Yamaha Thailand Racing Team แกร่ง เดชา คว้าโพเดี้ยม ออลเจแปน สนามสุดท้าย – เฉลิมพล คว้ารองแชมป์ประจำปี 2016 ที่ประเทศญี่ปุ่น

yamaha_1_550x330

จะต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของประเทศไทยเรา ที่ทัพนักบิดสังกัดทีม ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ยังสามารถสร้างผลงานได้แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ในการแข่งขันระดับสากลในรายการ 2016 MFJ SUPERBIKE ALL JAPAN ROAD RACE CHAMPIONSHIP ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยในสนามสุดท้ายนั้น เดชา ไกรศาสตร์ #2 กระชากคันเร่งรถแข่ง YZF-R6 ทะยานคว้าอันดับ 2 ยืนโพเดี้ยมรุ่น ST600 ส่วน เฉลิมพล ผลไม้ #65 จบการแข่งขันในทัวร์นาเมนท์นี้ด้วยการคว้ารองแชมป์ประจำปีรุ่น ST600 ได้สำเร็จ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน ณ สนาม ซูซูก้า เซอร์กิต ผลการแข่งขันรถจักรยานยนต์อาชีพรายการ 2016 MFJ SUPERBIKE ALL JAPAN ROAD RACE CHAMPIONSHIP สนามที่ 5 ประจำปี 2016 สนามสุดท้ายของการเก็บคะแนนสะสมเพื่อตัดสินหาตำแหน่งแชมป์ปี ซึ่ง ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม จากประเทศไทย ส่งนักแข่งลงแข่งในรุ่น ST600 จำนวน 2 คนคือ

เดชา ไกรศาตร์ #2 เจ้าของแชมป์ออลเจแปนรุ่นนี้เมื่อปี 2012 และ เฉลิมพล ผลไม้ #65 ซึ่งทำคะแนนสะสมอยู่อันดับ2 มีลุ้นคว้าตำแหน่ง แชมป์ออลเจแปน

ก่อนหน้าเกมการแข่งขันจะเริ่มขึ้นบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ตอนเช้าเวลาประมาณ 8.00 น. นายธีระพงษ์ โอภาสกรกุล ผู้อำนวยการทีม ได้เรียกประชุมทีมเพื่อวางแผนสำหรับการแข่งขันจริง ที่จะเริ่มในเวลาเที่ยงตรงตามเวลาท้องถิ่นหรือตรงกับ 10.00 น.ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งสองนักแข่งได้พูดคุยร่วมกับทีมงานโดยวางแผนที่จะเกาะกลุ่มผู้นำให้ได้ หรือถ้าขึ้นนำก่อนได้จะดีที่สุดเพื่อกดดันนักแข่งเจ้าถิ่น มาเอดะ #5 ที่มีคะแนนสะสมนำสูงสุด จากนั้นหากกดดันได้สำเร็จรอบท้ายๆ ก็จะหาทางแซงขึ้นมาคว้าแชมป์

