วิเคราะห์เจาะลึก New Honda ADV160 RoadSync คุ้มไหม เหมาะกับใคร?

การเปิดตัว Honda ADV160 RoadSync อย่างเป็นทางการในไทย ถือเป็นการอัปเกรดสำคัญของไลน์สกู๊ตเตอร์แอดเวนเจอร์จาก Honda โดยเฉพาะการใส่ระบบ Honda RoadSync เข้ามาเต็มรูปแบบ
คำถามคือ ในราคา 101,900 บาท รุ่นนี้ “คุ้มไหม” และเหมาะกับใครจริงๆ
บทความนี้จะวิเคราะห์แบบแยก 6 มิติหลัก ทั้งเทคโนโลยี สมรรถนะ ช่วงล่าง ความปลอดภัย ความคุ้มค่าเชิงตลาด และตำแหน่งในกลุ่ม 150–160 ซีซี
1. จุดเปลี่ยนสำคัญ RoadSync ทำให้รถคันนี้ต่างจากเดิมจริงไหม
RoadSync คือหัวใจของรุ่นนี้
ระบบเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนผ่าน Bluetooth
-
รับสาย
-
ฟังเพลง
-
ดูแจ้งเตือน
-
นำทางด้วยเสียง
-
ควบคุมผ่านสวิตช์แฮนด์ซ้าย
วิเคราะห์เชิงใช้งานจริง
สำหรับคนที่ใช้รถทุกวันในเมือง การต้องหยิบมือถือขึ้นมาดูแผนที่คือความเสี่ยง RoadSync ลดจุดนี้ได้ชัดเจน
ในเชิง Positioning รถรุ่นนี้จึงขยับจาก “สกู๊ตเตอร์แอดเวนเจอร์” ไปสู่ “SUV Scooter เชิงเทคโนโลยี” อย่างชัดเจน
คำถามคือ คนส่วนใหญ่ใช้จริงไหม
ถ้าคุณเป็นคน
-
ใช้ Google Maps ทุกวัน
-
รับสายระหว่างเดินทาง
-
ฟังเพลงหรือพอดแคสต์ประจำ
ระบบนี้มีคุณค่าอย่างแท้จริง
ถ้าคุณขี่ใกล้บ้าน ไม่ใช้ระบบนำทาง และไม่สนใจการเชื่อมต่อดิจิทัล RoadSync อาจไม่ใช่เหตุผลหลักในการซื้อ

2. สมรรถนะ eSP+ ยังแข็งแรงพอในปี 2026 หรือไม่
ADV160 ใช้เครื่องยนต์ eSP+ 156.9 ซีซี 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ
จุดเด่นของเครื่องบล็อกนี้
-
แรงบิดมาไว
-
อัตราเร่งต้นดี
-
ประหยัดน้ำมัน
-
ผ่านการพิสูจน์ความทนทานในตลาดหลายปี
ถือว่าเครื่องยนต์นั้นสมดุลระหว่างแรงและความประหยัด อยู่ในระดับบนของกลุ่ม

