่งเป็นจุดสำคัญสำหรับรถที่ต้องทำหน้าที่ทั้งรถใช้งานประจำวันและรถสำหรับขี่แบบสปอร์ต

เทคโนโลยีลดแรงเสียดทานภายใน

เครื่องยนต์ PGM-FI ของ Winner R ยังใช้เทคโนโลยีลดแรงเสียดทานหลายรายการ เช่น กระบอกสูบแบบ Offset Cylinder, กระโปรงลูกสูบเคลือบ Molybdenum, Roller Rocker Arm และปลอกกระบอกสูบที่ได้รับการออกแบบเพื่อลดการสูญเสียพลังงาน

การลดแรงเสียดทานช่วยให้เครื่องยนต์หมุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมสนับสนุนทั้งการตอบสนองและการควบคุมอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

HHQ83g.jpeg

เกียร์ 6 สปีด พร้อม Assist & Slipper Clutch

Winner R ยังคงเป็นรถคลัตช์มือเต็มรูปแบบ พร้อมเกียร์ 6 สปีด และระบบ Assist & Slipper Clutch ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พบในรถสปอร์ตขนาดใหญ่หลายรุ่น

ระบบ Assist ช่วยลดแรงที่ต้องใช้ในการกำคลัตช์ ขณะที่ Slipper Clutch จะช่วยลดแรงกระชากจากเครื่องยนต์เมื่อลดเกียร์อย่างรวดเร็ว ลดโอกาสเกิดอาการล้อหลังกระโดดหรือล็อก และช่วยให้การเข้าโค้งทำได้อย่างต่อเนื่องมากขึ้น

จุดนี้ถือเป็นหนึ่งในความแตกต่างสำคัญระหว่าง Winner R กับรถครอบครัวทั่วไป เพราะผู้ขี่ยังคงสามารถควบคุมจังหวะเกียร์และรอบเครื่องยนต์ด้วยตัวเอง พร้อมระบบช่วยลดภาระเมื่อต้องใช้งานในเมือง

ดิสก์เบรกหน้า พร้อม ABS ในรุ่น Special และ Sport

Winner R รุ่น Special และ Sport ติดตั้ง ABS ที่ล้อหน้า ทำงานร่วมกับดิสก์เบรก เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดอาการล้อล็อกเมื่อต้องเบรกกะทันหันหรือขี่บนพื้นผิวที่มีแรงยึดเกาะต่ำ

ระบบ ABS เป็นแบบ Single-Channel ทำงานเฉพาะล้อหน้า ขณะที่รุ่น Standard ไม่มี ABS ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่ทำให้ราคาของแต่ละรุ่นย่อยแตกต่างกัน

Smart Key มีให้ทุกรุ่น

ต่างจากอุปกรณ์บางรายการที่สงวนไว้เฉพาะรุ่นสูง Honda ติดตั้ง Smart Key ให้กับ Winner R ทั้ง 3 รุ่นย่อย สามารถใช้สำหรับเปิดระบบรถ ปลดล็อก และค้นหาตำแหน่งรถผ่านรีโมตได้

บริเวณสวิตช์กุญแจยังมีวงแหวน LED สีฟ้าที่จะสว่างขึ้นเมื่อระบบทำงาน ช่วยเพิ่มรายละเอียดด้านความทันสมัยให้กับห้องควบคุม

HHQETl.png

หน้าจอ Full Digital

มาตรวัดของ Winner R เป็นหน้าจอดิจิทัลแบบ Negative Display ออกแบบด้วยรูปทรงขนาดกะทัดรัดและมีความสปอร์ต สามารถแสดงข้อมูลสำคัญระหว่างการขับขี่ได้อย่างครบถ้วน

สำหรับรถที่ใช้เกียร์ 6 สปีด การแสดงตำแหน่งเกียร์และรอบเครื่องยนต์ช่วยให้ผู้ขี่สามารถเลือกจังหวะเปลี่ยนเกียร์ได้สะดวก โดยเฉพาะเมื่อต้องการใช้สมรรถนะของเครื่องยนต์ในช่วงรอบสูง

USB Type-A ในรุ่น Special และ Sport

Winner R รุ่น Special และ Sport ติดตั้งช่องชาร์จ USB Type-A บริเวณด้านหน้ารถ พร้อมฝาปิดกันน้ำ รองรับการชาร์จสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์พกพาระหว่างเดินทาง

นอกจากนี้สองรุ่นดังกล่าวยังมาพร้อมโซ่แบบ O-Ring ซึ่งช่วยเพิ่มอายุการใช้งานและลดความถี่ในการบำรุงรักษาเมื่อเทียบกับโซ่รูปแบบพื้นฐาน

ล้อ 17 นิ้ว ยางหลังใหญ่ 120 มม.

Honda Winner R ใช้ล้อขนาด 17 นิ้ว โดยด้านหน้าสวมยางขนาด 90/80-17 ส่วนด้านหลังใช้ขนาด 120/70-17 ซึ่งถือว่ามีหน้ายางหลังค่อนข้างใหญ่สำหรับรถ Underbone

ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้กเทเลสโคปิกแบบไฮดรอลิก ส่วนด้านหลังเป็นโช้กเดี่ยวหรือ Mono Shock ช่วยรักษาสัดส่วนที่กะทัดรัดและสร้างบุคลิกการควบคุมแบบสปอร์ต

เบาะสูง 795 มม. น้ำหนักประมาณ 123–124 กก.