เมื่อถึงเวลาแข่งขันบรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเนื่องจากชาวญี่ปุ่นนิยมรถจักรยานยนต์พิกัด 600 ซีซี. เป็นอย่างมาก ทำให้การแข่งขันรุ่นนี้มีคนตามลุ้นจำนวนมากหลายหมื่นคน ตำแหน่งของการออกสตาร์ท เฉลิมพล ผลไม้ #65 ที่ควอลิฟายอยู่อันดับ 2 ได้สตาร์ทจากแถวหน้าสุดกลางแทร็ก โดยมี มาเอดะ คู่แข่งสำคัญอยู่ซ้ายสุด ส่วนแถวสอง เดชา ไกรศาสตร์ #2 ทำให้เห็นไลน์ของคู่แข่งที่อยู่ด้านหน้า และโค้งแรกเป็นโค้งขวาทำให้เดชาได้เปรียบมาก ทันทีที่สัญญาณไฟปล่อยตัวเริ่มขึ้น เดชา ไกรศาสตร์ #2 ก็ทะยานออกอย่างรวดเร็วสามารถเกาะด้านขวาของแทร็กได้ โดยมี เฉลิมพล ผลไม้ #65 ตีคู่ขนาบข้างกันไป และมาเอดะ #5 พยายามจะเข้ามาอยู่ในกลุ่ม เมื่อถึงโค้งแรก เดชา ไกรศาสตร์ #2 แบนรถเข้าโค้งขึ้นนำก่อนเป็นคันแรก ตามด้วยเฉลิมพล ผลไม้ #65 และ มาเอดะ #5 ตามลำดับ ทำให้การแข่งขันส่อเค้าว่าจะลุ้นกันเหนื่อยแน่นอน เนื่องจาก มาเอดะ #5 เป็นนักแข่งเจ้าถิ่นที่มีสถิติดีมาก แค่รอบจับเวลาควอลิฟาย ก็สามารถทำลายสถิติของสนามลงได้แล้ว แต่พอเริ่มแข่งไปเพียงแค่ 5 โค้ง ของทั้งหมด 15 โค้งระยะทาง 5.8 กิโลเมตรของสนาม ซึ่งเป็นโค้งขวากว้างๆ จู่ๆ มาเอดะ #5 ที่อยู่อันดับ 3 ก็เกิดแหกโค้งหลุดออกไปขอบทางด้านซ้าย รถลื่นไถลลงบ่อกรวด ทำให้สองนักแข่งไทยอยู่ในอันดับ 1 และ 2 ทันที ขับแบบไร้ความกดดันทันที ซึ่งหากจบด้วยตำแหน่งดังกล่าว นักแข่งไทยจะได้ทั้งแชมป์สนาม และแชมป์ประจำปีทีเดียว แต่การแข่งขันต้องขับเคี่ยวถึง 12 รอบสนาม แถม สนาม ซูซูก้า เซอร์กิต ทีมีความยาว 5.8 กิโลเมตร มีโค้งคดเคี้ยว และความสูง-ต่ำของแทร็กให้ได้สู้ตลอด ยิ่งหลายรอบสภาพยางก็ยิ่งเหลือน้อย ทำให้นักแข่งระวังตัวมาก และเน้นปลอดภัยไว้ก่อน เมื่อถึงรอบที่ 8 เฉลิมพล ผลไม้ #65 เข้าโค้งรูป S กว้างเกินไปโดนเจ้าเอโนคิโตะ อิคึฮิโร่ #9 กับ นาโกเอะ เทมเป #73 แซงขึ้นไปทำให้เฉลิมพล ผลไม้ #65 ตกมาอยู่อันดับ 4 นักแข่งไทยพยายามเร่งเครื่องแต่ก็ไม่สามารถสู้ความชำนาญของเจ้าถิ่นที่เข้าโค้งปิดไลน์ได้หมด ต้องเกาะกลุ่มไปเรื่อยๆ ขณะที่ เดชา ไกรศาสตร์ #2 ที่นำอยู่ ในรอบสุดท้าย พลาดโดนนักแข่งเจ้าถิ่นแซงขึ้นไปคว้าแชมป์แบบฉิวเฉียด ส่งผลให้เดชา ไกรศาสตร์ #2 จบการแข่งขันด้วยอันดับ 2 และเฉลิมพล ผลไม้ #65 จบการแข่งขันด้วยอันดับ 4

สำหรับคะแนนสะสมประจำปีปรากฎว่า การคว้าแชมป์ของ เอโนคิโตะ อิคึฮิโร่ #9 ส่งผลให้มีคะแนนสะสมเพิ่มขึ้นอีก 28 คะแนน รวมกับของเดิมมี 55 คะแนนกลายเป็น 83 คะแนน

ส่วน เฉลิมพล ผลไม้ #65 ของไทยจบด้วนอันดับ 4 ได้เพิ่มอีก 21 คะแนน ของเดิมมีอยู่ 61 คะแนน รวมกันกลายเป็น 82 คะแนน พลาดชวดตำแหน่งแชมป์ออลเจแปนไปเพีบงแค่คะแนนเดียวเท่านั้น ส่วนเดชา ไกรศาสตร์ มีคะแนนสะสมรวมเป็น 63 คะแนน

