เปิดตัว Honda X-ADV 750 2027 รถบิ๊กสกู๊ตเตอร์สายลุย รุ่นใหม่

Honda เดินหน้าอัปเดต X-ADV 750 สำหรับรุ่นปี 2027 ในตลาดยุโรป โดยครั้งนี้มุ่งเน้นการปรับภาพลักษณ์ผ่านชุดสีใหม่ทั้งหมด 4 รูปแบบ พร้อมยกระดับ 2 สีให้เป็น Special Edition ที่ได้รับลวดลาย Big Logo และโช้กหน้าสีทองเป็นอุปกรณ์เฉพาะรุ่น
พื้นฐานตัวรถ เครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง และเทคโนโลยีช่วยขับขี่ยังคงต่อเนื่องจากการปรับโฉมครั้งใหญ่ในรุ่นปี 2025 ทำให้ X-ADV 750 รุ่นปี 2027 เป็นการเพิ่มทางเลือกด้านรูปลักษณ์ มากกว่าการเปลี่ยนแปลงด้านสมรรถนะ

เลือกได้ 4 สีใหม่ แบ่งเป็นรุ่นปกติและ Special Edition
Honda X-ADV 750 รุ่นปี 2027 มีตัวเลือกสีใหม่ทั้งหมด 4 รูปแบบ ประกอบด้วย Mat Warm Ash Metallic, Pearl Deep Mud Gray, Grand Prix Red และ Mat Ballistic Black Metallic
สี Mat Warm Ash Metallic และ Pearl Deep Mud Gray จะมาในรูปแบบรุ่นมาตรฐาน พร้อมโช้กหน้าสีดำที่ช่วยให้รูปลักษณ์โดยรวมดูเรียบเข้มและกลมกลืนกับชิ้นส่วนรอบคัน
ส่วนสี Grand Prix Red และ Mat Ballistic Black Metallic ถูกยกระดับเป็น Special Edition พร้อมลวดลาย Big Logo ขนาดใหญ่บริเวณแฟริ่งด้านข้าง และโช้กหน้าสีทองที่ช่วยสร้างความแตกต่างจากรุ่นมาตรฐานอย่างชัดเจน

Grand Prix Red เพิ่มอารมณ์สปอร์ตจากสนามแข่ง
รุ่น Grand Prix Red Special Edition ใช้สีแดงเป็นโทนหลัก ตัดกับกราฟิกสีดำและสีเทาบริเวณแฟริ่งด้านข้าง ช่วยเพิ่มภาพลักษณ์สปอร์ตให้กับตัวรถที่มีพื้นฐานเป็นแอดเวนเจอร์ครอสโอเวอร์
เมื่อจับคู่กับโช้กหน้าสีทอง ชิ้นส่วนตัวถังสีดำ และล้อซี่ลวดสีเข้ม ทำให้รุ่นนี้มีบุคลิกโดดเด่นกว่า X-ADV สีเรียบ โดยไม่ลดทอนความแข็งแกร่งซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของตัวรถ
Mat Ballistic Black Metallic มาในลุคดุดันเต็มตัว
อีกหนึ่งรุ่นพิเศษคือ Mat Ballistic Black Metallic ซึ่งนำตัวถังสีดำด้านมาจับคู่กับกราฟิก Big Logo และโช้กหน้าสีทอง
ชุดสีดังกล่าวช่วยให้ X-ADV มีภาพลักษณ์ดุดันและพรีเมียมมากขึ้น โดยลวดลายขนาดใหญ่ช่วยลดความเรียบของตัวถังสีดำ ขณะที่ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ เฟรม ล้อ และแฟริ่งส่วนล่างยังคงใช้โทนสีเข้มต่อเนื่องกันตลอดทั้งคัน

