รีวิว Yamaha Grand Filano Hybrid “ไม่ต้องจ่ายแพง ก็แรงแบบไฮบริดได้”

NGQZaq.jpg

หลังจากที่ทำการเปิดตัวกันอย่างเป็นทางการไปแล้ว กับ Yamaha Grand Filano Hybrid ซึ่งเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายๆ คนน่าจะได้เห็นกันตามสื่อต่างๆ นับว่าเป็นครั้งแรกของค่าย Yamaha ที่มีคำว่า Hybrid เข้ามากำกับในตัวรถ วันนี้ทาง GreatBiker จะอาสารีวิวตัวรถมาให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันว่ามันจะออกมาในรูปแบบฟีลลิ่งอย่างไรบ้าง

มารู้จักกับตัวรถ Yamaha Grand Filano Hybrid กันก่อน
NJOSQn.jpg

Grand Filano Hybrid นั้นมาในการออกแบบดีไซน์ตัวรถกันใหม่ มีการปรับมิติของตัวรถให้มีความกระชับมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ทำให้เกิดความคล่องตัวในการใช้งาน โดยเฉพาะกับในเมืองและยามการจราจรที่ติดขัด ระบบไฟหน้าและไฟท้ายเป็นแบบ LED ตามสมัยนิยมเรียบร้อยแล้ว ที่สำคัญก็คือหน้าจอแสดงผลสีแบบ TFT ใหม่ ซึ่งนอกเหนือไปจากจะแสดงค่าต่างๆ ของตัวรถแล้ว ยังแสดงผลการทำงานของระบบ Hybrid  ส่วนทางด้านเครื่องยนต์นั้นเป็นแบบหัวฉีด Blue Core ขนาด 125cc ลูกใหม่ที่มีน้ำหนักลดลงถึง 840 กรัม ที่เน้นการประหยัดน้ำมัน ระบายความร้อน และมีความทนทานมากเป็นพิเศษ มีระบบสมาร์ทมอเตอร์เจเนเรเตอร์ (SMG) ที่เป็นการผสานการทำงานร่วมกับระบบสาตร์ทเครื่องยนต์และผลิตกระแสไฟฟ้าในชุดเดียว จึงไม่เกิดเสียงขณะสตาร์ทเครื่องยนต์ พ่วงกับระบบ One-Push Start system ที่ใช้เวลาในการสตาร์ทเครื่องยนต์เพียงแค่ 0.2 วินาทีเท่านั้น เพียงปลายนิ้วสัมผัส อีกทั้งยังมีระบบ Stop & Start System (SSS) ที่รถจะดับเองขณะจอดตามเงื่อนไข และเพียงแค่เราบิดคันเร่งเครื่องยนต์ก็จะติดและวิ่งออกไปได้แบบอัตโนมัติ และมีระบบเบรก ABS สำหรับรุ่น Top

NGQg4z.jpg
NJO40W.jpg

และหัวใจสำคัญของ Grand Filano Hybrid ก็คือระบบ Hybrid (Power Assist) ที่ผสมการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อเพิ่มแรงบิดให้กับเครื่องยนต์ในขณะที่ออกตัวเมื่อเปิดคันเร่งให้กับเครื่องยนต์ในขณะที่ออกตัว เมื่อเปิดคันเร่งทันทีเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะผสานการทำงานร่วมกัน ทำให้รถมีแรงบิดเพิ่มขึ้น โดยแสดงผลผ่านหน้าจอเรือนไมล์ ซึ่งเงื่อนไขในการทำงานก็คือ

1.เมื่อระบบหัวฉีดทำงานปกติหรือเครื่องยนต์ตำ่กว่า 4,000 รอบต่อนาที
2.เมื่อความเร็วของรถเกือบหยุดนิ่ง
3. แบตเตอรี่มีแรงเคลื่อนมากกว่า 10.5 v
4. เมื่อเปิดคันเร่งทันที
NJO7NS.jpg
ระบบ Hybrid ก็จะทำงาน ช่วยเพิ่มแรงบิดให้กับตัวรถมากขึ้นกว่าเดิม และในจังหวะนั้นก็จะประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงมากขึ้น เพราะใช้ระบบมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาช่วยนั่นเอง ซึ่งตรงนี้จะเป็นการใช้แบตเตอรี่แบบปกติเพียง 1 ลูก แต่จะเพิ่มขนาดความจุของตัวแบตเตอรี่เข้ามาให้มากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นแล้วเรื่องการบำรุงรักษาหรือเปลี่ยนเราก็สามารถทำได้เหมือนกับแบตเตอรี่รถปกติทั่วไป

