Ducati Monster 821 ท้าชน Kawasaki Z800 ใครจะหมัดหนักกว่ากัน

เป็นที่แน่นอนแล้วว่าสำหรับเจ้า Ducati Monster 821 ที่พึ่งจะเปิดตัวกันไปในช่วงของงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 36 ที่ผ่านมาและเปิดให้สื่อมวลชนหลายๆ สื่อ ได้ทำการทดสอบการขับขี่กันไปที่จังหวัดเชียงใหม่ สดๆ ร้อน ๆเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา วันนี้ทางทีมงาน GreatBiker จึงอยากจะนำเอาเจ้ารถสไตล์ Naked Bike ที่ถือว่าถูกจับตามองและพูดถึงมากที่สุด ณ เวลานี้ และอีกตัวหนึ่งที่ก็ไม่พูดถึงไม่ได้นั่นก็คือเจ้ายักษ์เขียว Kawasaki Z800 รถสไตล์เดียวกันที่ราคาต่างกันพอสมควร เดียวเราจะมาดูกันว่า ทั้งสองรุ่นนี้เมื่อนำมาเปรียบกัน ใครจะเหนือกว่าใครและใครจะหมัดหนักกว่ากัน

หากจะนำมาเปรียบเทียบกัน ถือว่าเป็นรถ Naked Bike ทั้งสองรุ่นที่กำลังถูกจับตามองและได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับเจ้า Ducati Monster 821 (ดูคาติ มอนสเตอร์ 821) ถือว่าเป็นน้องใหม่ที่มาแรงจากสัญชาติอิตาลี และเจ้าบิ๊กไบค์ สัญชาติแดนปลาดิบ อย่าง Kawasaki Z800 (คาวาซากิ แซด800) ทั้งสองรุ่นนี้มีการออกแบบมาในลักษณะที่คล้ายๆ กัน คือ เพื่อการตอบสนองคนที่มีความชื่นชอบในความเร็วอย่างแท้จริง ด้วยเส้นสายการออกแบบที่เฉียบคม ตอบโจทย์ความเป็นรถบิ๊กไบค์แนวสตรีทได้อย่างลงตัว และด้วยเทคโนโลยีการขับขี่แบบพิเศษ ที่แน่นอนว่า สามารถบ่งบอกความเป็นตัวตนของผู้ขับขี่ได้อย่างเห็นได้ชัด พร้อมสร้างความเป็นอิสระให้คุณได้อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง

เรามาเมาส์กันถึงเรื่องของการออกแบบและดีไซน์ตัวรถโดยรวมของทั้งเจ้า Ducati Monster 821 และเจ้า Kawasaki Z800 กันเป็นเรื่องแรกๆ ที่ใครๆ ก็อยากจะรู้สักหน่อย

แน่นอนว่าในเรื่องของรูปลักษณ์การดีไซน์ตัวรถนั้นเจ้า Ducati Monster 821 จะเผยให้เห็นถึงความเป็นบิ๊กไบค์สัญชาติอิตาเลียนแท้ๆ ที่ใครๆ เห็นแล้วก็รู้ว่านี่คือเจ้า Monster ในทันที ตัดสลับมาที่เจ้า Kawasaki Z800 ของค่ายยักษ์เขียวกันสักหน่อย ดูในครั้งแรกที่ได้เห็น ดูเหมือนตัวรถจะมีความเตี้ยและรูปลักษณ์ที่ดูดุดัน ทำให้มันช่างน่าขับขี่เสียนี่กระไร แต่พอได้ไปขึ้นคร่อม โอ๊โห นี่ไม่เตี้ยเหมือนภาพที่เห็นเลยนะเนี่ย สำหรับใครที่มีใจเทมาทาง Kawasaki Z800 คงจะต้องเรียนรู้กับมันไปสักระยะหนึ่ง

