2022 F.B. Mondial “Piega 125” [Specs Review]

2022 F.B. Mondial “Piega 125” [Specs Review]

F.B. Mondial แบรนด์สัญชาติอิตาเลี่ยน ที่กลับมาแจ้งเกิดอีกครั้ง ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของรถมอเตอร์ไซค์ Street Fighter กับเจ้า Piega 125 ถึงแม้ว่าตัวรถจะมาพร้อมกับขนาดความจุเครื่องยนต์ที่มีจำนวนไม่มากนัก แต่ก็จัดเต็มในด้านของฟีเจอร์และอุปกรณ์ในการขับขี่ที่เน้นการทำงานตามหลักอากาศพลศาสตร์

a75e9c6de6460a97b62be5de2ac08aaa.jpg

2022 F.B. Mondial “Piega 125” รถมอเตอร์ไซค์สัญชาติอิตาเลี่ยน ได้รับการออกแบบโดย Rodolfo Frascoli นักออกแบบชาวอิตาเลี่ยน ผู้อยู่เบื้องหลังงานออกแบบของ Suzuki Katana รุ่นล่าสุดและผลิตภัณฑ์อื่นๆ จากค่าย Suzuki ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยที่เราจะได้เห็นงานออกแบบ ไฟหน้าแบบซ้อนกันสองดวง ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่เราเห็นบน Suzuki GSX-S1000 รุ่นล่าสุดที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมา

เปิดตัว 2022 F.B. Mondial "Piega 125" ในประเทศอิตาลี

ส่วนที่น่าสนใจที่สุดของการออกแบบของ Piega 125 คือส่วนท้าย ที่มีไฟท้าย ป้ายทะเบียนรถ และไฟเลี้ยวติดตั้งอยู่เหนือขอบยาง บริเวณกันดีดหลัง ซึ่งจะทำให้ท้ายของตัวรถจริงๆ นั้นค่อนข้างโล่ง และดูให้อารมณ์เหมือนกับรถแข่งในสนาม แฮนด์จับแบบกว้างที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถในแนว Street ที่เราคุ้นเคย เบาะนั่งแบบแยกส่วน ท่อไอเสียด้านล่าง และสวิงอาร์มที่ดูหรูหราและแข็งแรง ในส่วนของระบบเบรกนั้น ตัวรถจะมาพร้อมกับระบบเบรกแบบดิสก์เดี่ยวหน้าหลัง พร้อมระบบ ABS เฉพาะด้านหน้า เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน หน้าจอแสดงผล TFT แบบดิจิตอลเต็มรูปแบบ โดยรวมแล้วตัวรถมาพร้อมกับงานออกแบบที่ดูโฉบเฉี่ยวและทันสมัยเป็นอย่างมาก

670a0f62bc6e6ff0363d8e69f90d64ae.jpg

Piega 125 จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 124 ซีซี 1 ลูกสูบ 4 จังหวะ แบบ DOHC ระบายความร้อนด้วยของเหลว ให้กำลัง 14.8 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 10.5 นิวตันเมตร ซึ่งพละกำลังนี้เทียบเคียงได้กับ KTM Duke 125 ที่มีกำลังสูงสุด 14.5 แรงม้า (HP) แรงบิด 12 นิวตันเมตร แต่จะมีข้อได้เปรียบในเรื่องของน้ำหนักตัว โดย Piega 125 จะมีน้ำหนักตัวแบบพร้อมขี่ที่ 139 กิโลกรัม ซึ่งจะเบากว่า Duke 125 ที่จะมีน้ำหนักตัวแบบพร้อมขี่ที่ 159 กิโลกรัม และขอเสริมอีกเล็กน้อยว่าเครื่องยนต์ชุดนี้ถูกผลิตโดย Zongshen บริษัทยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ที่ผลิตเครื่องยนต์ขนาดเล็กให้กับแบรนด์ต่างๆในยุโรปอย่าง Aprilia Pagani

29b80d5e766324a957d2292518dcd1ec.jpg

ในส่วนของโครงสร้างนั้น จะมาพร้อมกับชุดโครงสร้างแบบ Deltabox พร้อมกับ Sub-Frame แบบลอยตัว ที่มีการคำนวนในด้านน้ำหนัก ทำให้จุดศูนย์ถ่วงของตัวรถอยู่ที่ใต้ฝ่าเท้า ทำให้สามารถควบคุมได้อย่างคล่องแคล่ว และเมื่อบวกกับน้ำหนักตัวที่เบาเป็นพิเศษ ก็ทำให้รถคันนี้ขับขี่ได้ง่ายกว่ารถรุ่นอื่นๆ อย่างไม่ต้องสงสัย ในส่วนของระบบกันสะเทือนหน้านั้นจะเป็นโช้คอัพแบบหัวกลับขนาด 40 มิลลิเมตร ด้านหลังจะเป็น Monoshock ปรับได้ 5 ระดับ ระบบเบรกจะเป็นจานดิสก์เดี่ยวหน้าหลัง โดยที่ด้านหน้าจะเป็นจานดิสก์ทรง Wave พร้อมกับคาลิปเปอร์เบรกแบบ Radial Mount 2 ลูกสูบ ขอบล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้วสวมด้วยยางขนาด 110/70-17 และ 140/70 -17

bfb1390edf4e1e67ffbd0eafe4304b15.jpg

อุปกรณ์บนตัวรถ จะมาพร้อมกับไฟหน้า Projector LED พร้อมไฟ DRL แบบ LED และไฟสัญญาณ LED รอบคัน หน้าจอแสดงผล TFT ดิจิตอลเต็มรูปแบบ ระบบเบรก ABS แบบ Dual Channel ถังน้ำมันความจุ 9.5 ลิตร อีกหนึ่งความแตกต่างของ Piega 125 จะมีการติดตั้งอุปกรณ์อากาศพลศาสตร์หรือ Winglet เพื่อช่วยเพิ่มแรงกดที่ส่วนหน้าของตัวรถในขณะที่วิ่งด้วยความเร็วสูง โดยทางผู้ผลิตได้กล่าวว่า มันไม่ได้ติดตั้งเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่สามารถสร้างแรงกดอ่อนๆ ได้ตั้งแต่ตัวรถเริ่มมีความเร็วตั้งแต่ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป

VVWU1b.webp

อีกปัจจัยที่สำคัญก็คือเรื่องราคา 2022 F.B. Mondial “Piega 125 จะวางจำหน่ายในตลาดยุโรปด้วยราคา 4,400 ยูโร หรือประมาณ 162,240 บาท ซึ่งจะเข้าถึงได้ง่ายกว่าคู่แข่งโดยตรงอย่าง KTM Duke 125 ที่ปัจจุบันมีราคาจำหน่ายที่ 5,450 ยูโร หรือราวๆ 200,941 บาท ซึ่งเมื่อเราเปรียบเทียบอะไรหลายๆ อย่างแล้ว เชื่อได้เลยว่าคนที่กำลังมองหารถมอเตอร์ไซค์ในรุ่นเริ่มต้นสำหรับใช้งานในยุโรปเองน่าจะหันมาให้ความสนใจโมเดลนี้อยู่บ้างแหละ

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก warungasep.net

e3c5f26071a692f52c0a0ae44a03ec71.gif
61f7e84b669fe7c4b85f2d6a740ffaa8.gif
9fdb34d78411a1f683018bb7045f672d.gif