Yamaha Grand Filano Hybrid 2026

เปิดตัว Kawasaki Z1100 และ Z1100 SE 2027 รถบิ๊กไบค์รุ่นใหม่ 136 แรงม้า

Kawasaki ประเทศญี่ปุ่นประกาศเปิดตัว Z1100 และ Z1100 SE รุ่นปี 2027 เตรียมวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป โดยยังคงใช้พื้นฐานเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 1,098cc กำลังสูงสุด 136 แรงม้า พร้อมระบบอิเล็กทรอนิกส์ครบชุด

สำหรับรุ่นปี 2027 การเปลี่ยนแปลงหลักจะอยู่ที่ Z1100 SE ซึ่งได้รับการปรับกราฟิกบริเวณแฟริ่งล่างและชราวด์ รวมถึงเปลี่ยนรูปลักษณ์ของคาลิเปอร์ Brembo ด้านหน้า ขณะที่ Z1100 รุ่นมาตรฐานยังคงสีและสเปกเดิม


HhO8Zb.jpeg

เครื่องยนต์ 4 สูบ 1,098cc 136 แรงม้า

หัวใจของ Z1100 เป็นเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 1,098cc

ให้กำลังสูงสุด 136 PS ที่ 9,000 รอบต่อนาที

แรงบิดสูงสุด 113 นิวตันเมตร ที่ 7,600 รอบต่อนาที

ส่งกำลังผ่านเกียร์ 6 สปีด

Kawasaki วางคาแรกเตอร์ของรถให้เป็น Super Naked ขนาดใหญ่ที่ยังคงแนวคิด Sugomi ทั้งในด้านการออกแบบและการตอบสนองของเครื่องยนต์ โดยเน้นแรงบิดช่วงกลางที่ใช้งานได้จริงควบคู่กับกำลังปลายของเครื่องยนต์ 4 สูบ


หนัก 221 กก. เบาะสูง 815 มม.

ทั้ง Z1100 และ Z1100 SE มีน้ำหนักพร้อมใช้งาน 221 กิโลกรัม

ความสูงเบาะอยู่ที่ 815 มม.

ระยะฐานล้อ 1,440 มม.

ถังน้ำมันมีความจุ 17 ลิตร

ล้อขนาด 17 นิ้วทั้งหน้าและหลัง ใช้ยางหน้า 120/70ZR17 และหลัง 190/50ZR17

ช่วงล่างหน้าเป็นโช้ก Upside-Down ขนาด 41 มม. ส่วนด้านหลังใช้ระบบ Horizontal Back-Link

HhOxAZ.jpeg

ระบบอิเล็กทรอนิกส์จัดเต็ม

Z1100 2027 ยังคงได้ระบบช่วยเหลือผู้ขี่ครบชุด

มี KCMF สำหรับบริหารการควบคุมรถขณะเข้าโค้ง

KTRC ระบบ Traction Control

KQS Quick Shifter

KIBS ระบบ ABS แบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์

รวมถึง Integrated Riding Mode สำหรับเลือกการตอบสนองของรถให้เหมาะกับลักษณะการขับขี่

นอกจากนี้ยังมี Electronic Cruise Control มาให้จากโรงงาน ช่วยลดความเหนื่อยล้าในการเดินทางไกล

HhOjzC.jpeg

หน้าจอ TFT 5 นิ้ว พร้อม Navigation

มาตรวัดเป็นหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว

รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนผ่านแอป RIDEOLOGY THE APP MOTORCYCLE

สามารถใช้งานฟังก์ชัน Navigation และ Voice Command ได้เมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์สื่อสารที่รองรับ

จึงทำให้ Z1100 ไม่ได้เป็นเพียง Naked Bike เน้นสมรรถนะ แต่ยังรองรับการใช้งานเดินทางจริงได้มากขึ้น

Z1100 SE ได้ Brembo และ Öhlins

ความแตกต่างสำคัญของรุ่น SE อยู่ที่อุปกรณ์ช่วงล่างและระบบเบรก

ด้านหน้าใช้คาลิเปอร์ Brembo M4.32 แบบ Radial Mount Monobloc ทำงานร่วมกับดิสก์เบรกคู่ขนาด 310 มม.

ด้านหลังเปลี่ยนมาใช้โช้ก Öhlins S46

นอกจากนี้รุ่น SE ยังติดตั้งช่องชาร์จ USB Type-C บริเวณแฮนด์ มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ทำให้รุ่น SE มีความพรีเมียมและเหมาะกับผู้ที่ต้องการสมรรถนะช่วงล่างกับระบบเบรกที่สูงกว่ารุ่นปกติ

HhOQ88.jpeg

รุ่นปี 2027 เปลี่ยนกราฟิก SE

สำหรับรุ่นปี 2027 Z1100 SE เปลี่ยนกราฟิกบริเวณ Lower Cowl และ Shroud

พร้อมเปลี่ยนลักษณะภายนอกของคาลิเปอร์ Brembo M4.32

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนคาลิเปอร์ในครั้งนี้เป็นเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกเป็นหลัก ไม่ได้ส่งผลต่อประสิทธิภาพการเบรก

สีของรุ่น SE คือ สีเทาด้านกราฟีนสตีลเมทัลลิก ตัดเทาคาร์บอนด้านเมทัลลิก

ส่วน Z1100 รุ่นมาตรฐานยังคงใช้ สีดำ Ebony ตัดเทาคาร์บอนเมทัลลิก

HhOCPY.jpeg

ราคาเริ่มประมาณ 333,400 บาท

Z1100 รุ่นมาตรฐานเปิดราคาในญี่ปุ่นที่ 1,584,000 เยน

คิดเป็นเงินไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนวันที่ 17 ตุลาคม 2026 ประมาณ 333,400 บาท

ส่วน Z1100 SE ราคา 1,760,000 เยน

คิดเป็นเงินไทยประมาณ 370,500 บาท

ตัวเลขดังกล่าวเป็นการแปลงค่าเงินโดยตรงจากราคาญี่ปุ่น ไม่ใช่ราคาจำหน่ายในประเทศไทย

ทั้งสองรุ่นมีกำหนดวางจำหน่ายในญี่ปุ่นวันที่ 14 พฤศจิกายน 2026

HhO0eL.jpeg

Z1100 SE เหมาะกับคนที่ต้องการอุปกรณ์จบจากโรงงาน

ความแตกต่างด้านราคาของ SE แลกมากับ Brembo, Öhlins, USB Type-C และรายละเอียดตกแต่งที่พิเศษกว่า

ขณะที่รุ่นมาตรฐานยังคงได้เครื่องยนต์ 1,098cc กำลัง 136 แรงม้า และระบบอิเล็กทรอนิกส์หลักเหมือนกันเกือบทั้งหมด

ดังนั้นผู้ที่เน้นความคุ้มค่าและเครื่องยนต์เป็นหลัก รุ่นมาตรฐานก็ถือว่าให้อุปกรณ์มาครบมากแล้ว ส่วน SE จะเหมาะกับคนที่ต้องการชุดช่วงล่างและเบรกระดับสูงจากโรงงานโดยไม่ต้องนำไปแต่งเพิ่มภายหลัง

ที่มา autoby.jp

HeySoZ.gif
HeywuD.gif