รีวิว New Honda CBR650R ทดสอบ ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในงาน Thailand Motor Expo 2018 ที่ผ่านมา สำหรับเจ้ารถสปอร์ตฟูลแฟร์ริ่งมาแรงอย่าง New Honda CBR650R ที่ช่วยสร้างปรากฏการณ์ยอดจองสูงสุดตลอดกาลของรถมอเตอร์ไซค์จากค่าย Honda และแล้วโอกาสอันดีก็มาถึงเมื่อทางบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ได้จัดกิจกรรม CBR Series Circuit Experience ขึ้นเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่ง GreatBiker เองก็ไม่พลาดกับกิจกรรมดีๆ แบบนี้อย่างแน่นอน

TC3NIN.jpg

เกริ่นนำ New Honda CBR650R

New Honda CBR650R เรียกได้ว่าเป็นรถมอเตอร์ไซค์ในรูปแบบของซีรี่ย์ใหม่เอี่ยม เพราะเดิมทีนั้นในปีที่ผ่านๆ มา Honda จะใช้รหัสสายสปอร์ตฟูลแฟร์ริ่งคลาส 650 ซีซีว่า CBR650F แต่ในโมเดลใหม่นี้มีการปรับโฉมใหม่แทบจะทั้งคัน โดยเฉพาะรูปแบบของตัวรถที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าใหม่ที่ถอดแบบมาจากรุ่นพี่อย่าง CBR1000RR ด้วยไฟหน้าคู่ทรงสปอร์ต แฮนด์จับโช้คแบบ Sport Replica ที่ถอดแบบมาจากรถที่ใช้งานในสนามการแข่งขัน ให้ท่าทางในการขับขี่ที่สปอร์ตมากขึ้น พักเท้าใหม่ที่มีการปรับระดับให้เยื้องไปด้านหลังและสูงมากขึ้นกว่าโมเดลเดิม รวมไปถึงระบบกันสะเทือนหน้าใหม่แบบหัวกลับ Upside-Down ขนาด 41 มิลลิเมตรที่ยกมาจากรถ Bigbike ของทางค่ายอย่างเจ้า X-ADV

TC3kJS.jpg
TC31S2.jpg
TC3Ki1.jpg
TC3ZCy.jpg
TC3cID.jpg
TCkucy.jpg
TCknF9.jpg
TC3RoJ.jpg
TC3OYz.jpg

รูปแบบเครื่องยนต์ของเจ้า New Honda CBR650R นั้นยังคงรูปแบบของเครื่องยนต์ขนาด 649 ซีซี 4 ลูกสูบเรียง 4 จังหวะ แบบ DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด PGM-Fi ซึ่งเจ้าเครื่องยนต์บล็อกสำหรับโมเดลนี้มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่อย่างระบบ Assist&Slipper Clutch และระบบ Torque Control หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ Traction Control รวมไปถึงอุปกรณ์ใหม่ทั้งหน้าจอแสดงผลแบบ LCD ที่มีไฟบอกตำแหน่งเกียร์ ไฟ Shift Up Light และตำแหน่งของกุญแจใหม่บนถังน้ำมัน

TC3yR2.jpg

สัมผัสแรกของ New Honda CBR650R

เมื่อช่วงก่อนหน้านี้ทางทีมงาน GreatBiker ได้ทำการทดสอบเจ้า New Honda CB650R โมเดลคู่ขนานของมันมาก่อนเพียงไม่กี่วัน ซึ่งทำให้เราสามารถเปรียบเทียบกันได้อย่างชัดเจน โดยเจ้า New  CBR650R นั้นมีการออกแบบแฟร์ริ่งใหม่ทั้งลำ และด้วยเบาะนั่งตอนเดียวยกระดับของมันนั้นทำให้เราสามารถขยับทางนั่งไปมาได้ง่าย โดยสามารถถอยสะโพกไปจนสามารถก้มลงหมอบคางชิดถังได้เลย โดยรวมแล้วถือว่าท่านั่งของตัวรถนั้น ให้อารมณ์แบบสปอร์ตเรซซิ่งเอามากๆ

