Banner-Yamaha-Fazzio-X-Fila-2024-1150x250.gif
Banner-Yamaha-Fazzio-X-Fila-2024-400x300.gif

10 รถมอเตอร์ไซค์เนกเกตคลาส Middleweight ที่น่าจับตามอง

10 รถมอเตอร์ไซค์เนกเกตคลาส Middleweight ที่น่าจับตามอง

ในตลาดรถมอเตอร์ไซค์ทั้งในและต่างประเทศนั้น มีขนาดและรูปแบบของเครื่องยนต์ที่มีให้เลือกใช้งานอย่างหลากหลาย และในบทความนี้ เราจะขอพาเพื่อนๆไปทำความรู้จักเบื้องต้นกับรถมอเตอร์ไซค์เนกเกต ในคลาสกลาง 10 คันที่มีความน่าสนใจและน่าจับตามองมากที่สุดในช่วงเวลานี้

yI61G0.jpg
10.Suzuki SV650
เรียกได้ว่าเป็นโมเดลดั่งเดิมที่มีการผลิตมาอย่างยาวนาน เปิดตัวครั้งแรกในปี 1999 ในรูปแบบของรถ Half-Fairing หรือมีแฟร์ริ่งแบบครึ่งคัน ก่อนจะเปลี่ยนแปลงไปสู่รถเนกเกตแบบเปลือยไร้แฟร์ริ่งในรุ่นที่ 2 ในปี 2003 และถูกยุติการผลิตไปรอบหนึ่งในช่วงปี 2013-2016 ด้วยปัญหาด้านกฎระเบียบไอเสีย แต่การกลับมาในปี 2016 นั้นเรียกได้ว่าปลุกกระแสของรถเนกเกตในคลาสกลางได้เป็นอย่างดี และในโมเดลปัจจุบัน ที่เริ่มมีข่าวลือว่าจะเป็นโมเดลสุดท้ายและอาจจะไม่ได้ไปต่อ ก็ดูเหมือนว่าจะทำให้ SV650 น่าจะเป็นอีกหนึ่งของแรร์ที่หายากในอนาคตอันใกล้นี้

yIuI0n.jpg

9.CFMoto 700CL-X
ถึงแม้ว่าจะทำตลาดในประเทศไทยมานาน แต่ CFMoto เองก็ไม่ได้เติมไลน์อัพผลิตภัณฑ์ใหม่ๆในการจำหน่ายอย่างเป็นทางการ สวนทางกับตลาดในประเทศจีนและยุโรป ที่มีโมเดลใหม่ๆ ที่สร้างปรากฏการณ์อยู่เสมอๆ ตัวอย่างเช่น 700CL-X คันนี้ ตัวรถมาพร้อมกับแนวทางของรถ Tracker สมัยใหม่ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในแง่ของการออกแบบและสมรรถนะที่ได้กระแสตอบรับเชิงบวกมากมาย แต่น่าเสียดายที่โมเดลนี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเลยแม้แต่น้อย

yIuMcg.jpg

8.Honda CB650R
ถ้าพูดถึงรถเนกเกตคลาสกลาง หากขาดคันนี้ไปก็คงแปลกๆ เพราะเจ้า CB650R ที่เพื่อนๆ หลายๆ คนเรียกมันว่า “บิ๊กไบค์เอื้ออาทร” ด้วยประสิทธิภาพที่เหนือกว่าราคา รวมไปถึงยังเป็นเพียงรุ่นเดียวในคลาสกลางที่เลือกใช้งานเครื่องยนต์แบบ 4 ลูกสูบเรียง ประสิทธิภาพสูง ตอบสนองการขับขี่ทั้งในเมือง ทางไกล ในสนามแข่ง เรียกได้ว่าครบจบในคันเดียวเลยทีเดียว

yI6W2W.jpg

7.Moto Morini Seiemmezzo STR/SCR
ผู้ผลิตระดับตำนานสัญชาติอิตาเลี่ยน Moto Morini ที่ก่อตั้งบริษัทมาตั้งแต่ปี 1937 แม้ว่าในปัจจุบันจะถูกถือครองโดยกลุ่มทุนจีน Zhongneng Vehicle Group ที่เข้ามามีบทบาทในฐานะเจ้าของอย่างเต็มตัว แต่ก็ยังมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่อิงสไตล์และแบบอย่างของรถอิตาเลี่ยนแท้ๆไว้ เช่นเดียวกับเจ้า Seiemmezzo ที่ปัจจุบันมีรุ่นย่อยถึง 2 รุ่น ประกอบด้วย STR ที่เป็นตัวแทนของรถที่ใช้งานบนทางเรียบหรือแบบ Street และ SCR ที่พกพาแนวทางของรถ scrambler

yI6dy2.png

6.Kawasaki Z650
อาจจะเป็นโมเดลที่หลายๆ คนมองข้ามไป ด้วยรูปลักษณ์หน้าตา ที่ดูไร้เขี้ยวเล็บ ไม่สะดุดตาเท่าที่ควรจะเป็น แต่ยังไงเสียโมเดลนี้ก็ยังคงอยู่ในสายการผลิตและได้พัฒนาปรับปรุงขึ้นมาใหม่ในทุกๆ ปี เช่นเดียวกับในปี 2023 ก็มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของกลไกเครื่องยนต์ใหม่ ทำให้วัสดุในการทำงานมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น เมื่อบวกกับอุปกรณ์ใหม่อย่างหน้าจอ TFT ที่พ่วงมากับความสามารถในการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน อีกทั้งยังมีราคาจำหน่ายที่เข้าถึงได้ง่าย และทั้งหมดนี้น่าจะเป็นจุดแข็งที่สุดของโมเดลนี้เลยก็ว่าได้

