รีวิว Bajaj Dominar 400 ทดสอบขับขี่จริง!

หลังจากที่ทางค่าย Bajaj ได้ทำการเปิดตัว Dominar 400 รถบิ๊กไบค์เนกเกตรุ่นเรือธงกันไปในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ก็ถือว่าได้รับกระแสความสนใจจากบรรดาไบค์เกอร์ทั้งหลายจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ด้วยจุดเด่นที่ด้านขุมกำลัง ฟีเจอร์ต่างๆ ที่จัดมาให้แบบเต็มๆ และราคาที่สามารถเอื้อมถึงได้

bajaj.00 00 17 19.Still002

ทางด้านงานดีไซน์ตัวรถจะมีการเดินเส้นสายที่ให้ความรู้สึกแข็งแรงและบึกบึนอยู่รอบๆ คัน ระบบไฟหน้าแบบ Full LED แฮนด์รถจะเป็นแบบแฮนด์บาร์ เบาะนั่งแบบ 2 ตอนยกระดับ ท่านั่งในการขับขี่จะให้ความรู้สึกที่กระชับ แต่ด้วยการถ่ายเทน้ำหนักที่ค่อนไปข้างหน้า ทำให้การขับขี่ครั้งแรกๆ นั้นอาจจะต้องทำความคุ้นเคยสักเล็กน้อยเพื่อให้ชินกับตรงนี้ ในขณะที่เฟรมรถนั้นจะเป็นแบบ Solid Stamp Perimeter ท่อไอเสียแบบคู่

bajaj.00 01 07 06.Still003

ทางด้านขุมกำลังจะมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 373.3 cc DOHC แบบ 1 สูบ รีดแรงม้าสูงสุดได้ที่ 40 ตัวที่ 8,650 รอบต่อนาที และทอร์คหรือว่าแรงบิดสูงสุดนั้นอยู่ที่ 35 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบต่อนาที ตัวรถระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด อัตราเร่งในย่านความเร็วต้นถึงกลางของตัวรถนั้นถือว่ามีความจัดจ้านเอามากๆ บิดสนุกติดมือ จังหวะจะเร่งจะแซงก็ทำได้สบายๆ ตรงนี้ถือว่าน่าประทับใจเลยทีเดียว

bajaj.00 00 46 24.Still009

bajaj.00 01 18 01.Still008

ระบบช่วงล่างนั้นด้านหน้าให้มาเป็นโช้คอัพหัวกลับ Upside Down ขนาดใหญ่ถึง 43 mm สามารถรับรองแรงสะเทือนได้ดีจากการทดสอบ ทำให้การขับขี่ทำได้อย่างมั่นใจ ส่วนด้านหลังเป็นแบบโมโนโช้คที่มีความหนึบในระดับที่ดีเลยทีเดียว ระบบเบรกนั้นเป็นดิสก์เบรกทั้งหน้าและหลัง ทำงานร่วมกับตัวป้องกันล้อล็อกฉุกเฉิน ABS ของ Bosch ทั้งคู่เช่นเดียวกัน พร้อมด้วยระบบ Assist and Slipper Clutch ป้องกันท้ายปัดขณะเปลี่ยนเกียร์แบบกระทันหัน เสริมความปลอดภัยอย่างเต็มที่ให้กับการใช้งาน ในขณะที่หน้าจอแสดงผลจะเป็นแบบ LCD ดิจิตอลเต็มรูปแบบ แยกเป็นสองหน้าจอ แสดงค่าต่างๆ ที่จำเป็นอย่างครบครัน พร้อมด้วยสัญญาณไฟ Rev Limit เพื่อแจ้งรอบที่เหมาะสมสำหรับการเปลี่ยนเกียร์

bajaj.00 01 47 13.Still004

bajaj.00 02 35 03.Still005

bajaj.00 03 05 22.Still006

ภาพรวมของตัวรถนั้นถือว่าเป็นรถบิ๊กไบค์เนกเกตที่นอกจากจำใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดีแล้ว มันยังเหมาะสมกับการนำไปออกทริปเอามากๆ ด้วยความเสถียรของตัวรถที่ขี่ยืนพื้นด้วยความเร็วสูงได้อย่างมั่นคง และพละกำลังที่เหลือเฟือของรถรุ่นนี้ ส่วนงานประกอบตัวรถนั้นทำได้ในระดับดีมากเลยทีเดียว เปิดราคาแนะนำในประเทศไทยมาเพียงแค่ 115,000 บาท เพื่อนๆ คนไหนที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ vroomthailand.com

เรื่องฮิตล่าสุด!
AR5Osy.gif
A0qGfN.jpg
Avr2oJ.jpg
ABX9c0.gif
AkD10I.gif
DByJzv.gif
57fd746f08affa4adb7c702defed6cea.jpg