เปิดตัว Honda CBR500R FOUR 2027 เครื่อง 4 สูบ 72 แรงม้า พร้อม E-Clutch

Honda เปิดตัว CBR500R FOUR 2027 สำหรับตลาดยุโรป อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2026 หลังจากก่อนหน้านี้รถสปอร์ต 4 สูบรุ่นนี้เริ่มทำตลาดในจีนไปแล้ว โดยเวอร์ชันยุโรปยังคงพื้นฐานเครื่องยนต์ 502cc แบบ 4 สูบเรียง พร้อม Honda E-Clutch และระบบคันเร่งไฟฟ้า แต่มีรายละเอียดด้านกำลัง แรงบิด และตัวเลือกสีแตกต่างออกไปเล็กน้อย
จุดสำคัญของ CBR500R FOUR คือการเปลี่ยนภาพจำของชื่อ CBR500R จากรถสปอร์ต 2 สูบที่เน้นใช้งานง่าย ไปสู่รถสปอร์ตเครื่องยนต์ 4 สูบที่เน้นอารมณ์รอบจัดมากขึ้นอย่างชัดเจน

เครื่องยนต์ 4 สูบ 502cc ให้กำลัง 72 PS
CBR500R FOUR ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 502cc
ให้กำลังสูงสุด 53 kW หรือประมาณ 72 PS ที่ 11,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 47.4 นิวตันเมตร ที่ 9,750 รอบต่อนาที
เครื่องยนต์มี Bore x Stroke ขนาด 60.0 x 44.4 มม. อัตราส่วนกำลังอัด 12.3:1 และเริ่มเข้าสู่ Redline ที่ประมาณ 12,500 รอบต่อนาที
เมื่อเทียบกับเวอร์ชันจีน ตัวเลขต่างกันเล็กน้อย โดยรุ่นจีนประกาศกำลังสูงสุด 52.8 kW และแรงบิด 47.1 นิวตันเมตร

Ram Air คู่ พร้อมท่อไอเสีย 4-2-1
ระบบไอดีใช้ Ram Air Duct สองช่องบริเวณด้านล่างไฟหน้า ทำงานร่วมกับระบบ Downdraft Intake
ภายในเครื่องยนต์มีการใช้สารเคลือบ Nickel-Silicon Carbide บริเวณผนังกระบอกสูบ และ DLC Coating ในชุดวาล์ว เพื่อลดแรงเสียดทานและช่วยให้เครื่องยนต์ตอบสนองได้ดีในรอบสูง
ระบบไอเสียเป็นแบบ 4-2-1 โดย Honda ระบุว่าแนวทางการออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจาก Dream CB400FOUR ที่เปิดตัวในปี 1975

Honda E-Clutch ทำงานร่วมกับ Throttle-by-Wire
อีกหนึ่งจุดเด่นคือ Honda E-Clutch ที่ทำงานร่วมกับระบบคันเร่งไฟฟ้า Throttle-by-Wire
ระบบสามารถควบคุมคลัตช์ให้โดยอัตโนมัติในช่วงออกตัว หยุดรถ และเปลี่ยนเกียร์ ผู้ขี่จึงสามารถเปลี่ยนเกียร์ด้วยคันเกียร์โดยไม่จำเป็นต้องกำคลัตช์ในหลายสถานการณ์
เมื่อเปลี่ยนเกียร์ลง ระบบยังมี Auto Blipping ช่วยปรับรอบเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับเกียร์ที่เลือก รวมถึงสามารถตรวจจับอาการล้อหลังเสียสมดุลจากการลดเกียร์อย่างรุนแรง แล้วใช้การควบคุมคลัตช์ช่วยรักษาเสถียรภาพของรถ
ผู้ขี่ยังคงสามารถกำคลัตช์ควบคุมเองได้ตามปกติ และตัวรถยังมาพร้อม Assist & Slipper Clutch

