รีวิว New Honda CBR500R รุ่นใหม่ ฟีลลิ่งสปอร์ตมากกว่าเดิม ขี่เร้าใจมากขึ้น!

New Honda CBR500R รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ แนวสปอร์ตฟูลแฟริ่ง รุ่นใหม่ล่าสุดจากทางค่ายปีกนก ที่ได้เปิดตัวในประเทศไทยเราไปก่อนหน้านี้ไม่นาน และก็สร้างกระแสความสนใจได้เป็นอย่างมาก สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถในแนวทางนี้ ครั้งนี้ทาง GreatBiker เอง จะพาเพื่อนๆ ไปดูด้วยกันเลยว่า ในการขับขี่จริงนั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง?

u4WBlW.jpg

New Honda CBR500R ได้มีการอัพเกรดฟีเจอร์สำคัญอย่าง การติดตั้งดิสก์เบรกหน้าคู่ทรงคลื่นขนาด 296 มม. จากที่เวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ทั้งหมดตั้งแต่เปิดตัวออกมา จะเป็นดิสก์หน้าแบบเดี่ยวเท่านั้น และยังพร้อมกับคาลิปเปอร์แบบ Radial Mount 4 Pots และระบบเบรก ABS จึงทำให้ตัวรถนั้นมีประสิทธิภาพในการเบรกที่ดีขึ้นกว่าเดิม

urSMa2.jpg

นอกจากนั้นแล้ว ยังมีการใส่ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบหัวกลับ Upside Down มาให้ จากแบรนด์ดังอย่าง Showa แบบ Big Piston ขนาด 41 มม. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับแรงสะเทือนจากพื้นผิวให้ยอดเยี่ยมมากขึ้น ซึ่งนอกจากมันจะขับขี่ได้ดีขึ้นแล้ว ยังทำให้ภาพลักษณ์ของตัวรถนั้น ดูมีความเป็นสปอร์ตที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นด้วย

urSePS.jpg

สำหรับสเปคเครื่องยนต์ จะมาในพิกัด 471cc แบบ 2 สูบเรียง ให้แรงม้าสูงสุด 46.9 แรงม้าที่ 8,600 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 43 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที เสริมด้วยระบบ Assist Slipper Clutch เพิ่มความนุ่มนวลขณะเปลี่ยนเกียร์ และยังมีการปรับความสว่างของไฟ LED ด้านหน้าแบบใหม่ ที่สว่างกว่าเดิมถึง 25% ด้วยกัน

ท่านั่งในการขับขี่

urY948.jpg
แน่นอนว่า New Honda CBR500R ออกแบบมาให้เป็นรถสปอร์ตฟูลแฟริ่ง ทำให้ท่านั่งต้องมีการก้มตัวพอสมควร แต่ด้วยองศาแฮนด์ที่มีความสูงประมาณหนึ่ง ทำให้ไม่ต้องหมอบมากนัก มีการออกแบบพักเท้าให้สูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยทำให้ท่านั่งก็ยังคงเป็นท่านั่งแบบสปอร์ตอยู่ เบาะนั่งมีการออกแบบให้ยาวขึ้น มีการออกแบบส่วนเว้าส่วนโค้งของตัวถังน้ำมัน ให้เข้ากับเข่ามากยิ่งขึ้น ทำให้เวลาขับขี่สามารถหนีบถังได้กระชับ เมื่อหมอบจนคางแนบถังแล้ว ก็ยังสามารถมองเห็นจอได้อย่างชัดเจน ทางด้านความสะดวกสบายของหน้าจอนั้นยังมีไฟชิพท์ไลท์ ตำแหน่งเกียร์ ตัวบอกรอบที่เป็นระบบดิจิตอลแบบวงกลม และระบบดิจิตอลแบบตัวเลขที่บอกรายละเอียดรอบเป็นจุดทศนิยมซึ่งตรงนี้เองถือว่าตอบโจทย์ในการขับขี่แนวเรซซิ่งได้เป็นอย่างดี

การคอนโทรล การเข้าโค้ง

urSLKQ.jpg
ด้วยการออกแบบบาลานซ์ของรถ New Honda CBR500R ใหม่ ที่ออกแบบมาให้มีน้ำหนักทิ้งมาด้านหน้ามากยิ่งขึ้น ทำให้จุดศูนย์ถ่วงในการขับขี่มาอยู่บริเวณนี้ ส่งผลให้การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงสามารถทำได้ดีมาก และเมื่อเจอโค้งแบบแคบๆ การพลิกรถก็ตอบสนองได้เป็นอย่างดี

