(Hall of Fame) รำลึก Honda NSR 150 SP Proarm

4a59bx

วันนี้อาจจะแปลกตาไปสักหน่อยเมื่อทางเราจะนำเสนอเกี่ยวกับรถ Honda NSR 150 SP Proarm ซึ่งถือว่าเป็นรถในตำนานคันหนึ่งของบ้านเรา เมื่อครั้งสมัยนู้นถือว่าทาง Honda ได้จัดเต็มกับคันนี้โดยยัดเทคโนโลยีจากในสนามแข่งลงมาที่ตัวนี้อย่างครบครัน สิ่งที่เด่นสุดๆ ก็ตามชื่อรุ่นของมันกับเจ้าโปร์อาร์มนั่นเอง (สวิงอาร์มเดี่ยว) ซึ่งในสนามแข่งก็ทำขึ้นเพื่อเอาไว้ให้สามารถเปลี่ยนล้อได้อย่างรวดเร็วเพื่อทำเวลา ซึ่งต้นทุนในการผลิตก็แน่นอนว่าจะต้องสูงกว่าสวิงอาร์มทั่วไป

Honda NSR 150 SP Proarm มาในพิกัด 150cc 2 จังหวะ ที่ได้รับการการันตีจากแวนซ์สมัยก่อนว่าแรงและเร็วจริง (มักจะชอบเอาไปแข่งกับพวก KR ของ Kawasaki กัน) ซึ่งแม้ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานแต่ว่าทุกวันนี้เราก็คงจะพอพบเห็นได้บ้างตามท้องถนน แถมในเรื่องของอะไหล่ก็ถือว่ายังหาใช้กันได้อีกยาวเพราะทางร้านก็สต็อกกันไว้เยอะพอสมควร สนนราคาตอนเปิดตัวมาในสมัยก่อนก็อยู่ที่ 85,000 บาทซึ่งถือว่าแพงมากๆ ในสมัยก่อน (ราวๆ 15-16 ปีก่อน) แต่ถ้าใครได้ครอบครองมันก็ถือว่าหล่อและเท่ที่สุดแล้ว ไปไหนมีแต่สาวๆ กรี๊ดกัน

แน่นอนว่าสีที่โดดเด่นที่สุดของมันก็หนีไม่พ้นลาย Repsol สีเขียวส้มนั่นเอง โดยเอกลักษณ์ของมันก็คือเรื่องของเสียงที่จะกังวาลแสบแก้วหูมากกว่ารถ 4 จังหวะในปัจจุบัน และการที่เป็นรถ 2 จังหวะที่ซดออโตลูป นั้นทำให้การจุดระเบิดของเครื่องค่อนข้างถี่ซึ่งทำให้อัตราเร่งนั้นดีมากทีเดียว แต่ก็แลกมาด้วยการสึกหรอของเครื่องยนต์ที่จะสูงกว่ารถ 4 จังหวะ ซึ่งตรงนี้อาจจะไม่ใช่ปัญหาสำหรับนักบิดที่เสพติดความเร็วเท่าไหร่ ยิ่งเวลาซัดไปจนถึงวาวล์เปิดแล้วด้วยนี่ฟินกันสุดๆ ไปเลย

ส่วนสเปคเต็มๆ ของเจ้า NSR 150 SP ก็จะเป็นดังนี้นะครับ

เครื่องยนต์ : 1 สูบ 2 จังหวะ
ขนาดเครื่องยนต์ : 149cc
ช่วงชัก : 59 x 54.5
แรงม้า : 39.5 ที่ 10,500 รอบ
ทอร์ค : 2.75 kg-m ที่ 10,000 รอบ
ระบบเกียร์ : 6 สปีดแบบ return
ความยาว : 1,970 mm
ความกว้าง : 685 mm
ความสูง : 1,060 mm
ฐานล้อ : 1,355 mm
น้ำหนัก : 122.4 kg
ขนาดยาง : (F) 90/80-17, (R) 120/80-17 or 130/80-17

หากว่าใครสนใจเจ้าตัวนี้ก็เห็นมีขายกันมือสองตามร้านตามเว็บทั่วๆ ไป ซึ่งราคาก็ไม่ได้แรงเท่าไหร่ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับสภาพรถด้วย โดยเฉลี่ยทั่วๆไปก็น่าจะอยู่ที่ราวๆ 15,000 – 20,000 บาท แต่ถ้าสภาพสวยๆ จบๆ น่าจะอยู่ที่ราวๆ 25,000 – 30,000 บาท ซึ่งผู้ใช้งานบางท่านแจ้งว่าหากรถสภาพสมบูรณ์ก็สามารถวิ่งได้ตั้งแต่ กทม. – เชียงใหม่ โดยไม่ต้องพักรถกันเลยก็ยังไหว หากใครเคยสัมผัสแต่รถ 4 จังหวะจะลองมาแวนซ์กับเจ้า 2 จังหวะที่ครั้งหนึ่งมันเคยเป็น “ที่สุด” ของสองล้อมาแล้วก็ไม่เลวเหมือนกันใช่มั้ยครับ

ขอบคุณรูปจาก etc-bike.com thaisecondhand.com mocycdd.com

อ่านข่าวรถบิ๊กไบค์ออกใหม่ล่าสุดได้ที่นี่

e3c5f26071a692f52c0a0ae44a03ec71.gif
a96bf05e3e035d09368c2ad5994a7a2d.gif
a5033c0952508ef29648d510d1a24ad6.gif