มี Riding Mode และ HSTC ปรับได้
CBR500R FOUR มี Riding Mode ได้แก่
STANDARD
SPORT
URBAN
และ USER อีก 2 รูปแบบ
ผู้ขี่สามารถปรับ Power Delivery, Engine Brake และ Honda Selectable Torque Control หรือ HSTC ได้อย่างละ 3 ระดับ
น้ำหนักการเปลี่ยนเกียร์ของระบบ E-Clutch ยังสามารถปรับได้ 3 ระดับ โดยแยกการตั้งค่าระหว่างการเปลี่ยนเกียร์ขึ้นและลง

โช้กหน้า KYB USD 41 มม. เบรกดิสก์คู่
ช่วงล่างด้านหน้าใช้โช้กหัวกลับ KYB ขนาด 41 มม.
ด้านหลังเป็นระบบ Pro-Link ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มอะลูมิเนียม
ระบบเบรกหน้าใช้ดิสก์คู่ขนาด 296 มม. จับคู่กับคาลิเปอร์ Nissin แบบ Radial Mount 2 ลูกสูบ
ด้านหลังใช้ดิสก์ขนาด 240 มม. พร้อม ABS แบบ 2 Channel เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
ล้อขนาด 17 นิ้ว ใช้ยางหน้า 120/70ZR17 และยางหลัง 160/60ZR17

น้ำหนัก 189 กก. เบาะสูง 780 มม.
ตัวรถมีน้ำหนักพร้อมใช้งาน 189 กิโลกรัม
เบาะสูง 780 มม.
ระยะฐานล้อ 1,412 มม.
ความจุถังน้ำมัน 14 ลิตร
มิติตัวรถของเวอร์ชันยุโรปอยู่ที่ 2,057 x 755 x 1,125 มม.
แม้ตัวเลขมิติจะต่างจากเวอร์ชันจีนเล็กน้อย แต่สเปกหลักอย่างน้ำหนัก ความสูงเบาะ ฐานล้อ และความจุถังน้ำมันยังคงเหมือนกัน

จอ TFT 5 นิ้ว พร้อม Honda RoadSync
ชุดมาตรวัดเป็นหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว สามารถเลือกการแสดงผลได้ 3 รูปแบบ
รองรับ Honda RoadSync สำหรับเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน และมีช่อง USB Type-C บริเวณด้านข้างหน้าจอ
ตัวรถใช้ไฟหน้า Projector LED คู่ พร้อมแฟริ่งด้านหน้าที่ออกแบบให้คมและดุดันขึ้น รวมถึงส่วนท้ายที่มีขนาดกะทัดรัดเพื่อเพิ่มภาพลักษณ์แบบ Supersport

ยุโรปมี 2 สี รวมลาย Tricolor สไตล์ MotoGP
CBR500R FOUR 2027 เวอร์ชันยุโรปเปิดตัวด้วย 2 สี ได้แก่
Ignition Red แบบ Tricolor
และ Mat Ballistic Black Metallic
โดยเฉพาะสี Ignition Red จะเน้นกราฟิกแนว Racing ที่ได้รับอิทธิพลจากรถแข่ง MotoGP ของ Honda ช่วยทำให้รถดูแตกต่างจากเวอร์ชันจีนได้อย่างชัดเจน

การมาถึงของ CBR500R FOUR ในยุโรปถือเป็นอีกสัญญาณสำคัญว่า Honda กำลังขยายรถสปอร์ต 4 สูบขนาดกลางออกสู่ตลาดโลกมากขึ้น หลังจากเปิดตัว CB400 SUPER FOUR และ CBR400R FOUR ในญี่ปุ่นไปก่อนหน้านี้
หาก CBR500R FOUR ถูกขยายตลาดมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไทยในอนาคต รุ่นนี้จะเป็นอีกหนึ่งรถที่น่าจับตามองอย่างมาก เพราะให้ทั้งเครื่องยนต์ 4 สูบ 502cc ระบบ E-Clutch และเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ระดับที่ใกล้เคียงรถคลาสใหญ่กว่า
ที่มา autoby.jp

ผู้ก่อตั้ง GreatBiker.com ทำงานในวงการมอเตอร์ไซค์มากว่า 15 ปี รายงานข่าวรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเรียบเรียงจากข้อมูลของแต่ละแบรนด์ และทดสอบขี่จริงกับรถที่เปิดตัวในไทย