TCkVGf.jpg
TCkpqq.jpg

น้ำหนักตัวของ New CB650R และ New  CB650R นั้นมีความแตกต่างกันเล็กน้อย แต่สิ่งที่น่าประทับใจมากที่สุดของทั้งสองโมเดลคือ การกระจายน้ำหนักของตัวรถทั้งคู่นั้น ทำได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งๆ ที่ใช้โครงสร้างเดียวกัน แต่มีท่านั่งขับขี่ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การควบคุมรถพลิกซ้ายขวา ทำได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ต้องบอกเลยว่าตำแหน่งพักเท้าที่ทางค่ายได้ปรับเปลี่ยนมานี้ เป็นประโยชน์ในการขับขี่มาก เพราะตำแหน่งที่มีการปรับความสูงและถอยหลังไปจากโมเดลเดิมนั้น ทำให้ตำแหน่งของเข่าอยู่ในองศาที่พอดีกับตัวรถ ไม่รู้สึกเกะกะเหมือนก่อน ซึ่งสอดคล้องกับการปรับตำหน่งของแฮนด์ที่กดต่ำลงกว่าเดิม ทำให้ได้ท่าทางในการขับขี่ที่สปอร์ตมากขึ้น ตัวถังน้ำมันมีการปรับขนาดใหม่เล็กลงกว่าเดิม โดยเฉพาะด้านข้างที่มีการออกแบบให้เพรียวมากขึ้น พอดีกับต้นขาทำให้สามารถใช้ต้นขาหนีบตัวถังเวลาที่เรากดเบรกหนักๆ ได้ถนัดมากขึ้น

อัตราเร่งและการทำความเร็วของ New Honda CBR650R

TCkFtZ.jpg

สิ่งหนึ่งที่เรารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนอีกอย่างหนึ่งของ New CBR650R ก็คือการปรับอัตราเร่งใหม่ ลดข้อด้อยของเครื่องยนต์แบบ 4 ลูกสูบที่จะมีอาการหน่วงในย่านความเร็วต่ำ ซึ่งเจ้า New  CBR650R นั้นมีอัตราเร่งในย่านความเร็วต่ำที่ดีมากขึ้นทำให้ออกตัวได้ไว โดยที่ไม่ต้องเค้นรอบสูง และที่สำคัญคือรู้สึกได้ถึงพละกำลังได้อย่างทันทีตั้งแต่บิดคันเร่งในครั้งแรก โดยต้องของชื่นชมการปรับอัตราทดเกียร์ใหม่ที่ทางผู้ผลิตเคยได้ทำการปรับเปลี่ยนมาแล้วจากโมเดลเดิมและส่งต่อมายังโมเดลใหม่นี้ ทำให้อัตราเร่งในแต่ล่ะเกียร์ของ New CBR650R มาอย่างรวดเร็วทันใจ ไม่มีอาการหน่วงหรือยานแต่อย่างใด การไต่ความเร็วจาก 0-100 ใช้ระยะเวลาเพียงช่วงอึดใจเดียว จากการทดสอบบนทางตรงยาวจาก โค้ง 1 ไปยัง โค้งที่ 3 ของสนามช้าง ระยะทาง 1 กิโลเมตรนั้น ทางทีมงาน GreatBiker ทดสอบแล้วอยู่ที่ประมาณ 218 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยยกคันเร่งก่อนถึง Apex 200 เมตร โดยที่เครื่องยนต์ยังสามารถไปต่อได้ แต่เมื่อไปสอบถามกับบรรดาผู้เข้าร่วมทดสอบปรากฏว่ามีผู้ที่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 222 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยที่รอบของเครื่องยนต์นั้นยังไม่แตะ Red Line นั้นก็หมายความว่าเจ้า New CBR650R ตันนี้สามารถตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบการทำความเร็วสูงสุดได้เป็นอย่างดี

