8 นักแข่ง MotoGP ที่อยู่ผิดทีม ผิดเวลา

หลังจากการประกาศแยกทางกันด้วยดีของ Maverick Vinales กับต้นสังกัดทีมโรงงาน Monster Energy Yamaha MotoGP หลังจบฤดูกาล 2021 ที่กำลังดำเนินมาถึงกึ่งกลางของฤดูกาล มันทำให้เราได้ลองย้อนกลับไปมองอดีตทางดังที่เคยมีชื่อเสียงแต่ต้องมาหยุดการพัฒนาเมื่อย้ายไปสังกัดทีมที่อาจจะไม่ใช่สไตล์ที่เหมาะสมกับตนเองสักเท่าไหร่ และเราได้ลองรวบรวมมาไว้ในบทความนี้

a84961abb2c7a74e9b530f62014087d3.jpg

Maverick Vinales – Yamaha 2017-2021
เปิดหัวคนแรกคนเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากตัวต้นเรื่องอย่าง “TopGun” Mavericl Vinales โดยยุคเริ่มต้นของเจ้าตัวในระดับสูงสุดนั้นออกสตาร์ทด้วยการเป็นดาวเด่นของทีม Suzuki ด้วยลีลาการแข่งขันที่บู๊ดุเดือดจนไปเข้าตา Lin Javis นายใหญ่ของทีม Yamaha จึงตัดสินใจดึงเอาดาวรุ่งสายแข็งมาจากทีม “Carzy Gang” แต่การเข้าไปสู่ชายคาของ Yamaha ของเจ้า “TopGun” นั้นก็มีอุปสรรคด้วยการที่เจ้าตัวต้องไปอยู่ใต้ร่มเงาของปูชนียบุคคลแห่งวงการ MotoGP อย่าง Valentino Rossi แต่เมื่อทีมได้ทำการผลาด Rossi และสร้างความหวังที่ Vinale จะเฉิดฉายบ้างก็ต้องถูกกลบรัศมีด้วยนักแข่งเลือดใหม่มาแรงแซงทุกโค้งอย่าง Fabio Quartararo และมันเป็นเป็นฉนวนที่จุดระเบิดความบาดหมางเล็กๆ ภายในทีม จนผลสุดท้ายเจ้าตัวก็ได้บรรลุข้อตกลงในการแยกทางกับต้นสังกัดหลังจบฤดูกาล 2021 และมีข่าวลือว่าเจ้าตัวเองต้องการรถแข่งที่มีความแรงที่เหลือกว่าเพื่อการไล่ล่าชัยชนะ มากกว่ารถแข่งที่เน้นการควบคุมเหมือนกับ Yzr-M1 ของ Yamaha และข่าวลือที่ว่านั้นก็มีทีมเต็งอย่าง Aprilia ที่พร้อมจะอุ้มเจ้าตัวในฤดูกาล 2022