ทดสอบขับขี่ Yamaha Grand Filano Hybrid
NGQteb.jpg

สำหรับเส้นทางที่ทาง GreatBiker ได้มีโอกาสไปทดสอบกันนั้น จะเป็นที่เขาใหญ่ ซึ่งถนนมีความคดเคี้ยวและลาดชันในบางช่วง จังหวะแรกที่เราออกตัวและมีการทำงานของระบบไฮบริดอย่างมอเตอร์ไฟฟ้านั้น รู้สึกได้เลยว่าตัวรถพุ่งมากกว่าเดิมชัดเจน เมื่อเทียบกับเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ แต่เมื่อเราวิ่งกันจริงๆ ก็จะยังคงเป็นการทำงานของเครื่องยนต์อยู่ส่วนใหญ่ ซึ่งก็ทำได้ดีตามมาตรฐานของทาง Yamaha อยู่แล้ว ดังนั้นจะเท่ากับว่าระบบ Hybrid จะมาช่วยจริงๆ ก็เฉพาะในช่วงของการจอดนิ่งๆ แล้วออกตัว แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะปกติแล้วรถออโตเมติกบางคันมักจะมีปัญหาเรื่องการออกตัวที่บางครั้งจะอืดๆ ไปบ้าง ก็นับว่าตอบโจทย์ แก้ไขปัญหาในประเด็นนี้ได้เป็นอย่างดี

NGQ13f.jpg

ส่วนสิ่งที่ประทับใจมากที่สุดจริงๆ ของ Yamaha Grand Filano Hybrid นั้นก็คือการเซ็ทช่วงล่างมาใหม่ ที่หนึบแน่นและมั่นใจมากขึ้นกว่าเดิม บวกกับการบาลานซ์ตัวรถที่หน้ารถนั้นไม่ไวและเบามากจนเกินไป ทำให้สกู๊ตเตอร์ที่ดูจะออกแนวขี่ชิลๆ แบบนี้ หากจะอยากลองซัดกันในโค้งแบบยาวๆ ก็ทำได้ไม่ขัดเขินแต่อย่างใด สำหรับระบบเบรก ABS ในรุ่นท็อปที่มีในล้อหน้านั้น ก็ถือว่าตอบสนองได้กำลังดี ส่วนงานประกอบโดยรวมของตัวรถก็ทำได้ดีขึ้นกว่าเดิม มีการเก็บซ่อนหัวน็อตในหลายๆ จุดไม่ให้โผล่ออกมากวนสายตาแล้ว นับว่าเพิ่มความพรีเมี่ยมให้มากกว่าเดิมแบบเห็นได้ชัด

ภาพรวมของ Yamaha Grand Filano Hybrid
NGQjae.jpg

หากเราจะมองว่านี่คือรถมอเตอร์ไซค์ที่จะต้องมีระบบ Hybrid แบบซับซ้อนซ่อนเงื่อน และมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่สูงแล้ว นั่นก็ถือว่าผิดไปจากความเป็นจริงเยอะทีเดียว เพราะว่า Yamaha Grand Filano Hybrid นั้นถูกนำมาแทนไลน์การผลิตเดิมเป็นหลัก นั่นก็คือราคาที่เปิดออกมากับตัวเริ่มต้น 55,000 บาท และตัวท็อป 62,000 บาทนั้น ดูแล้วก็ยังเป็นรถที่สามารถจับต้องได้ง่ายเหมือนเดิม มันจึงเป็นรถ Hybrid ที่ทำความเข้าใจในหลักการทำงานได้ง่ายๆ แต่ก็ช่วยในการออกตัวให้ดีขึ้นแบบเห็นภาพชัดเจน กับราคาการซ่อมบำรุงตัวรถที่แทบจะไม่แตกต่างไปจากรุ่นปกติก่อนหน้านี้ (แบตเตอรี่ที่ก้อนใหญ่ขึ้นแพงกว่าเดิมไปประมาณสองสามร้อยบาท) มันจึงเป็นรถที่เหมาะสมให้เหล่าผู้ใช้งาน เข้ามาสัมผัสกับเทคโนโลยีไฮบริดกันได้แบบทั่วถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการใช้งานในเมืองเป็นหลักนั้นก็เหมาะสมเอามากๆ เพราะเรามีจังหวะที่จะต้องจอดและออกตัวกันอยู่บ่อยๆ บวกกับงานประกอบ, ช่วงล่าง และฟีเจอร์ต่างๆ ที่ดีขึ้น บอกเลยว่ากับราคานี้ คุ้มครับ!
NGQKOa.jpg
NJOYrg.jpg
NGQUKu.jpg

ขอบคุณ ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ที่เอื้อเฟื้อรถในการขี่ทดสอบ และ แม็ก vrthairider.com สำหรับภาพถ่าย

faLdVZ.gif
faL7SI.gif
fP0tnR.jpg
fP01d0.jpg
3RoV0S.gif
kugwcP.jpg