JSD จับเอา Yamaha YZF-R15 2018 มา Custom Design ในรูปแบบ 2 สีใหม่

all-new-r15-facelift-2018

จากที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ทางค่าย Yamaha เองได้ทำการเปิดตัว YZF-R15 2018 อย่างเป็นทางการ 3 สีใหม่ ซึ่งอย่างที่ทราบกันดีว่าหนึ่งในไฮไลท์ที่สำคัญที่สุดก็คือการเปลี่ยนระบบกันสะเทือนหน้าแบบหัวกลับของตัวรถนั้นเป็นสีทอง แบบเดียวกันกับ M-Slaz เพื่อนร่วมค่าย และแล้ววันนี้ทาง Julak Sendie Design (JSD) ก็ได้จับเอาโมเดลนี้มา custom กันใหม่ในสองสีสองสไตล์นอกเหนือไปจากสีปกติที่ทาง Yamaha เปิดตัวกันไป

โดยสีแรกที่ทาง JSD ได้ทำออกมานั่นก็คือสี WHITE FLUO ซึ่งเป็นสีขาว-ดำ-เขียว หากสังเกตดีๆ จะพบว่ามันก็คือหนึ่งในสีเดียวกันกับ R25/R3 ตัวปัจจุบันนั่นเอง ด้านล่างนี้เป็นรูปที่ถูกนำมาเปรียบเทียบกัน

และอีกหนึ่งสีก็คือสี RACING RED หรือว่าสีแดง-ดำ ที่ให้ความรู้สึกถึงความเร็ว-แรงในการขับขี่ ซึ่งมันให้อารมณ์ที่แตกต่างไปจากสีด้านบนอย่างชัดเจน

ซึ่งสเปคของ Yamaha YZF-R15 2018 นั้นจะใช้เครื่องยนต์ขนาด 155 cc 1 ลูกสูบแบบไดอะซิล 4 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 14.17 hp @ 8.900 rpm แรงบิดสูงสุด 12.76 Nm @ 7.000 rpm จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดอัจฉริยะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นต่อมอะดรีนาลีนของเหล่าไบค์เกอร์ทั้งหลาย ให้สนใจเจ้า R15 คันใหม่นี้นั่นก็คือ VVA “Variable Valve Actuation” หรือระบบวาล์วแปรผัน ซึ่งระบบนี้ จะช่วยทำให้รถมีแรงบิดและกำลังของเครื่องยนต์มีสมรรถนะดี ทั้งช่วงความเร็วรอบต่ำ กลางและสูง เพราะโดยปกติแล้วรถมอเตอร์ไซค์ทั่วๆ ไปย่อมมีข้อจำกัดหรือข้อด้อยอยู่ในตัวเช่นกัน เช่นเครื่องยนต์บางตัวมีสมรรถนะที่ดีในช่วงความเร็วรอบต่ำ แต่จะมีสมรรถนะน้อยลงเมื่อความเร็วรอบสูง หรือเครื่องยนต์ บางตัวมีสมรรถนะที่ดีในความเร็วรอบสูงแต่จะมีสมรรถนะไม่ดีในความเร็วรอบต่ำ แต่ระบบวาล์วแปรผันนี้ (VVA )จะทำได้ดี ทั้งรอบต่ำ, รอบกลางและรอบสูงนั่นเอง

นอกจากนั้นยังมีฟีเจอร์ที่โดดเด่นอย่าง Assist & Slipper Clutch (ตัวป้องกันท้ายปัดขณะเปลี่ยนเกียร์แบบแรงๆ ), ระบบกันสะเทือนหน้าแบบ Upside Down ซึ่งหากมองภาพรวมของโมเดลนี้แล้ว ก็ถือว่ามีความแตกต่างจากโฉมก่อนหน้านี้แบบเยอะเลยทีเดียว ที่สำคัญไม่ใช่แค่เรื่องของการออกแบบภายนอกเท่านั้น มันยังรวมไปถึงเรื่องของการออกแบบแฟร์ริ่งที่เน้นการทำแอร์โร่ไดนามิกมากเป็นพิเศษ เพื่อให้เราทำการแหวกลมยามที่ขับขี่ด้วยความเร็วสูงได้เป็นอย่างดี อีกทั้งการเลือกใช้เฟรมเดลต้าบ๊อกซ์ ที่มีความแข็งแรงทนทาน, สวิงอาร์มอลูมิเนียมน้ำหนักเบา พร้อมกับการบาลานซ์น้ำหนักรถทั้งด้านหน้าและหลังที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี ทำให้ตัวรถนั้นมีความคล่องตัวสูงมากๆ ยามใช้งานจริง

ขอบคุณภาพประกอบจาก julaksendiedesign.wordpress.com

BqfGdE.jpg