768f7dbd724e654e8d4be4aac5792298.jpg

Johan Zarco – KTM 2019
ถ้าจะขาดชายคนนี้ไปคงเป็นเรื่องแปลก Johan Zarco เติ่มสร้างชื่อกับทีม Tech3 ที่เป็นทีมรองให้กับ Yamaha โดยอดีตแชมป์ Moto2 สองสมัยชาวฝรั่งเศส เปิดตัวบนเวทีระดับสูงสุดด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมในปี 2017 ด้วยการคว้าอันดับที่ 6 บนตารางคะแนนสะสม และเป็นแชมป์ในฐานะของนักแข่งทีมอิสระ และยังพาทีม Monster Yamaha Tech 3 คว้าตำแหน่งแชมป์ทีมอิสระ และผลงานก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นในฤดูกาล 2018 ที่เจ้าตัวยังคงรักษาตำแหน่งแชมป์อิสระและพาทีมคว้าแชมป์อิสระเหมือนกับฤดูกาลที่ผ่านมา แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน ทีมแข่ง Tech3 ก็ตัดสินใจย้ายฝั่งไปบอกทีม KTM และได้รับการสนับสนุนเต็มรูปแบบจากโรงงานโดยตรง แต่ด้วยการปรับตัวที่อาจจะเร็วเกินไป ผลงานที่เคยโดดเด่นของ Zarco กลับไม่ตอบสนองต่อรถแข่ง RC-16 สักเท่าไหร่ และในช่วงปลายฤดูกาลเจ้าตัวก็โดนฟ้าผ่ากลางกะบาลหลังทีมตัดหางปล่อยวัด หลังรับกับพฤติกรรมที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่พอใจตัวแข่งและต้องการย้ายทีม จนท้ายที่สุดเจ้าตัวต้องกระเด็นไปเป็นนักแข่งแทน Takaaki Nakagami ดาวบิดเลือดซามูไรของทีม LCR Honda Idemitsu มีช่วงสามสนามสุดท้าย พร้อมออฟชั่นหากผลงานดีจะถูกดึงไปสังกัดกับทีมทันที แต่เจ้าตัวเองก็ไม่สามารถรีดเค้นศักยภาพสูงสุดของตนเองบน RC213V ได้ หลังลงแข่งสามสนาม และทำได้เพียง 3 แต้มให้กับทีม และถูกปล่อยตัวออกทันทีหลังจบฤดูกาล 2019 แต่เหมือนฟ้าหลังฝนจะงดงามเสมอ หลังจากการเข้ามาอุ้มของทีม Reale Avintia Racing ในฤดูกาล 2020 แสดงให้เห็นแล้วว่า Zarco นั้นเหมาะสมกับตัวแข่ง Ducati Desmosedici GP ขนาดไหน และผลงานในฤดูกาลปัจจุบันของเจ้าตัวก็นับว่าเป็นการเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้อีกครั้ง ราวกับฝันร้ายกับ KTM ได้จางหายไปเสียที

