เปิดตัว New Triumph Bonneville Bobber Black

Bonneville_Bobber_Black_01

เปิดตัวกันไปสดๆ ร้อนๆ แล้วกับ Triumph Bobber Black ที่ต่อยอดมาจาก Triumph Bobber รุ่นก่อนหน้านี้ ที่นับว่าเป็นรถที่ขายได้รวดเร็วที่สุดตั้งแต่มีโมเดลนี้มา และติดชาร์ทท็อป 10 ในด้านยอดขายของฝั่ง UK ไปอย่างเต็มภาคภูมิ ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของทางค่าย และคำถามต่อมาก็คือทางค่ายจะเอายังไงกับรถรุ่นนี้ในครั้งต่อไป คำตอบที่ได้ก็คือเจ้า Triumph Bobber Black คันนี้นี่แหล่ะ ที่คลอดออกมาพร้อมๆ กับกับเพื่อนร่วมค่ายอีกหนึ่งคันที่ฮือฮาไม่แพ้กันอย่าง All New Bonneville Speedmaster

New Triumph Bonneville Bobber Black launched

หากจะว่ากันตามจริงแล้วเจ้า Triumph Bobber Black คันนี้เน้นจุดเด่นที่โทนสีของตัวรถที่เรียกได้ว่าเกือบจะดำมิดทั้งคันตามชื่อรุ่น และนอกจากนั้นยังได้เพิ่มฟังก์ชั่นพิเศษๆ มาอย่างระบบครูซคอนโทรล ที่จะล็อกความเร็วได้เองตอนวิ่งซึ่งสวิทช์อยู่ที่แฮนด์ และไฮไลท์ที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงอีกอย่างหนึ่งนั้นจะอยู่ในส่วนบริเวณหน้ารถไม่ว่าจะเป็น cartridge fork ด้านหน้าแบบใหม่ขนาด 47mm, ล้อหน้าใหม่ขนาด 16 นิ้ว, ดิสก์เบรกหน้าคู่, คาลิปเปอร์ของ Brembo, ไฟ LED รอบคัน, เรือนไมล์เป็นแบบดิจิจอลผสมอนาล็อกได้อย่างลงตัว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลให้ตัวรถนั้นมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมแบบเห็นได้ชัด

New Triumph Bonneville Bobber Black launched

โดยที่สเปคด้านเครื่องยนต์นั้นเป็นเครื่องยนต์ขนาด 1200cc ระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบ 2 สูบเรียง 8 วาล์ว แรงม้าสูงสุดที่ 76bhp ที่ 6,100 รอบต่อนาที และทอร์คหรือว่าแรงบิดสูงสุดนั้นอยู่ที่ 78ftlb ที่ 4,000 รอบต่อนาที เฟรมเป็นแบบเหล็ก tubular twin cradle ความสูงเบาะรถอยู่ที่ 690mm ซึ่งสามารถขับขี่ได้ทุกสรีระ ระบบกันสะเทือนหน้าเป็นของ Showa ส่วนด้านหลังเป็นของ KYB ระบบเบรกหน้านั้นเป็นดิสก์คู่ขนาด 310mm คาลิปเปอร์ของ Brembo แบบ 2 ลูกสูบ ส่วนด้านหลังเป็นดิสก์เดี่ยวขนาด 255mm คาลิปเปอร์เป็นของ Nission ถังน้ำมันมีความจุ 9.1 ลิตร และน้ำหนักตัวรถโดยรวมนั้นอยู่ที่ 237.5 กก. ซึ่งถือว่าค่อนข้างหนักเอาการเลยทีเดียว เพราะด้วยขนาดอันใหญ่โตของเครื่องยนต์นั่นเอง

New Triumph Bonneville Bobber Black launched

New Triumph Bonneville Bobber Black launched

โดยรวมแล้วเจ้า Triumph Bobber Black นั้นยังคงเป็นรถที่ให้ประสบการณ์อันยอดเยี่ยมกับผู้ขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการใช้งานในเมือง ในชีวิตประจำวันด้วยภาพลักษณ์ที่หล่อหรู และผสมผสานความคลาสสิกไปในตัวด้วย แม้ว่าราคาค่าตัวของมันจะยังไม่เปิดตัวในตอนนี้ แต่ถูกคาดหวังไว้วว่าด้วยสเปคที่เพิ่มขึ้นมานั้น มันน่าจะมีราคาแพงไปกว่าเดิมประมาณ 10 – 15% ตัวรถนั้นคาดว่าจะถูกส่งถึงมือดีลเลอร์ประมาณช่วงเดือนมีนาคมปีหน้า

ที่มา motorcyclenews.com

v9Oy8I.gif