Winner R มีมิติตัวรถยาว 2,013 มม. กว้าง 725 มม. และสูง 1,075 มม. ระยะฐานล้อ 1,277 มม. พร้อมระยะห่างจากพื้น 153 มม. และความสูงเบาะ 795 มม.

น้ำหนักตัวรถอยู่ที่ประมาณ 123–124 กก. ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและอุปกรณ์ โดยรุ่นที่ติดตั้ง ABS และอุปกรณ์เพิ่มเติมจะมีน้ำหนักมากกว่าเล็กน้อย ขณะที่ถังน้ำมันมีความจุ 4.5 ลิตร

ตัวเลขดังกล่าวยังทำให้ Winner R มีขนาดที่กะทัดรัดกว่ารถสปอร์ตฟูลแฟริ่งทั่วไป และเหมาะกับลักษณะการใช้งานที่ต้องลัดเลาะในเมืองควบคู่กับการขี่ด้วยความเร็วสูงขึ้น

อัตราสิ้นเปลือง 2.59 ลิตรต่อ 100 กม.

Honda ระบุอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของ Winner R ไว้ที่ 2.59 ลิตรต่อ 100 กม. ตามวิธีการทดสอบ UDC หรือคิดเป็นระยะทางประมาณ 38.6 กม./ลิตร

เมื่อจับคู่กับถังน้ำมัน 4.5 ลิตร หากคำนวณตามตัวเลขมาตรฐานจะได้ระยะทางเชิงทฤษฎีประมาณ 174 กม. ต่อการเติมเต็มถังหนึ่งครั้ง โดยตัวเลขในการใช้งานจริงสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเร็ว สภาพการจราจร และรูปแบบการขับขี่

3 รุ่นย่อย พร้อมสีใหม่

Honda Winner R 2026 แบ่งออกเป็น 3 รุ่นย่อย โดยรุ่น Standard มีสีดำ-เงิน และแดง-ดำ ขณะที่รุ่น Special มีตัวเลือกน้ำเงิน-ดำ แดง-ดำ เทา-ดำ และดำ ส่วนรุ่น Sport ใช้สีแดง-ดำที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก CBR1000RR-R

รุ่น Sport จึงเน้นภาพลักษณ์ Racing มากที่สุด ขณะที่ Special เป็นรุ่นที่มีสีให้เลือกหลากหลาย และ Standard เน้นราคาเข้าถึงง่ายกว่า แต่ยังคงได้เครื่องยนต์ 150 ซีซี เกียร์ 6 สปีด Assist & Slipper Clutch และ Smart Key เหมือนกัน

ราคาใหม่เริ่ม 46.36 ล้านดอง

หลังการปรับราคาจำหน่ายของ Honda Vietnam ที่มีผลตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2026 Winner R รุ่น Standard มีราคาแนะนำ 46.36 ล้านดอง รุ่น Special ราคา 50.26 ล้านดอง และรุ่น Sport ราคา 50.76 ล้านดอง

คิดเป็นเงินไทยแบบคร่าว ๆ รุ่นเริ่มต้นอยู่ในช่วงประมาณ 55,000–60,000 บาทตามอัตราแลกเปลี่ยน โดยราคาดังกล่าวเป็นราคาของตลาดเวียดนามและยังไม่รวมโครงสร้างภาษีหรือค่าใช้จ่ายหากมีการนำไปจำหน่ายในประเทศอื่น

คู่แข่งตรงของ Yamaha Exciter 155

ตำแหน่งของ Honda Winner R อยู่ในกลุ่มเดียวกับ Yamaha Exciter 155 ซึ่งเป็นรถ Underbone สปอร์ตคลัตช์มือที่ได้รับความนิยมสูงในเวียดนาม โดยทั้งคู่ใช้เครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยน้ำ เกียร์ 6 สปีด และเน้นผู้ใช้ที่ต้องการความสนุกในการควบคุมมากกว่ารถครอบครัวทั่วไป

ฝั่ง Yamaha มีจุดขายสำคัญจากเครื่องยนต์ 155 ซีซี พร้อม VVA ส่วน Winner R เลือกใช้เครื่องยนต์ DOHC 149.2 ซีซี พร้อม Assist & Slipper Clutch, Smart Key และ ABS ในรุ่นบน ทำให้การแข่งขันไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขแรงม้าเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงบุคลิกเครื่องยนต์ ระบบช่วยเหลือ และลักษณะการใช้งาน

Honda Winner R 2026 จึงเป็นรถที่พยายามรักษาข้อดีของรถครอบครัวเอาไว้ ทั้งความกะทัดรัดและการใช้งานประจำวัน แต่ยกระดับด้านรูปลักษณ์ เครื่องยนต์และอุปกรณ์ให้เข้าใกล้รถสปอร์ตมากขึ้น ด้วยเครื่องยนต์ DOHC 150 ซีซี เกียร์ 6 สปีด Assist & Slipper Clutch, Smart Key, หน้าจอดิจิทัล และ ABS ในรุ่น Special กับ Sport

สำหรับประเทศไทย ในปัจจุบันยังไม่มีการประกาศนำ Honda Winner R เข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยรถรุ่นนี้ยังทำตลาดในเวียดนามเป็นหลัก และถือเป็นหนึ่งในโมเดลที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ยังชื่นชอบรถ Underbone คลัตช์มือสมรรถนะสูง