76dcaa9d5a1e00e23e9f4a855ffad69c.jpg

Jogre Lorenzo – Ducati และ Honda 2017-2019
ถ้าขาดชายคนนี้ไปหลายคนคงสงสัยกันน่าดูกับการย้ายที่เรียกได้ว่าเหนือความคาดหมายของอดีตแชมป์โลก 5 สมัย Jorge Lorenzo ที่หนีจาก Ducati มาซบรัง Honda พร้อมกับการเป็นเพื่อนร่วมทีมกับอริตลอดกาล Marc Marquez ในฤดูกาล 2019 ซึ่งมันเป็นเหมือนกับการตอกย้ำฝันร้ายที่ยังคงหลอกหลอนเจ้าตัวจากทีมเดิม โดยจุดเริ่มต้นของ Lorenzo บนเวที MotoGP นั้นเริ่มกับทีม Yamaha กับการผนึกกำลังกับ Valentino Rossi และเจ้าตัวยังสามารถคว้าแชมป์ MotoGP มาได้ถึง 3 สมัย กับต้นสังกัดส้มเสียง และด้วยรอยร้าวที่พร้อมจะแตกตลอดเวลากับทีมผู้บริหาร Lorenzo ถูกดีดออกจากทีมในฤดูกาล 2017 และไปซบอกยอดทีมอย่าง Ducati โดยฤดูกาลแรกที่เป็นการปรับตัวนั้นเจ้าตัวก็มีผลงานที่ไม่ขี้เหร่เท่าไหร่นัก ด้วยการคว้าไป 3 โพเดียมและจบบนตารางคะแนนสะสมด้วยอันดับที่ 7 แต่ฝันร้ายกลับเริ่มต้นในฤดูกาลที่สอง ในปี 2018 ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะประสบความสำเร็จด้วยการคว้าชัยชนะได้ถึง 3 สนาม กับอีก 4 โพเดียม แต่ในคะแนนสะสมนั้นกลับทำได้น้อยกว่าเดิม โดยมีเพียง 134 คะแนนและจบด้วยอันดับที่ 9 บนตารางคะแนนสะสม เป็นเพราะอะไร ทั้งๆ ที่ชนะมากกว่าแต่กลับไม่สามารถเก็บแต้มได้ เป็นเพราะเจ้าตัวไม่สามารถควบคุมความแรงของ Ducati Desmosedici GP 18 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าแข่งสนามไหนจบไม่แชมป์ก็โพเดียม แต่ส่วนมากเจ้าตัวมักจะจบการแข่งขันก่อนใครในบ่อกรวดข้างสนามเสียเป็นส่วนใหญ่ จนทำให้เจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บสะสมและยิ่งมาหนักขึ้นเมื่อตัดสินใจย้ายทีมไปเข้ากับ Honda ที่มีชื่อเสียงว่าตัวแข่ง RC213V ของทีมนั้นคึกยิ่งกว่าม้าศึกเสียอีก โดยฤดูกาล 2019 นั้นเจ้าตัวลงแข่งทั้งหมด 15 สนาม และไม่สามารถจบในอันดับ Top 10 ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ผลงานที่ดีที่สุดคือการเข้าเส้นชัยเป็นลำดับที่ 11 ที่ Le Mans ประเทศฝรั่งเศส และเมื่อทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่ใจฝันเจ้าตัวก็เล่นประกาศรีไทร์ตัวเองจากการแข่งขันซะเลย และกล่าวอ้างถึงอาการบาดเจ็บที่เจ้าตัวต้องทรมานทุกครั้งในการแข่งขัน จึงเป็นผลให้การทำงานทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ แต่ก็อย่างที่เพื่อนๆได้เห็นกัน หลังจากการประกาศเพียง สองเดือนเศษๆ เจ้าตัวกลับไปรับหน้าที่ Test Rider ให้กับต้นสังกัดเดิมอย่าง Yamaha และมีข่าวลือในช่วงนั้นว่าอาจจะได้กลับมาแข่งแบบเต็มฤดูกาลอีกด้วย แต่ท้ายที่สุดแล้วเหมือนเป็นผลพวงจากหลายๆ อย่าง เจ้าตัวก็หลุดจากหน้าที่ Test Riider ของทีม พร้อมกับการไม่ถูกบรรจุเป็นหนึ่งในนักแข่งของทีมซะอย่างงั้น ซึ่งในปัจจุบันเจ้าตัวก็หันไปเอาดีกับการทำงานบน Youtube และการร้องเพลงแทน