3. ช่วงล่างและความปลอดภัย คือจุดที่ทำให้ ADV160 ยังแตกต่าง
จุดแข็งของ ADV160 มาโดยตลอดคือช่วงล่าง
-
โช้คหน้าเทเลสโคปิก
-
โช้คหลังคู่ซับแทงก์ Showa
-
ABS ล้อหน้า
-
ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (Traction Control)
ในกลุ่มสกู๊ตเตอร์ 150–160 ซีซี ไม่ใช่ทุกรุ่นที่ให้ Traction Control
นี่คือจุดที่ทำให้ ADV160 มีภาพลักษณ์พรีเมียมกว่า
หากคุณขี่บนถนนลื่น ฝนตก หรือพื้นผิวไม่สมบูรณ์ ระบบนี้มีประโยชน์จริง
4. ราคา 101,900 บาท แพงไหมเมื่อเทียบตลาด
ในปี 2026 กลุ่มสกู๊ตเตอร์ 150–160 ซีซี พรีเมียม มีราคาขยับเข้าใกล้หลักแสนเกือบทั้งหมด
สิ่งที่ ADV160 RoadSync ให้
-
เครื่อง 160 ซีซี
-
ABS
-
Traction Control
-
Showa Subtank
-
RoadSync
-
ภาพลักษณ์ SUV
เมื่อเทียบกับฟีเจอร์ที่ได้ ราคาไม่ได้หลุดกรอบตลาด
ปัจจุบัน ADV160 ในไทยมีเฉพาะรุ่น RoadSync เท่านั้น
นั่นหมายความว่า Honda เลือกวางตำแหน่งให้เทคโนโลยีเชื่อมต่อเป็น “มาตรฐานใหม่” ของรุ่นนี้ไปแล้ว
ในเชิงกลยุทธ์การตลาด การตัดรุ่นธรรมดาออก ทำให้ ADV160 ขยับภาพลักษณ์ขึ้นไปอยู่ในกลุ่มพรีเมียมชัดเจน และลดความซ้ำซ้อนของไลน์สินค้า
ผู้ซื้อจึงไม่ต้องตัดสินใจเลือกระหว่างมีหรือไม่มี RoadSync แต่ต้องถามตัวเองว่า เทคโนโลยีนี้ให้คุณค่ากับการใช้งานของเรามากแค่ไหน

5. รุ่น Black Edition เพิ่มเงิน 500 บาท คุ้มไหม
Black Edition ราคา 102,400 บาท
สิ่งที่เพิ่มมา
-
คาลิปเปอร์แดง
-
โลโก้รุ่นพิเศษ
-
เดินด้ายเบาะแดง
เพิ่มเงินเพียง 500 บาท ได้ความแตกต่างด้านภาพลักษณ์ ถือว่าคุ้มในเชิงสไตล์
6. แล้วเหมาะกับใคร
เหมาะกับ
-
คนทำงานในเมืองที่ใช้แผนที่ทุกวัน
-
คนที่ต้องการรถคันเดียวจบ ทั้งใช้งานและออกทริป
-
คนที่ให้ความสำคัญกับระบบความปลอดภัย
-
คนที่อยากได้รถดูพรีเมียมกว่าสกู๊ตเตอร์ทั่วไป
อาจไม่เหมาะกับ
-
คนที่ต้องการความแรงสุดในคลาส
-
คนที่ไม่ใช้ฟีเจอร์เชื่อมต่อ
-
คนที่ต้องการงบต่ำกว่า 100,000 บาท

บทสรุปสุดท้าย คุ้มไหม
ถ้ามองเฉพาะ “ฟีเจอร์ต่อราคา”
New Honda ADV160 RoadSync ถือว่าคุ้มในกลุ่มพรีเมียม 160 ซีซี เพราะ
-
ได้เทคโนโลยีเชื่อมต่อเต็มรูปแบบ
-
ได้ระบบความปลอดภัยครบ
-
ได้ช่วงล่างที่เหนือกว่าหลายคู่แข่ง
แต่ความคุ้มค่าที่แท้จริงขึ้นอยู่กับว่าคุณจะใช้ RoadSync หรือไม่
ถ้าใช้ รถคันนี้ให้คุณค่ามากกว่าราคา
ถ้าไม่ใช้ คุณอาจจ่ายเพิ่มโดยไม่จำเป็น
ในภาพรวม ADV160 RoadSync คือสกู๊ตเตอร์ที่พัฒนาไปอีกขั้นจากเดิม ไม่ใช่แค่เปลี่ยนสีหรือปรับหน้าจอ แต่เป็นการเพิ่มมิติเทคโนโลยีให้รถใช้งานทุกวัน
และในปี 2026 นี่คือหนึ่งในสกู๊ตเตอร์ที่สมดุลที่สุดระหว่างเทคโนโลยี ความปลอดภัย และภาพลักษณ์ในตลาดไทย

Sakon Supapornopas – Website founder greatbiker.com I like all types of motorcycles. Working in the automotive industry for more than 10 years, in-depth analysis of new motorcycle models. that will be launched in Thailand and abroad Review from actual use experience