TC30qe.jpg

ระบบช่วงล่างและเบรกของ New Honda CBR650R

TC39fn.jpg
TC3lM0.jpg
TC3T5g.jpg
TC3tVW.jpg

มาถึงเร่องของระบบช่วงล่างของเจ้า New CBR650R กันบ้าง กับระบบกันสะเทือนหน้าใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมของบรรดาไบค์เกอร์อย่าง โช้คอัพหน้าแบบหัวกลับ Upside-Down ขนาด 41 มิลลิเมตร จากแบรนด์ Showa จากการทดสอบตัวโช้คหน้านั้นมีความนุ่มนวล ซับแรงกระแทกจากการกดเบรกหน้าหนักๆ ได้ โดยที่ตัวรถนั้นไม่มีเสียอาการ ถึงแม้ว่าความนุ่มนวลแบบนี้อาจจะไม่ค่อยตอบโจทย์รูปแบบของการแข่งในสนามมากมายนัก แต่กับการขับขี่บนท้องถนนทั่วไป เชื่อได้เลยว่าเจ้า Upside-Down นี้จะสามารถช่วยเหลือผู้ขับขี่ในยามเจอหลุมหรือพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงโช้คอัพหลังที่ทางผู้ผลิตเซ็ทค่าพื้นฐานมาดีมาก ไม่มีอาการย้วยเมื่อขี่ในสนามแข่ง แถมยังให้อารมณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและเป็นมิตรกับผู้ทดสอบเป็นอย่างมาก

TCkHlb.jpg

ระบบเบรกแบบ Radial Mount ที่ติดตั้งมาให้นั้นทำงานได้ดี อาจจะมีอาการดีเลย์จากการทดสอบแบบหนักๆ ต่อเนื่องบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้ผู้ทดสอบตกใจจนต้องรวบก้านเบรกจนมิด ระบบเบรกหลังช่วยในการประคองตัวรถได้ดีอีกทั้งยังช่วยในการชะลอการหมุนของล้อหลังได้อย่างยอดเยี่ยม Engine Brake ทำงานได้ดีช่วยหน่วงตัวรถได้อย่างมั่นใจ

TCkLgR.jpg

ลูกเล่นใหม่ของ New Honda CBR650R

TC3zgv.jpg

ลูกเล่นใหม่ของ CBR650R นั้นก็คือระบบ Assist&Slipper Clutch และระบบ Torque Control ซึ่งระบบ Assist&slipper Clutch นั้นช่วยในการป้องกันการจับตัวของแผ่นคลัทซ์หลัง ในจังหวะที่เราทำการปรับลดเกียร์ด้วยความเร็วสูง ซึ่งช่วยลดอาการสับที่ล้อหลังได้เป็นอย่างดี จากการทดสอบจากทางตรงยาว 1 กิโลเมตรของสนามช้าง ผู้ทดสอบได้ทำการทดสอบปรับลดเกียร์จากเกียร์ 6 ลงมาเหลือเกียร์ 3 อย่างรวดเร็ว พบว่าตัวรถมีอาการสับที่ล้อหลังเพียงเล็กน้อย ยิ่งเมื่อทำการเปิดระบบ Torque Control ด้วยแล้ว อาการสับที่ล้อหลังแทบจะไม่มีให้ได้รู้สึกกันเลย ระบบ Torque Control ที่ตอนแรกนั้นผู้ทดสอบคิดว่าอาจจะไม่ค่อยมีประโยชน์ในการขับขี่ในสนามแข่งมากนัก แต่พอเปิดใช้งานกลับทำให้รู้สึกมั่นใจในการขับขี่ที่มากขึ้น ระบบช่วยจัดการกับการหมุนฟรีของตัวล้อหลังได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าจะไม่มีระดับให้เลือกใช้งาน แต่การทำงานของมันก็นับว่าใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างชัดเจน