2386c8ae3acc5d7a1e12fe94584b4827.jpg

Cal Crutchlow – Ducati 2014
หนุ่มชาวอังกฤษเจ้าของรอยยิ้มกระชากใจแม่ยก Cal Crutchlow นั้นเริ่มต้นการแข่งขันใน WorldGP กับยุคเครื่องยนต์สองจังหวะ 125 ซีซี และ 250 ซีซี ก่อนจะผันตัวไปลงแข่งในรายการBritish Supersport (BSS) ในช่วงปี 2004-2006 ก็สามารถคว้าแชมป์ได้ 1 สมัย และขยับขึ้นไปแข่งในระดับ British Superbike อีก 1 ฤดูกาล ก่อนจะกลับไปคว้าแชมป์ Worldssp (World Super Sport) กับรถ Yamah YZF-R6 ในฤดูกาล 2008-2009 และนี้เป็นใบเบิกทางสู่การเข้าสู่ทีม Yamaha Monster Tech3 ในระดับ MotoGP ในปี 2011 และผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือฤดูกาล 2013 ที่เจ้าตัวเก็บไปได้ถึง 4 โพเดี้ยมและจบบนตารางคะแนนสะสมด้วยอันดับที่ 5 ซึ่งทาง Ducati เองก็ไม่รอช้าที่จะส่งเทียบเชิญ “พี่คล้าว” ให้มาค้าคันเร่งกับทีม โดยจะเป็นตัวแทนของ Valentino Rossi ที่จะจากทีมไปในฤดูกาล 2014 โดยเจ้าตัวถูกคาดหวังมากกับการเข้าร่วมทีมโรงงานในครั้งนั้น แต่ก็ไม่สามารถเค้นความสามารถสูงสุดของ Desmosedici GP 14 ออกมาได้และจบฤดูกาลที่แสนยาวนานด้วยการคว้าไปเพียง 1 โพเดี้ยมและ 74 คะแนน จบบนอันดับที่ 13 จนทางต้นสังกัดต้องปล่อยตัวออกไป โดยมีทีม LCR Honda เข้ามาอุ้มต่อและช่วยลบฝันร้ายออกไปจากความทรงจำของ Clutchlow และเป็น 6 ฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมกับเจ้า RC213V ที่ถึงแม้จะเก็บไปได้เพียงชัยชนะเดียวตลอด 6 ปีในการร่วมทางกัน เจ้าตัวก็มีความสุขมากกว่า และในปัจจุบัน Cal Clutchlow ก็รับหน้าที่ Test Rider ให้กับทีม Yamaha แทนที่นักแข่งสายอินดี้ Jorge Lorenzo

22be0f5c1a3a8361744680e4d1d902e5.jpg

Marco Melandri – Ducati 2008
เป็นอีกหนึ่งคนที่ประสบปัญหาบนตัวแข่ง Desmosedici GP สำหรับ Marco Melandri ที่เจ้าตัวประสบความสำเร็จอย่างมากกับทีมรองของ Honda ในฤดูกาล 204-207 โดยผลงานสูงสุดของเจ้าตัวบน RC212V ในช่วงเวลานั้นคือการไปถึงตำแหน่งรองแชมป์โลก ในปี 2005 กับทีม Movistar Honda MotoGP จนทำให้ Ducati ต้องดึงตัวเข้าสู่ทีมโรงงานในปี 2008 ซึ่งเจ้าตัวล้มเหลวกับตัวแข่ง Desmosedici GP 08 เป็นอย่างมาก โดยตลอดฤดูกาล เจ้าตัวทำผลงานได้ที่สุดด้วยการคว้าอันดับที่ 5 ที่ประเทศจีน ไม่สามารถเก็บอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้ และจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 17 จนทีมต้องปล่อยตัวให้กับ Kawasaki ซึ่งเจ้าตัวกลายเป็นนักแข่งคนสุดท้ายของทีมยักษ์เขียวในระดับ MotoGP และหันหน้าไปสู่เวที WorldSBK ในปี 2011 จนถึงปี 2018 เจ้าตัวก็เกษียนตัวเองจากอาชีพนักแข่ง กับทีม Aruba.it Racing – Ducati โดยมีเกียรติยศติดตัวคือการคว้าแชมป์โลก 250 ซีซี (Moto2 ในปัจจุบัน) เมื่อปี 2002