สำหรับในเรื่องของ น้ำหนักตัวเทียบกับพละกำลังที่ให้มา Kawasaki Z800 ดูแล้วอาจจะเสียเปรียบนิดหน่อย แต่ถ้าเทียบกับสัดส่วนของน้ำหนักตัวแล้วละก็ ถือว่าภาพรวมก็ ถือว่ากินกันไม่ลง ไม่มีใครยอมใครกันเลยทีเดียว และเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า เจ้า Kawasaki Z800 คันนี้นั้นโดยตัวโครงสร้างที่ออกแบบมาให้เลือกใช้วัสดุที่ทำมาจากเหล็กเสียส่วนใหญ่ทำให้มันเป็นรถที่มีน้ำหนักมากที่สุดในรถคลาสเดียวกัน แต่ก็ถือว่าไม่ใช่ปัญหา หากจะนำไปหักลบกลบหนึ้กับดีไซน์ที่ได้มาหน้าตาเหมือนรถสตรีทไฟเตอร์ที่พร้อมจะพุ่งทะยานไปในทุกเส้นทาง ตัดสลับมาที่เจ้า Ducati Monster 821 ตัวนี้ถือว่าเป็นรถตระกูล Monster รุ่นล่าสุดที่ได้รับการถ่ายทอด DNA มาจากรุ่นพี่อย่างเจ้า Ducati Monster 1200 ส่วนที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดสำหรับการเปลี่ยนแปลงในรุ่นนี้ ก็คงเป็นการออกแบบตัวท่อไอเสียแบบใหม่ พร้อมบล็อกเครื่องยนต์ก็ใหม่ที่ให้มาแบบเต็มซีซีมากขึ้น เจ้า Ducati Monster 821 คันนี้ได้รับการปรับระดับของแฮนด์ให้มีความสูงเพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมถึง 40 mm พร้อมปรับองศาให้เข้ามาสอดรับกับตัวผู้ขับขี่ ทำให้ดูแล้วสามารถควบคุมมันได้ดีกว่าเดิม ในเรื่องของความจุถังน้ำมันและภาพรวมของตัวรถที่ดูใหญ่ขึ้น มาพร้อมถังน้ำมันที่ให้ความจุถึง 17.5 ลิตร ในขณะที่เจ้ายักษ์เขียวอย่าง Kawasaki Z800 มีความจุของถังน้ำมันอยู่ที่ 17 ลิตร ซึ่งก็ถือว่าไม่ต่างกันเท่าไร และอีกส่วนที่คงไม่พูดถึงคงไม่ได้ นั่นก็คือในรุ่นนี้ของเจ้า Ducati Monster 821 ได้มีการปรับมาใช้สวิงอาร์มคู่ทำให้มันดูแน่และมั่นใจทุกการขับขี่มากยิ่งขึ้น พร้อมตัวโช้คอัพด้านหลังที่สามารถปรับระดับความสูงต่ำได้ จึงไม่น่าจะกังวลเท่าไร หากผู้ขับขี่มีส่วนสูงที่ไม่มากนักเท่าไร แต่สำหรับ Kawasaki Z800 อาจจะติดในเรื่องของความสูงของตัวรถ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลักในการประกอบการตัดสินใจสักเท่าไร


แล้วเรื่องของสมรรถนะของบล็อกเครื่องยนต์และภาพรวมของการขับขี่ละ ?
สำหรับเจ้า Kawasaki Z800 ให้มาแบบจัดเต็มมาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียง ขนาดความจุที่ 806 ซีซี พร้อมแรงม้าที่ 113 แรงม้า ในขณะที่เจ้า Ducati Monster 821 มาพร้อมบล็อกเครื่องยนต์ที่เป็นเอกลักษณ์แบบ L-twin 2 สูบ ความจุของเครื่องยนต์อยู่ที่ 821.1 ซีซี พร้อมแรงม้าที่ 112 แรงม้า และเพิ่มหม้อน้ำสำหรับการระบายความร้อน (จากที่รุ่นเดิมๆ ไม่มีนั่นเอง) ก็ถือว่าพอฟัดพอเหวี่ยงกันไป แต่เรื่องของน้ำหนักตัวรถอย่างที่กล่าวไปข้างต้น เจ้า Ducati Monster 821 จะมีน้ำหนักตัวที่เบากว่าเพราะมีน้ำหนักเพียง 179.5 กิโลกรัมเท่านั้น แต่ในทางกลับกัน เจ้า Kawasaki Z800 มีน้ำหนักมากถึง 229 กิโลกรัม ทำให้ในบางครั้งการขับขี่และควบคุมอาจจะทำได้ยากกว่านั่นเอง