พื้นฐานดีไซน์จากการปรับครั้งใหญ่ในปี 2025
X-ADV รุ่นปัจจุบันได้รับการปรับรูปลักษณ์ครั้งสำคัญในรุ่นปี 2025 ด้วยชุดไฟหน้า LED คู่รูปทรงใหม่ พร้อมไฟ DRL ที่รวมไฟเลี้ยวเข้าไว้ในชุดเดียวกัน ช่วยให้ส่วนหน้าดูทันสมัยและมีเอกลักษณ์มากขึ้น
แฟริ่งรอบคันยังคงผสมผสานรูปแบบของรถแอดเวนเจอร์เข้ากับความสะดวกแบบแม็กซิสกู๊ตเตอร์ โดยมีชิลด์บังลมขนาดใหญ่ แฮนด์ทรงกว้าง การ์ดแฮนด์ และช่วงล่างที่มีระยะยุบมากกว่าสกู๊ตเตอร์ทั่วไป
ชิลด์บังลมผลิตจากวัสดุ Durabio และสามารถปรับได้ 3 ตำแหน่งด้วยมือซ้ายเพียงข้างเดียว ช่วยให้ผู้ขี่ปรับระดับการป้องกันลมได้สะดวกขึ้นระหว่างการใช้งาน
เครื่องยนต์ 2 สูบ 745 cc กำลัง 58.6 PS
Honda X-ADV 750 รุ่นปี 2027 ยังคงใช้เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง SOHC 8 วาล์ว ขนาด 745 cc ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบหัวฉีด PGM-FI และคันเร่งไฟฟ้า
เครื่องยนต์สร้างกำลังสูงสุด 43.1 kW หรือประมาณ 58.6 PS ที่ 6,750 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 69 นิวตันเมตร ที่ 4,750 รอบต่อนาที โดยเน้นแรงบิดในช่วงรอบต่ำถึงกลางเพื่อรองรับทั้งการขับขี่ในเมือง การเดินทางไกล และเส้นทางที่มีพื้นผิวขรุขระ
โครงสร้างเครื่องยนต์ใช้กระบอกสูบและช่วงชักขนาด 77 x 80 มม. พร้อมอัตราส่วนกำลังอัด 10.7 ต่อ 1 สามารถทำความเร็วสูงสุดตามข้อมูลของ Honda ได้ประมาณ 168 กม./ชม.

เกียร์ DCT 6 สปีด เลือกขี่อัตโนมัติหรือเปลี่ยนเกียร์เองได้
ระบบส่งกำลังยังคงเป็นเกียร์ Dual Clutch Transmission หรือ DCT แบบ 6 สปีด ซึ่งใช้ชุดคลัตช์เปียก 2 ชุดแยกควบคุมเกียร์คู่และเกียร์คี่ ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ทำได้รวดเร็วและต่อเนื่อง
ผู้ขี่สามารถเลือกใช้งานในโหมดอัตโนมัติเพื่อความสะดวก หรือเปลี่ยนเกียร์ด้วยตนเองผ่านสวิตช์บริเวณแฮนด์ โดยไม่ต้องใช้ก้านคลัตช์แบบรถเกียร์ธรรมดา
ระบบ DCT ชุดนี้ได้รับการปรับการตอบสนองตั้งแต่รุ่นปี 2025 ให้ทำงานนุ่มนวลขึ้นในช่วงความเร็วต่ำและขณะเปิดคันเร่งเพียงเล็กน้อย ช่วยให้ควบคุมรถได้ง่ายขึ้นระหว่างการจราจรแบบหยุดและเคลื่อนตัวสลับกัน
โหมดขับขี่ 5 รูปแบบ รองรับทั้งทางดำและทางฝุ่น
ระบบคันเร่งไฟฟ้าทำงานร่วมกับโหมดขับขี่ทั้งหมด 5 รูปแบบ ได้แก่ Standard, Sport, Rain, Gravel และ User
แต่ละโหมดจะปรับลักษณะการตอบสนองของเครื่องยนต์ ระดับเอนจินเบรก การทำงานของระบบ DCT และระดับการควบคุมการลื่นไถล HSTC ให้เหมาะกับสภาพถนนที่แตกต่างกัน
โหมด User เปิดให้ผู้ขี่กำหนดรูปแบบการทำงานของระบบต่างๆ ตามความต้องการ ขณะที่โหมด Gravel ถูกออกแบบสำหรับพื้นผิวที่มีแรงยึดเกาะต่ำหรือเส้นทางฝุ่น