TC3q5a.jpg
TC3Uhf.jpg
TC35Vq.jpg
การแสดงสัญลักษณ์การเปิดปิดระบบ Torque Control และปุ่มควบคุมการทำงาน

TC3YSk.jpg

จุดเด่นและข้อสังเกตของ New Honda CBR650R

เรามาดูที่จุดเด่นของ New Honda CBR650R จากการทดสอบในครั้งนี้กันก่อนเลยครับ สิ่งแรกที่อยากจะชูขึ้นมาเป็นประเด็นแรกคือ รูปแบบที่เปลี่ยนไปจากเดิม CBR650F อาจจะถูกมองว่าเป็นรถสปอร์ตทางเรียบที่เน้นไปที่การใช้งานในการขับขี่ในเมือง อาจจะไม่ได้มอบอารมณ์ความเป็น Sport Replica ที่มากมายนัก แต่กับเจ้า Model ใหม่อย่าง New CBR650R นั้นกลับมอบอารมณ์ที่เป็นรถในสนามการแข่งขัน ตั้งแต่รูปโฉมภายนอกจนไปถึงสมรรถนะของตัวเครื่องยนต์ รวมไปถึงฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ผู้ผลิตเพิ่มเข้ามา ไม่แปลกใจเลยที่เจ้า New CBR650R นั้นจะสามารถสร้างยอดขายได้ถล่มถลายแบบนี้ ส่วนเรื่องข้อสังเกตนั้นหากจะเอาเจ้า New CBR650R ที่มีเครื่องยนต์ 4 ลูกสูบเรียงไปเปรียบเทียบกับ Sport Replica พันธุ์แท้ที่มีขายในท้องตลาดนั้น บอกได้เลยว่ามันไม่สามารถเทียบกันได้เลยครับ ถึงแม้เครื่องยนต์จะเป็นรูปแบบเดียวกัน แต่ก็มีเรื่องของระบบจุกจิกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งราคาจำหน่ายยังห่างไกลกันมากเลยทีเดียว ซึ่งหากจะหาจุดอ่อนของเจ้า CBR650R ก็น่าจะอยู่ทีการมีสีสันให้เลือกที่ไม่มากมายนัก โดยในปี 2019 นี้ มีเพียง 3 สีประกอบไปด้วย สีแดง สำดำ และน้ำเงินเข้ม ซึ่งอาจจะไม่ค่อยถูกใจสายซิ่งที่ต้องการสีสันและลวดลายตามแนวทางของรถแข่งในสนาม แต่ถ้าหากมองว่าต้องการรถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตฟูลแฟร์ริ่งเครื่องยนต์สี่สูบเสียงหวานๆ แล้วล่ะก็ New Honda CBR650R นั้นดูจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในระดับต้นๆในท้องตลาดปัจจุบันเลยทีเดียว

TCkaBa.jpgTCkJ78.jpg
TCk8TJ.jpg

TC3ftV.jpg

สำหรับราคาจำหน่ายของ New Honda CBR650R นั้นจะมีการวางราคาจำหน่ายอยู่ที่ 320,000 บาทเท่านั้น เพื่อนๆ ที่กำลังให้ความสนใจก็สามารถเข้าไปขอรายละเอียดพร้อมกับอัตราผ่อนดาวน์ได้ที่ Honda Big Wing ใกล้บ้านท่านได้เลยครับ

TCkmFu.jpg

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทาง บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ที่ได้เชิญชวนทีมงาน GreatBiker เข้าร่วมกิจกรรม CBR Series Circuit Experience และได้ร่วมทดสอบเจ้า 2019 Honda CBR650R มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

ข่าวอัพเดทล่าสุดในวงการมอเตอร์ไซค์
wliJA1.jpg
wlivWW.jpg
tHcUpy.gif
wAx24E.gif
TUZhuW.jpg
w2ZO6Q.jpg
wn5GrP.jpg
w4byX1.gif
wK1pNq.jpg