16ebe034557c888d46617fad6a7709f2.jpg

Sam Lowes – Aprilia 2017
Sam Lowes ดาวบิดสัญชาติอังกฤษ เป็นนักแข่งไม่กี่คนที่เข้าสู่การแข่งขันบนเวทีระดับสูงสุดเพียงปีเดียว กับต้นสังกัด Aprilia ในปี 2017 หลังจากเจ้าตัวเริ่มต้นบนเวที WorldGP กับการแข่งขันในระดับ Moto2 ในปี 2014 ซึ่งในปี 2017 นั้นเจ้าตัวต้องทนทุกข์ทรมานร่วมกับ Scott Redding ที่นับว่าเป็นช่วงเวลาของการตั้งไข่กับทีม Aprilia ใน MotoGP โดยทั้งสองคนถูกมองว่าเป็นเหมือนสนามน้อยในสนามแข่ง การไม่ซับพอร์ทของทีม การถูกจำกัดด้านงบประมาณ และการเข้าถึงของทีมวิศวกร ทำให้ทั้งสองคนต้นกลายเป็นเหมือนนกกับตัวตลกในสนามการแข่งขัน ซึ่งในปีต่อมาเจ้าตัวก็ฉีกสัญญาที่เซ็นร่วมไว้กับทีม 3 ฤดูกาล และกลับไปตั้งใจกับการแข่งในระดับ Moto2 เหมือนเดิม ซึ่งก่อนฤดูกาล 2021 จะเริ่มขึ้นนั้น หลังจากทีม Aprilia เองต้องเสีย Andrea Iannone ไปหลังรับฐานแบนจากการตรวจเจอสารกระตุ้น Sam Lowes เคยมีชื่อเป็นตัวเลือกของทีม แต่เจ้าตัวกล้าที่จะออกมาประกาศปัดข้อเสนอที่จะอุ้มชูสถานะภาพของอาชีพนักแข่งและทิ้งประโยคเด็ดไว้ว่า “การทำงานที่นั้น ไม่สนุกเหมือนที่ใครคิด และผมยืนยัน 100% ว่าไม่มีทางกลับไปแน่นอน”

2fb9ad9eb8bae18b25c3b75fb45131ca.jpg

Karel Abraham, และ Tito Rabat – Avintia Racing
สองนักแข่งดวงกุดกับทีมรองดวงแตก น่าจะเป็นคำนิยามที่เหมาะสมที่สุดกับ Karel Abraham, และ Tito Rabat กับทีม Avintia Racing เผื่อว่าใครยังไม่ทราบนะครับ Karel Abraham เป็นลูกชายของเจ้าของสนาม Bruno ในเช็ก และเป็นท่อน้ำเลี้ยงใหญ่ให้กับทีมแข่งมาอย่างยาวนานตลอด 7 ปีบนเส้นทาง MotoGP ของตนเอง และบทบาทนี้ก็สิ้นสุดลงเมื่อทีมเจราจาเอา Johan Zarco เข้ามาในทีมเมื่อฤดูกาล 2020 ซึ่งเป็นการนำเข้าของคำสั่งโดยตรงจากทีมโรงงาน ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีแหล่งเงินใหญ่สุดจากครอบครัว Abraham ที่จะให้มากกว่าโรงงาน Ducati ซับพอร์ต แต่ทางทีมก็จำเป็นที่ต้องตัดนักแข่งตัวหักของทีมออกไป เรื่องนี้แทบไม่ต่างจาก Tito Rabat ที่เดิมทีมีชื่อเป็นนักแข่งเต็มฤดูกาลให้กับทีม แต่เมื่อเจอใบสั่งจากโรงงานให้นำเอา Luca Marini มาเข้าทีม ต้นสังกัดก็ไม่มีทางเลือกใดๆ ต้องตัดตัว Rabat ให้กลายเป็นนักแข่ง Widecard ซึ่งเจ้าตัวเองก็ไปลงในเวที WorldSBK แทนหลังการช่วยเหลือของ Ducati แต่ดูเหมือนว่าช่วงเวลาที่ WolrdSBK จะไม่ใช่เรื่องสนุกสำหรับเจ้าตัวแต่อย่างใด

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.motogp.com www.visordown.com

เรื่องฮิตล่าสุด!
d58b1dbc6d8ac28f10171ea1caf00eef.gif
a1feb59d2d1f2973accfdd892cc9a147.jpg
03b9479b2c7b58f2ce1447a25bda2038.jpg
29baf83434f503c1fc9d6c71a352e0cc.gif
6324bd7243258a8d03da20e95b20fbc5.gif
8e49844b91ba44edf53bc3e7924967dd.jpg
sP2wYz.jpg