ช่วงล่างระยะยุบยาว ล้อซี่ลวด Tubeless
ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้กหัวกลับ Showa SFF-CA ขนาดแกน 41 มม. มีระยะยุบ 153.5 มม. ส่วนด้านหลังเป็นโช้กเดี่ยวทำงานร่วมกับกระเดื่อง Pro-Link และสวิงอาร์ม โดยมีระยะยุบ 150 มม.
ล้อหน้าเป็นล้อซี่ลวด Tubeless ขนาด 17 นิ้ว ใช้ยางขนาด 120/70R17 ส่วนล้อหลังมีขนาด 15 นิ้ว พร้อมยาง 160/60R15
การใช้ล้อหน้าและหลังต่างขนาดกันช่วยสร้างสมดุลระหว่างความสามารถในการผ่านพื้นผิวขรุขระ ความคล่องตัว และพื้นที่เก็บสัมภาระใต้เบาะ ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของ X-ADV

เบรกหน้าดิสก์คู่ พร้อมคาลิเปอร์เรเดียล 4 ลูกสูบ
ระบบเบรกด้านหน้าใช้จานดิสก์คู่แบบ Floating ขนาด 296 มม. ทำงานร่วมกับคาลิเปอร์เรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ
ด้านหลังเป็นจานดิสก์เดี่ยวขนาด 240 มม. พร้อมคาลิเปอร์ลูกสูบเดี่ยว โดยติดตั้งระบบ ABS เพื่อช่วยลดโอกาสล้อล็อกระหว่างการเบรกบนพื้นผิวที่มีแรงยึดเกาะแตกต่างกัน
หน้าจอ TFT 5 นิ้ว เชื่อมต่อ Honda RoadSync
อุปกรณ์ประจำรถประกอบด้วยหน้าจอ TFT สีขนาด 5 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนผ่าน Honda RoadSync ผู้ขี่สามารถเข้าถึงระบบนำทาง การโทร ข้อความ และการควบคุมเพลงผ่านสวิตช์ที่แฮนด์
นอกจากนี้ยังมีระบบ Cruise Control เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ช่วยรักษาความเร็วระหว่างการเดินทางไกล พร้อม Honda Smart Key ช่องชาร์จ USB Type-C และไฟเลี้ยวที่สามารถยกเลิกการทำงานโดยอัตโนมัติ
พื้นที่เก็บของใต้เบาะ 22 ลิตร
ใต้เบาะนั่งมีพื้นที่เก็บสัมภาระความจุ 22 ลิตร พร้อมช่องชาร์จ USB Type-C รองรับการจัดเก็บอุปกรณ์และสัมภาระสำหรับการใช้งานประจำวัน
เบาะนั่งมีความสูง 820 มม. ตัวรถมีน้ำหนักพร้อมใช้งาน 237 กก. ระยะฐานล้อ 1,590 มม. ระยะห่างจากพื้น 165 มม. และติดตั้งถังน้ำมันความจุ 13.2 ลิตร

ยังต้องรอการประกาศสำหรับประเทศไทย
Honda X-ADV 750 รุ่นปี 2027 ที่เปิดเผยในครั้งนี้เป็นเวอร์ชันสำหรับตลาดยุโรป โดย Honda ประเทศไทยยังไม่มีการประกาศกำหนดการเปิดตัว ตัวเลือกสี หรือราคาจำหน่ายของรุ่นปี 2027 อย่างเป็นทางการ
ปัจจุบันเว็บไซต์ Honda BigBike ประเทศไทยยังคงแสดง X-ADV 750 รุ่นปี 2025 ซึ่งเป็นโฉมที่ได้รับชุดไฟหน้าใหม่ หน้าจอ TFT ระบบ Cruise Control และการปรับระบบ DCT ก่อนที่รุ่นปี 2027 จะนำพื้นฐานดังกล่าวมาเพิ่มตัวเลือกสีใหม่
ที่มา iwanbanaran.com

Sakon Supapornopas – Website founder greatbiker.com I like all types of motorcycles. Working in the automotive industry for more than 10 years, in-depth analysis of new motorcycle models. that will be launched in Thailand and abroad Review from actual use experience