หากจะพูดถึงการขับขี่ในเมือง ความได้เปรียบเสียเปรียบกันแล้ว ความคล่องตัวสำหรับ Kawasaki Z800 จะขับขี่ในเมืองอาจจะทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกเหนื่อยไม่น้อยถ้าเทียบกับ Ducati Monster 821 แต่ถ้าถนนชานเมืองโล่งๆ แล้วละก็ นำสองตัวนี้มาไฟท์กัน บอกได้เลยว่ามันคงจะมันและน่าดูสุดๆ เพราะถือว่า เป็นรถที่เรียกรอบก็มา เปิดคันเร่งและบิดเหมือนสั่งได้ดังใจ แต่เจ้า Ducati Monster 821 ดูจะมีของเล่นมากกว่าตรงสามารถปรับเปลี่ยนการขับขี่ได้ถึง 3 โหมดนั่นก็คือ โหมด Urban, Touring และ Sport เรียกได้ว่าสำหรับมือใหม่ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย แต่ถ้าอยากได้ฟีลลิ่งการขับขี่ที่ดูดิบๆ เถื่อนๆ ก็คงตอบโจทย์แล้วละก็ถ้าจะต้องเลือกยักษ์เขียวอย่างเจ้า Kawasaki Z800 นั่นเอง

อีกเรื่องหนึ่งที่ไม่แน่ใจว่าเป็นความตั้งใจของทางค่ายยักษ์เขียวหรือไม่ ที่ไม่ได้บรรจงติดตั้งระบบเบรก ABS มาให้ ผิดกับเจ้า Ducati Monster 821 ที่จัดมาให้ครบ จัดมาให้เต็ม เรียกว่า ถ้ามองดูผ่านๆ นึกว่ามันคือตัว Ducati Monster 1200 ยังไงอย่างนั้น สำหรับส่วนนี้คงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดสำหรับสาวก Kawasaki Z800 ในรุ่นต่อไปว่าจะมีมาให้เลยหรือไม่อย่างไร

ในเรื่องของสีสัน หากต้องการความดุโหด Kawasaki Z800 คงจะต้องเป็นสีดำ แต่ถ้าชอบความเป็นต้นตำรับ คงต้องเป็นสีเขียว ส่วนเจ้า Ducati คงไม่ต้องพูดถึง เพราะมันต้องเป็นสีแดงอย่างแน่นอน (ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วแต่ความชอบของไบค์เกอร์แต่ละท่าน) ส่วนราคาค่าตัวนั้น Kawasaki Z800 ดูแล้วจะแรงและได้เปรียบกว่าเพราะท่านกำเงินมาเพียง 375,000 บาท ก็สามารถเป็นเจ้าของได้ในทันที แต่ถ้าหากต้องการมีหน้ามีตาในสังคม และหญิงๆ เหลียวมองในความมีเสน่ห์ของมันแล้วละก็คงจะปฎิเสธไม่ได้ว่าคือเจ้า Ducati Monster 821 แต่อาจจะต้องเพิ่มเงินในกระเป๋าอีกประมาณหนึ่งเพราะตัวนี้สนนราคาค่าตัวอยู่ที่ 469,900 บาทเลยทีเดียว