อัตราเร่ง ต้น กลาง ปลาย

urY0xy.jpg
อัตราเร่งการออกตัวถือได้ว่าทำงานได้ดีมาก เปิดคันเร่งในรอบต้นตัวรถก็แสดงพละกำลังให้เห็นทันทีเลย และจะขับขี่สนุกมากยิ่งขึ้น ในย่านความเร็วกลางที่มีความเร็วตั้งแต่ 90 กิโลเมตรไปจนถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งในช่วงความเร็วตรงนี้นั้นถือว่าเป็นจุดเด่นอีกหนึ่งอย่างใน New Honda CBR500R คันนี้เลยก็ว่าได้ การเปลี่ยนเกียร์ในแต่ละเกียร์รอบจะอยู่ที่ 8,000 จนถึง 9,500 รอบ ความเร็วสูงสุดที่ผู้ทดสอบทำได้อยู่ที่ประมาณ 178 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ก็ต้องบอกว่ายังไม่ได้บิดหมดปลอก ซึ่งทางผู้ทดสอบเห็นว่า ความเร็วเท่านี้ก็เหลือเฟือในการขี่ในชีวิตประจำวันแล้ว ยิ่งการเปิดคันเร่งออกจากโค้งแทบไม่ต้องลดเกียร์ลง ก็สามารถบิดคันเร่งต่อไปได้ โดยที่รถเสียความเร็วลงไปไม่มากนัก จุดนี้ถือว่าน่าประทับใจเลยทีเดียว

ช่วงล่าง 

urYhbq.jpg
ด้วยการออกแบบช่วงล่างใหม่ใน New Honda CBR500R จะมีลูกสูบซับแรงสะเทือนขนาดใหญ่ แบบแยกแรงดันภายในอิสระ โช้คอัพใหม่แบบหัวกลับ Upside Down ทำให้รองรับแรงสะเทือนได้เป็นอย่างดี มีการทรงตัวที่ดีเยี่ยม การเข้าโค้งและการบังคับเลี้ยวทำได้อย่างมั่นใจในทุกสภาพถนน และที่สำคัญระบบ Assistant & Sliper Clutch ยังเพิ่มความนุ่มนวลในจังหวะการเชนเกียร์ด้วยนั่นเอง

ระบบเบรก

urYd41.jpg
ด้วยการออกแบบระบบเบรคหน้าแบบดิสก์คู่ และดิสก์หลังที่มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น ทำให้การเบรกตอบสนองได้ดีมาก จนรู้สึกว่ารถแทบจะหยุดเมื่อต้องเบรคและเชนเกียร์ก่อนเข้าโค้ง และแน่นอนว่า ABS ก็ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

ภาพรวม

urSmen.jpg
New Honda CBR500R ถือว่าเป็นรถที่ขับขี่ในความเร็วต้นไปจนถึงกลางได้อย่างสนุก บิดติดมือ ขับขี่ในสนามแข่งขันก็สามารถทำได้ การใส่อัพไซด์ดาวน์ด้านหน้า และดิสก์เบรกหน้าคู่มานั้น เพิ่มฟีลลิ่งความสปอร์ตให้กับตัวรถมากขึ้นอย่างชัดเจน และจะเอามาใช้ในชีวิตประจำวันก็เหมาะสมเหมือนกัน ด้วยน้ำหนักรถที่ไม่มากนัก ประกอบกับความคล่องตัวในการเลี้ยว เหมาะสำหรับสายสปอร์ตที่ชื่นชอบความเร็ว แต่ก็ยังต้องการรถที่ขี่ใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือขี่ท่องเที่ยวออกทริปได้ด้วยนั่นเอง กับราคาที่เปิดตัวออกมาอยู่ที่ 219,800 บาทนั้น ก็คุ้มค่ามากๆ เพื่อนๆ ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยครับ

urSIbW.jpg

d58b1dbc6d8ac28f10171ea1caf00eef.gif
uWoCOa.jpg
CuJkO9.gif
CuGXVI.gif
8e49844b91ba44edf53bc3e7924967dd.jpg
sP2wYz.jpg