รีวิวการใช้งานจริง Yamaha Nmax155 โดย GreatBiker

uW24j9G

เมื่อบทความก่อนหน้านี้เราได้พูดถึงการใช้งานจริงของเจ้า Yamaha Aerox 155 กันไปแล้ว วันนี้เราก็จะมาเล่าฟิลลิ่งของการที่ได้ใช้ Yamaha Nmax155 ที่ต้องบอกว่าเจ้ารถทั้ง2คันนี้ใช้เครื่องยนต์บล๊อคเดียวกัน แต่ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าอารมณ์ความรู้สึกที่ได้ลองขี่นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง  ส่วนจะแตกต่างกันอย่างไรนั้นไว้มีโอกาสจะมาเล่าให้ฟัง

Yamaha Nmax155  มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4 จังหวะ สูบเดี่ยว SOHC 4 วาล์ว 155cc. เป็นหัวฉีดและระบายความร้อนด้วยน้ำ  ความจุถังน้ำมันอยู่ที่6.6 ลิตร เติมน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วหรือน้ำมันแก๊สโซฮอล 91และแก๊สโซฮอล 95 และE20 ระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบเทเลสปิค  ระบบกันสะเทือนหลังเป็นยูนิตสวิง  มาพร้อมกับดิสเบรคทั้งหน้าและหลังพร้อมระบบเบรค ABS

กุญแจเป็นแบบเมน่วล สามารถสั่งการทำงานได้ทั้งเปิด-ปิดเครื่อง และมีปุ่มเปิดกล่องสัมภาระใต้เบาะ

ถังน้ำมันต้องใช้กุญแจเปิดแยกส่วนจากบล๊อคสวิชปิด-เปิดรถ อาจจะดูยุ่งยากซักหน่อยเวลาจอดเติมน้ำมัน  ฝาถังน้ำมันนั้นแยกออกจากตัวถังเวลาเปิด

น้ำหนักของตัวรถอยู่ที่ 127 ก.ก. รวมเชื้อเพลิงเต็มถึง ซึ่งถ้าเทียบกับ Aerox 155 แล้วถือว่าหนักกว่าถึง 10 ก.ก. แต่ด้วยความที่รถหนักนี่แหละทำให้เวลาขับขี่ทำให้รถนิ่งมากๆเวลาใช้ความเร็วสูง โดยส่วนตัวแล้วชอบมากทำให้ขับขี่ได้สบายไม่ต้องกังวลเรื่องลมที่มาปะทะตัว

ช่องเก็บสัมภาระใต้เบาะ 25 ลิตร ใส่หมวกกันน๊อคเต็มใบได้ และยังเหลือพื้นที่ให้เก็บอุปกรณ์อย่างอื่นได้อีก แต่องศาการเปิดเบาะจะไม่เท่า Aerox 155 ที่เปิดได้ค่อนข้างกว้างกว่า

ภาพรวมของเจ้า Yamaha Nmax 155 ขออนุญาติเปรียบเทียบเหมือนเป็นคุณชายใหญ่ละกัน ที่ดูสุภาพ เรียบหรู ดูแพง เหมาะกับวัยทำงานที่ไม่ได้ต้องการรถที่มีลวดลายมากนัก แต่จะเน้นไปทางสีที่ดูโดดเด่นไปในแนวทูโทนที่ดูเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของตระกูล Max

ท่านั่งในการขับขี่ เป็นรถออโตเมติกที่ออกแบบให้นั่งแบบรถครุยเซอร์ ที่เบาะไม่ได้สูงนัก สะโพกจะค่อนข้างอยู่ต่ำกว่าหัวเข่า เวลาจอดสามารถลงเท้าได้เต็มเท้าทั้ง 2 ข้าง  เวลาขับขี่สามารถยืดขาไปข้างหน้าได้เกือบสุดขา  ซึ่งท่านั่งแบบนี้จะทำให้เวลาขับขี่ไกลๆได้ดีมากขึ้น  แต่หลังอาจจะงอนิดหน่อย ด้วยแฮนด์บาร์ที่สูงขึ้นเล็กน้อย ปลายแฮนด์จะงุ้มเข้าหาตัว

