มีโอกาสเต็มตัว กับการเข้ามาทำตลาดในบ้านเราของ New Suzuki V-Strom 250

19620546_1741802549181325_5819843099089114468_o

หลังจากที่เปิดตัวกันครั้งแรกสุดในโลกที่ประเทศจีนเมื่อช่วงเดือน ตุลาคมปี 2016 ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในฐานการผลิตหลักของโมเดลรุ่นนี้ กับ New Suzuki V-Strom 250 แต่แล้วล่าสุดเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ทางประเทศแม่อย่างญี่ปุ่นเองก็ได้มีกำหนดการอย่างชัดเจนในการเปิดตัวโมเดลนี้เช่นกัน ซึ่งคาดว่าจะเป็นการณ์ผลิตกันในญี่ปุ่นกันบ้างแล้วคราวนี้ และจะมีกำหนดการณ์ในการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 ก.ค. 2017 ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกของรถแนวแอดเวนเจอร์ทัวร์ริ่งในคลาส 250 จากทางค่ายญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้

อย่างแรกเลยเราลองไปทำความรู้จักกับเจ้า V-Strom 250 คันนี้ให้มากขึ้นกันก่อน ซึ่งจุดเด่นที่สุดเลยของรถคันนี้ก็คือมันเป็นรถที่สามารถนำไปวิ่งได้ในหลากหลายสภาพถนน ไล่ไปตั้งแต่ทางเรียบแบบปกติ, เอาไว้เดินทางไกล รวมไปถึงทางฝุ่นด้วย ที่มาพร้อมกันกับเครื่องยนต์ขนาด 248 cc แบบ 2 สูบเรียง อัตราส่วนกำลังอัดเท่ากับ 11.5 : 1 ขนาดกระบอกสูบ x ช่วงชักเท่ากับ 53.5 mm x 55.2 mm ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด ส่งกำลังสุดท้ายด้วยโซ่ ที่ให้อัตราเร่งในย่านความเร็วต้นถึงกลางอย่างยอดเยี่ยม เหมาะกับรถในแนวนี้เป็นอย่างมาก ระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ SOHC ซึ่งให้แรงม้ามาสูงสุดที่ 24 bhp และแน่นอนว่ารถทรงนี้มักจะไม่เน้นความเร็วปลายอยู่แล้ว ตัวเลขของแรงม้าเลยอาจจะดูไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ก็ทดแทนด้วยทอร์คที่ตอบสนองเวลาเร่งแซงได้ดี

ในภาพอาจจะมี รถมอเตอร์ไซค์

สำหรับการออกแบบนั้นทางค่ายเองได้นำเอาสไตล์มาจาก V-Strom รุ่นใหญ่ในหลายๆ จุดเลยทีเดียว ทำให้มิติตัวรถนั้นไม่ค่อยจะแตกต่างกันมากเท่าไหร่ แต่ว่าความหนาและความสูงอาจจะน้อยกว่านิดนึง ซึ่งข้อดีก็คือเหมาะสมกับรูปร่างของคนขี่ในหลายๆ สรีระ ไฟหน้าเป็นแบบกลมดวงเดียวขนาดใหญ่ พร้อมกับปากนกที่เหมือนกันกับดีไซน์ของ V-Strom 650 (โฉมใหม่) และ V-Strom 1000 และมีการ์ดแฮนด์มาให้ด้วย ส่วนของชุดกระเป๋าข้างและกระเป๋าหลังสำหรับบรรทุกสัมภาระนั้น ก็เป็นอุปกรณ์ที่ออกมาวางจำหน่ายแบบตรงรุ่นจากทาง Suzuki กันพร้อมกับการวางจำหน่ายเลย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยราคาออกมาแต่อย่างใด (เช่นเดียวกันกับราคาของตัวรถ) ระบบเบรกนั้นเป็นดิสก์เบรกแบบทรงคลื่นทั้งหน้าและหลัง ทำงานร่วมกับระบบเบรก ABS ของ BOSCH ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โช้คหน้าเป็นแบบเทเลสโคปิก ส่วนโช้คหลังเป็นแบบโมโนลิงค์ ส่นวของยางหน้าและหลังนั้นเป็นแบบ tubeless ขนาด 110/80-17M/C 57H และ 140/70-17M/C 66H ใช้แม็กส์แบบ 10 ก้าน บวกกับวินด์ชิลด์ด้านหน้าขนาดใหญ่ ที่รองรับการประทะของลมยามที่เราวิ่งออกทริปกันไกลๆ

ในภาพอาจจะมี รถมอเตอร์ไซค์

ทีนี้ก็อย่างที่ทราบกันดีว่าทาง Suzuki ในประเทศไทยนั้นส่วนมากจะนิยมนำรถที่ประกอบจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาขาย ยิ่งกับในช่วงหลังมานี้ก็แทบจะทุกโมเดลรถใหญ่เลยทีเดียว ดังนั้นแล้วหากว่ามีการเปิดตัวในวันที่ 6 ที่จะมาถึงนี้ที่ประเทศญี่ปุ่น นั่นก็เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่ามีโอกาสอย่างเต็มตัวที่ทาง Suzuki บ้านเรานั้นจะนำเข้ามาวางขายเฉกเช่นเดียวกับโมเดลอื่นๆ ก่อนหน้านี้ แต่จะเมื่อไหร่อย่างไรนั้น มาติดตามความคืบหน้ากันได้อีกครั้งครับ

ขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/youngmachine/

e3c5f26071a692f52c0a0ae44a03ec71.gif
a96bf05e3e035d09368c2ad5994a7a2d.gif
bd3e2f96ea6a84d4c720ef9617a2c46f.gif