Yamaha MT-10 Retro ADK

Yamaha-MT-10-Concept-AD-Koncept-01

สำหรับรถ Yamaha  MT-10 ซุปเปอร์เนกเกตที่มีขนาดเครื่องใหญ่ที่สุดในตระกูล MT นั้นก็ใกล้จะส่งมอบรถกันเต็มทีแล้ว และอีกไม่นานนับจากนี้ก็น่าจะเปิดตัวกันในบ้านเราด้วย ดังนั้นแล้วทางสำนักแต่งอย่าง ADK จึงได้จัดการนำเจ้า MT-10 มาออกแบบใหม่โดยเน้นคอนเซ็ปท์ในสไตล์แบบย้อนยุค แต่แฝงไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยนั่นเอง

ADK นั้นย่อมาจาก AD KONCEPT เป็นสำนักแต่งชื่อดังจากทางประเทศฝรั่งเศส โดยในการโมดิฟายกันครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงรูปร่างหน้าตาเดิมของเจ้า MT-10 กันทั้งหมดเลย เหลือไว้แต่เครื่องและก็โครงรถกันเท่านั้น หากเราเปรียบเทียบกับรูปที่เห็นด้านล่างนี้แล้วก็จะทราบทันทีว่ามันออกมาคนละฟีลกันเลย โดยเฉพาะในส่วนของไฟหน้าที่เป็นแบบไฟกลมตามสไตล์รถเรโทร และส่วนของเบาะนั่งนั้นมีขนาดที่กระชับมากขึ้น และเน้นขับขี่คนเดียวเป็นหลัก (แต่ก็ยังสามารถซ้อนท้ายได้อยู่) ตัวท่อรถนั้นเป็นแบบไปป์ยาวออกข้าง โดยรวมแล้วมิติของตัวรถจะมีขนาดที่กระทัดรัดขึ้น และตัดพวกแฟร์ริ่งในส่วนที่ไม่จำเป็นออกไปทั้งหมด เหลือไว้แต่ตัวรถหลักๆ เลย แน่นอนว่ามันจะทำให้น้ำหนักตัวรถนั้นเบาขึ้นกว่าเดิมด้วย

IMG_8255

ภาพ Yamaha MT-10 แบบปกติ ที่ทาง Yamaha Thailand นำมาแสดงก่อนหน้านี้

โดยเครื่องยนต์ของ Yamaha MT-10 นั้นจะใช้เครื่องเดียวกันกับ R1 ตัวล่าสุดนั่นเอง โดยขุมกำลังนั้นมีความจุกระบอกสูบอยู่ที่ 998cc ให้แรงม้ามาที่ 165 ตัวและทอร์คเท่ากับ 102 นิวตันเมตร ระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบ 4 จังหวะ 4 วาล์ว DOHC โดยเครื่องยนต์นั้นมีการปรับจูนให้รถมีกำลังจัดจ้านมากๆ ในย่านความเร็วต้นถึงกลาง ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด คลัทช์เป็นแบบสลิปเปอร์ ซึ่งธรรมชาติของรถในแนวนี้จะเน้นท่าทางในการขับขี่ที่สบาย มีแรงบิดมหาศาลในจังหวะจะเร่งจะแซง แต่ความเร็วปลายอาจไม่จัดจ้านมากนักเพราะแรงลมจะประทะกับตัวเราอยู่ตลอด เน้นที่ตัวรถมีความคล่องตัวสูงในการคอนโทรล ตรงนี้ถือว่าช่วยได้เยอะทีเดียวเวลาขับขี่กันในเมือง ในขณะที่ถังน้ำมันมีความจุมาให้อยู่ที่ 17 ลิตร

http://i2.wp.com/www.asphaltandrubber.com/wp-content/uploads/2016/06/Yamaha-MT-10-Concept-AD-Koncept-02.jpg

ใช้โช๊คอัพหน้าแบบ USD ขนาด 43 mm แบบปรับระดับได้อย่างเต็มตัว ในขณะที่โช๊คอัพหลังเป็นแบบสวิงอาร์ม เบรกนั้นนั้นเป็นแบบ ทวิน ไฮดรอลิก ขนาด 320 mm หลังเป็นแบบเดี่ยวขนาด 220 mm ทำงานร่วมกับระบบ ABS ทั้งหน้าและหลัง โดยราคาที่เปิดตัวมานั้นอยู่ที่ราวๆ 500,000 บาท แต่สำหรับในเวอร์ชั่นของ ADK นั้นแน่นอนว่าราคาจะต้องแพงไปกว่าปกติอีกพอสมควร เพราะว่ามีการตกแต่งกันหลายจุดเลยทีเดียว ส่วนจะเป็นเท่าไหร่นั้นก็ต้องมาติดตามกันต่อไป

ขอบคุณภาพจาก facebook.com/designadk asphaltandrubber.com

e3c5f26071a692f52c0a0ae44a03ec71.gif
0ba176b19528f51aad78cb63e250a806.gif
9fdb34d78411a1f683018bb7045f672d.gif