ทดสอบรถ Benelli TRK 502 และ TRK 502X ลุยทางดินที่เชียงใหม่

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เมื่อเร็วๆ นี้ทางทีมงาน GreatBiker เองนั้นได้มีโอกาสไปทดสอบและเรียนรู้ทักษะการขับขี่รถแนวทัวร์ริ่งแอดเวนเจอร์คันเก่งอย่าง Benelli TRK 502 และ TRK 502 X ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยเป็นสนามในแนวโมโตครอสแบบเต็มตัว พร้อมกับเพื่อนๆ สมาชิกชาว Benelli กันอีกจำนวนหนึ่ง โดย TRK 502X นั้นได้พัฒนาปรับปรุงมาจาก TRK 502 ตัวเดิมให้มีสมรรถนะเพิ่มขึ้นพร้อมลุยมากกว่าเดิม สิ่งที่แตกต่างจากตัวเดิมที่เห็นได้เด่นชันมากนั่นก็คือความสูงจากเดิม 123.5ซ.ม. เป็น 149 ซ.ม. เพิ่มขึ้นมาถึง 25.5 ซ.ม. และด้วยจากความสูงที่เพิ่มขึ้นทำให้เราได้โช๊คหลังที่มีซับแทงค์มาให้ด้วย อีกอย่างที่เห็นได้ชัดนั่นคือท่อไอเสียที่ยกสูงขึ้นมา จากเดิมเป็นท่อสั้น จุดต่อมาที่เปลี่ยนไปคือล้อแบบซีลวดขนาด 19 ในล้อหน้า และ 17 ในล้อหลัง พร้อมจานเบรกแบบใหม่ แต่ยังคงมาพร้อม ABS เช่นเดิม

keHxFQ.jpg
keHZ8v.jpg
keHKqk.jpg

Benelli TRK 502 VS Benelli TRK 502X หลังจากที่ได้ทำการทดลองขับขี่ในสนามโมโตครอสแล้ว ต้องยอมรับว่าแรกๆ จับความแตกต่างของทั้ง 2 รุ่นไม่ได้เลย แต่หลังจากสลับขับขี่หลายๆครั้งก็พอจับจุดได้พอสมควร อย่างแรกในเรื่องของอัตราเร่งช่วงต้น ที่ขี่รอบสนามใช้มากสุดแค่เกียร์ 2 ก็ต้องบอกเลยว่า 502X นั้น มีความจัดจ้านกว่าตัวธรรมดาอยู่พอสมควร ในเรื่องของการไต่ทางชัน หากเทียบกับตัวธรรมดาที่ต้องใช้การส่งคันเร่งอยู่บ้าง จุดเด่นที่เห็นได้ชัดอีกอย่างก็คือช่วงล่างที่502Xนั้นมีการซับแรงกระแทกได้ดีกว่าตัวธรรมดา ด้วยน้ำหนักรถ 200 กว่ากิโลถือว่าทำได้ดีทีเดียว ยิ่งเนินลูกระนาดถี่ก็สามารถผ่านไปได้อย่างสบาย
keHR2V.jpg
keHOfW.jpg
keHg7E.jpg

สำหรับ TRK 502 และ 502X นั้นเราสามารถเลือกเปิดและปิด ABS ได้ตามความต้องการของผู้ขับขี่ การขับขี่ในเส้นทางฝุ่นที่ต้องการการตอบสนองของเบรคแบบฉับไวก็ทำได้ค่อนข้างดี โดนส่วนตัวแล้วต้องใช้การปรับตัวอยู่ซักพักเนื่อง แต่ข้อสังเกตุคือผู้ใช้งาน ABS จนเคยชินในทางเรียบอาจจะมีเหวออยู่บ้างก็ต้องปรับตัวและฝึกให้ชำนาญมากขึ้นหากจะนำมาใช้กับทางฝุ่นทางดิน ในส่วนของมิติรถนั้นความสูงจากพื้นถึงเบาะ ตัวธรรมดาจะมีความสูงน้อยกว่า 502X เล็กน้อย วางเท้าได้เต็มเท้า ส่วน 502X ต้องเขย่งเล็กน้อย
keHUtS.jpg
keHTlt.jpg
keHtve.jpg
ลักษณะการขับขี่ในทางที่มีอุปสรรค์ค่อนข้างมากอย่างสนามโมโตครอสการยืนเป็นสิ่งจำเป็นในการขับขี่ ด้วยตัวถังน้ำมันที่มีมิติค่อนข้างกว้างทำให้เวลายืนขี่ต้องหนีบถังมากเป็นพิเศษและใช้พลังงานค่อนข้างมากในการขับขี่แต่ถ้าเป็นทางฝุ่นปกติก็ถือว่าขับขี่ได้สบาย น้ำหนักตัวรถของทั้ง2รุ่นตอนที่ยังไม่ได้ทดลองขับคิดว่าขี่ยากพอสมควรแต่เมื่อรถเริ่มวิ่งกลายเป็นว่ารถควบคุมได้ง่ายทั้งทางชันขึ้นเขาลงเขา ทางลูกระนาดถี่ๆ แต่ข้อสังเกตุอย่างนึงคือวงเลี้ยงต้องใช้วงเลี้ยวพอสมควรถ้าวงเลี้ยวแคบเกินไปโอกาสล้อหน้าพับมีสูง ทางแก้ไขคือต้องหมั่นฝึกซ้อมการคอนโทรลรถในทางแคบซึ่งจุดนี้เองก็ได้มีฐานเรียนรู้การขับขี่แบบสลาลอม ถือว่ายากที่สุดสำหรับการทดสอบในฐานนี้ อีกจุดหนึ่งที่อยากพูดถึงในรถ2รุ่นนี้คือศูนย์ถ่วงของรถน้ำหนักของรถส่วนใหญ่จะถูกวางในตำแหน่งช่วงกลางรถ ทำให้การบาลานซ์รถทำได้ดีมาก เมื่อใช้ความเร็วที่ต่ำมากๆรถยังเดินไปในทิศทางตรง หรือการเข้าโค้งแบบรถโมโตครอสที่เป็นโค้งสูงๆ ก็สามารถทำได้ดีและมั่นใจในการเข้าโค้ง
keH5Gg.jpg
keH9TP.jpg
keHh2Z.jpg
keHkyI.jpg

ขอบคุณทาง Benelli และ หจก. ซันฟงเจริญมอเตอร์ เชียงใหม่ สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ โอกาสหน้าทาง GreatBiker จะนำเอากิจกรรมดีๆ อย่างนี้มาฝากอีกอย่างแน่นอน

faLdVZ.gif
faL7SI.gif
fP0tnR.jpg
fP01d0.jpg
3Ro29k.gif
3Ux9dl.gif
kugwcP.jpg