สรุปสั้นๆ ง่ายๆ หากต้องการความแรงที่เรียกได้ว่าทั้งชื่อชั้นและตำนานแล้วละก็ คงต้องยกให้ค่ายยักษ์เขียวกับเจ้า Kawasaki Z800 แต่ถ้าหากอยากได้ความแรงพร้อมความหรูหราและขับขี่ไปทางไหน รับรองว่าสาวๆ ต้องเหลียวมองและอยากจะสัมผัสก็ต้องเป็นคิวของ ค่ายปีศาจแดงอย่างเจ้า Ducati Monster 821 ตัวใหม่ล่าสุดจากตระกูล Monster ที่มันได้รับการขนานนามให้เป็น The “Premium” Naked เลยทีเดียว


รายละเอียดสเปค Kawasaki Z800
เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ปริมาตรกระบอกสูบ 806 cc.
ระบบวาล์ว DOHC 16 วาล์ว
ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 71.0 มม.x 50.9 มม.
อัตราส่วนการอัด 11.9:1
ระบบเกียร์ 6 เกียร์
ระบบจุดระเบิด ดิจิตอล
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบหัวฉีด
ระบบสตาร์ท ไฟฟ้า
ระบบคลัช แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน
ขนาดยางหน้า 120/70ZR17M/C (58W)
ขนาดยางหลัง 180/55ZR17M/C (73W)
โช้คอัพหน้า โช้คหน้าหัวกลับ 41 มม. ปรับ preload และ rebound ได้
โช้คอัพหลัง โช้คหลังแก๊ส Uni-Trak ปรับ preload และ rebound ได้
เบรคหน้า ดิสก์คู่ขนาด 310 มม. ปั้มเบรก 4 ลูกสูบ
เบรคหลัง ดิสก์เดี่ยว 250 มม. ปั้มเบรก 1 ลูกสูบ
ยาว x กว้าง x สูง 2,100 mm.x800 mm.x1,050 mm.
ระยะฐานล้อ 1,445 mm.
ความสูงใต้ท้องรถ 150 mm.
ความสูงเบาะ 834 mm.
น้ำหนักรถ 229 kg.
ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 17 ลิตร
รายละเอียดสเปค Ducati Monster 821
เครื่องยนต์
๏ Power: 112 hp @ 9,250 rpm (75hp Urban)
๏ Torque: 9.1 kgm @ 7,750 rpm
๏ Displacement: 821.1cc
๏ Bore: 88mm
๏ Stroke: 67.5mm
๏ Ratio bore/stroke: 1.3:1
๏ Compression ratio: 12.8:1
๏ Valve clearance check: 30,000 km
๏ Shell Advance oil change: 15,000 km
Steel trellis frame attached to cylinder heads
๏ + 99% torsional stiffness
๏ + 67% flex-torsional stiffness
๏ – 1.23 kg (-2.71 lb)
Steel trellis subframe attached to cylinder heads
๏ -1.1 kg (-2.43 lb)
Brembo-Bosch ABS Braking system
๏ 2 x 320 mm front discs
๏ M4.32 Monobloc front brake calliper
๏ Axial front brake master cylinder with adjustable lever
๏ ABS 9MP processor
Wheels & Tyres
10-spoke light alloy, same design as Panigale and Multistrada
๏ Front: 3.5” x 17”
๏ Rear: 5.50” x 17”
๏ Front: 120/70 Pirelli Diablo Rosso II
๏ Rear: 180/60 Pirelli Diablo Rosso II
Front forks
๏ Φ 43 mm front forks
๏ Cast top & bottom triple clamps
๏ Rubber mounted handlebar risers
๏ Rear view mirrors with aluminium stems
Specifications
๏ Wheelbase: 1,480 mm (58.26”)
๏ Rake: 24.3°
๏ Trail: 93.2 mm (3.67”)
๏ Offset: 36 mm (1.42”)
๏ Lean angles: up to 48°
๏ Steering lock: 60° total
๏ Dry weight: 179.5 kg
๏ Wet weight: 205.5 kg
Adjustable seat height:
๏ 785mm – 810mm with standard seat
๏ถังน้ำมันจุ 17.5 ลิตร