อีกจุดนึงที่ผมรู้สึกชอบเป็นพิเศษก็คือตัวเรือนไมค์แบบ Full Digital ที่องศาจัดวางมาได้ค่อนข้างลงตัว ไม่ต้องก้มหน้าลงมามอง แค่ชำเลืองก็มองเห็นได้อย่างชัดเจน  ฟังชั่นที่ให้มามีเยอะมากหลากหลายโหมด สามารถตั้งทริปได้ 2 ทริป  มีการวัดอัตราสิ้นเปลืองให้  และแจ้งเตือนให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องเมื่อครบกำหนดและช่วงระยะเวลาการเปลี่ยนสายพาน สถานะการทำงานของระบบ ABS

อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงยามวิ่งด้วยความเร็วปกติ 60-70 ก็จะทำตัวเลขได้ประมาณ 35-42 กิโลเมตร/ลิตร แต่ยามวิ่งแช่ด้วยความเร็วสูงประมาณ 115 – 117 กิโลเมตร/ชั่วโมง จะอยู่ที่ประมาณ 25 กิโลเมตร/ลิตร

อัตราเร่งในช่วงต้นทำได้ดี ไม่กระชากเวลาจังหวะที่เราทำการเร่งแซง โดยความเร็วที่ทำได้สูงสุดอยู่ที่ 117 กิโลเมตร/ชั่วโมง   ด้วยรถที่ค่อนข้างหนักจึงทำได้ประมาณนี้

แต่ความพิเศษที่ผมชอบนั่นก็คือย่านความเร็วสูง รถสามารถแหวกอากาศไปได้ดี ตัวผู้ขับขี่เองแทบจะไม่รู้สึกถึงลมปะทะหรืออาการรถสั่นแต่อย่างใด  การเข้าโค้งทำได้เนียนมากแม้อยู่ในช่วงความเร็วสูง

ช่วงล่างพอรับรู้เวลาพื้นผิวการจราจรที่ขรุขระอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหา

เบรคที่เป็นดิสเบรคทั้งหน้าและหลัง มั่นใจว่าเอาอยู่แน่นอนเมื่อใช้เบรคหนักๆรวมถึงระบบ ABS ที่มีมาให้ด้วยก็ยิ่งมั่นใจ ได้ลองทดสอบเอนจิ้นเบรคช่วงลงเขาที่ชันถือว่าตอบสนองได้เป็นอย่างดี แทบจะไม่ได้ใช้เบรคหน้าและหลังช่วยเลย

สรุป Yamaha Nmax 155 เป็นรถออโตเมติกที่ขับขี่ได้สนุกอีกคันหนึ่ง  ใช้ออกทริปหรือเดินทางไกลได้สบาย ทั้งท่านั่งและมิติรถที่จะทำให้คุณขี่ยาวๆได้โดยที่คุณจะลืมเรื่องการเติมน้ำมันไปเลย ถึงแม้แรงปลายจะไม่มีเหมือน Yamaha aerox 155 แต่คุณก็จะได้ความนิ่งของรถมาแทน สนนราคาของ Yamaha Nmax 155 อยู่ที่ 88,000บาท รับรองว่าวันหยุดที่ใกล้จะถึงนี้คุณจะได้เปลี่ยนประสบการณ์อย่างแน่นอน

ใครที่ยังเห็นภาพไม่ชัดเจนว่าเจ้า Yamaha Aerox155 กับเจ้า Yamaha Nmax 155 นั้นแตกต่างกันยังไง เดี๋ยวบทความหน้าจะมาเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างของทั้ง 2 คันนี้ทีละจุดกันเลยครับ

faLdVZ.gif
faL7SI.gif
fP0tnR.jpg
fP01d0.jpg
3RorQV.gif
3Ux9dl.gif
kugwcP.jpg