yI67T1.png

5.Yamaha MT-07
พี่ชายคนกลางของตระกูล MT-series จาก Yamaha ที่พึ่งจะมีการอัพเดทครั้งใหญ่ในปี 2021 และได้กลายเป็นพื้นฐานให้กับพี่น้องร่วมคลาสอย่าง YZF-R7 โดเด่นด้วยขุมกำลัง CP2 689 ซีซี ที่จุดระเบิดแบบไม่สม่ำเสมอ ทำให้ได้เอกลักษณ์ที่แตกต่างกับคู่แข่งในคลาส และคุณสมบัติของหน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว ที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการแสดงผลได้ ก็เป็นจุดดึงดูดให้กับผู้บริโภค อีกทั้งราคาของตัวรถก็เหมาะสมกับสมรรถนะที่ตัวรถมอบให้

yI6Sjy.jpg

4.Aprilia Tuono 660
เรียกได้ว่าเป็นกระแสตั้งแต่เปิดตัว สำหรับ Aprilia Tuono 660 ที่เป็นการนำเสนอรถมอเตอร์ไซค์ความจุเครื่องยนต์ขนาดกลางยุคใหม่จากอิตาลี ด้วยการเลือกใช้งานเครื่องยนต์ 2 ลูกสูบคู่หน้่าที่ตัดทอนมาจาก RSV4 Factory ตัวท๊อปของคลาสหนึ่งลิตร อัดแน่นไปด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยทั้งระบบคันเร่งไฟฟ้า พร้อมโหมดการขับขี่ Power Mode ที่มีให้เลือกใช้งานในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ยุคใหม่ที่มากมาย ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ที่โมเดลนี้จะติดในลิสต์นี้

yI6YvD.jpg

3.Suzuki GSX-8S
เปิดตัวเมื่อปลายปี 2022 ที่ผ่านมาสำหรับ Suzuki GSX-8S แพลตฟอร์มใหม่ล่าสุดจาก “The Crazy Gang” ที่ว่ากันว่าจะเป็นผู้สืบทอดไลน์อัพใหม่ที่จะเข้ามาแทนที่ของกลุ่มเครื่องยนต์ V-Twin ของทางค่าย ซึ่งตัวรถนั้นไม่เพียงแต่ต้องต่อสู้กับคู่แข่งในตลาด แต่ยังต้องต่อสู้กับกลุ่มแฟนเดนตาย ที่หลายๆ คนปฎิเสธเครื่องยนต์ 2 ลูกสูบคู่รุ่นใหม่ ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่แน่ชัดว่า Suzuki ได้ทำงานอย่างหนักกับรายละเอียดปลีกย่อยของ GSX-8S ใหม่ และผลลัพธ์ที่ได้คือโมเดลที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง โดยการเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในยุโรป ก็ช่วยพลิกฟื้นตลาด และสร้างกระแสตอบรับในเชิงบวกให้กับผู้ผลิตไม่น้อย หลังจากที่ต้องทนต่อเสียงบ่นงึมงำของผู้ใช้งาน ที่ไม่ได้โมเดลอัพเดทใหม่ๆ มาตลาดหลายปีที่ผ่านมา หัวใจของมันคือเครื่องยนต์คู่ขนานขนาด 776 ซีซี รุ่นใหม่ที่ให้กำลัง 82 แรงม้า (bhp) ที่สามารถท้าชนกับคู่แข่งในตลาดได้อย่างไม่ต้องเกรงกลัว

yI64B9.jpg

2.Honda CB750 Hornet
เปิดตัวไล้เลี่ยกับ Suzuki GSX-8S จนถูกแซวหนักว่าทั้งสองค่ายน่าจะแอบคุยกันหลังบ้าน เพราะไม่เพียงแต่โมเดลเนกเกตจะชนกันแบบจังๆ แต่ในแนวทาง ADV เองก็มี Honda Transalp ที่ชนกับ suzuki v strom 800DE ที่ชนกันอย่างจัง แต่ถึงจะอย่างไรก็ตาม Hornet กลับมีจุดแข็งที่แตกต่างจากคู่แข่ง ด้วยน้ำหนักตัวเพียง 190 กิโลกรัม เมื่อบวกกับกำลัง 91 แรงม้า (bhp) ที่ได้จากเครื่องยนต์ 755 ซีซี 2 ลูกสูบชุดใหม่ และมีจุดแข็งที่เรียกได้ว่าเหนือกว่าใครๆ คือเรื่องของราคาจำหน่าย ที่ล่าสุดเปิดตัวในประเทศไทยด้วยราคาเพียง 319,000 บาท เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีและสมรรถนะในการขับขี่แล้ว CB750 Hornet เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย

yI6NUJ.webp

1.Triumph Trident 660
ที่สุดของราคาในคลาส Middleweight สำหรับ Triumph Trident 660 จากผู้ผลิตสัญชาติอังกฤษ ที่นำเสนอเครื่องยนต์ 3 ลูกสูบ 660 ซีซี ที่สามารถรีดกำลังได้ 80 แรงม้า (bhp) ที่ 10,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 64 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบต่อนาที เราจะเห็นได้ว่าตัวรถนั้นมีช่วงห่างระหว่างแรงบิดและกำลังสูงสุดที่มาก นั้นก็หมายความว่าตัวรถสร้างสมดุลในย่านความเร็ว ต่ำ กลาง และปลายได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งตัวรถยังอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากมาย และด้วยราคาจำหน่ายเพียง 319,000 บาท ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ในการเลือกไปใช้งานไม่น้อย

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.visordown.com

blank