ภายหลังการแข่งขัน เดชา ไกรศาสตร์ #2 เผยว่า “แม้ตนจะได้รองแชมป์สนาม แต่ก็ไม่ได้ดีใจนักเพราะอยากให้ เฉลิมพล จบด้วยอันดับที่ดีกว่านี้อีกหนึ่งอันดับ ก็จะทำให้ได้คะแนนรวมสูงสุดคว้าตำแหน่งออลเจแปนได้ด้วย อย่างไรก็ตามตนก็พยายามจะป้องกัน เอโนคิโตะ อิคึฮิโร่ #9 ไว้หลายรอบแล้ว แต่รอบสุดท้ายป้องกันไม่อยู่จริงๆ จึงต้องพ่ายแพ้ไปซึ่งตนต้องขอโทษทุกคนด้วย ที่แม้จะพยายามแล้วแต่ยังไม่ดีพอ

ด้าน เฉลิมพล ผลไม้ #65 กล่าวหลังการแข่งขันว่า “ตนยอมรับว่าเสียดายมาก เพราะตั้งใจมากที่จะขับแบบละเอียดทุกจุดจนไม่มีข้อผิดพลาด กระทั่งเหลือเวลาการแข่งขันน้อย แม้จะทำความเร็วได้ดีขึ้นเลื่อยๆ แต่ก็ไม่ทันจึงต้องพ่ายไปอย่างน่าเสียดาย”

ภายหลังการแข่งขันสิ้นสุดลง นายธีระพงษ์ โอภาสกรกุล ผู้อำนวยการทีม กล่าวว่า “แผนการแข่งขันที่วางไว้นักแข่งทั้งสองคนวางแผนไว้รัดกุมมาก และถือได้ว่าดีกว่าที่วางแผนไว้ เมื่อทั้งสองคนสามารถขึ้นไปนำในอันดับ 1 และ 2 ได้ แถมนักแข่งที่เต็งแชมป์อย่าง มาเอดะ #5 เกิดอุบัติเหตุหลุดโค้งต้องออกจากการแข่งขันไป แต่ก็ยังมีนักแข่งเจ้าถิ่นคนอื่นๆ ที่แรงไม่แพ้กัน

อย่างไรก็ตามนักแข่งทั้งสองคนทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว ต้องขอขอบคุณคนไทยที่ส่งแรงใจเชียร์ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม มาโดยตลอด และผู้สนับสนุนทุกท่านที่ช่วยกันสนับสนุนจนทีมของคนไทยสามารถร่วมแข่งขันในรายการนี้ โดยมีคะแนนทีมจบสูงสุดที่ 90 คะแนน ซึ่งแม้นักแข่งจะไม่ได้แชมป์ แต่การที่ทีมได้คะแนนรวมสูงสุด สามารถบอกถึงความสำเร็จของทีมไทย ที่มีมาตรฐานระดับสูงสุดของการแข่งขันรายการนี้ทีเดียว”

หลังจากนี้นักแข่งไทยมีกำหนดที่จะพักผ่อนในเมืองโอซาก้าอีก 1 คืนจากนั้นรุ่งขึ้นจะบินกลับบ้าน ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG623 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิเวลา 15.50 น. ของวันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2559 ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับทั้งตัวนักบิดแต่ละคนเองและทีม ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม มา ณ ตรงนี้ด้วย ที่เป็นตัวแทนของคนไทยไปสร้างชื่อเสียงและเป้นแรงลบันดาลใจให้กับเหล่าไบค์เกอร์ทั้งหลายในบ้านเรา หวังว่าในปีต่อๆ ไป ทางทีมจะยังคงรักษาฟอร์มแกร่งไว้ได้ต่อไป

e3c5f26071a692f52c0a0ae44a03ec71.gif
0ba176b19528f51aad78cb63e250a806.gif
c47c2b8530b04ff3fab32b4195bd9c49.gif