อัพเดทความคืบหน้า Kawasaki Ninja R2

r2b

หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวจากทางนิตยสารญี่ปุ่นฉบับหนึ่ง ซึ่งได้ลงข่าวเกี่ยวกับโมเดลอย่าง Kawasaki Ninja R2 วันนี้ทางเรามีความคืบหน้าเกีย่วกับโมเดลนี้มาฝากกัน ซึ่งเชื่อว่าจะถูกอกถูกใจใครหลายๆ คนแน่นอน เพราะว่าเป็นรถในแบบซุปเปอร์ชาร์จ ในคลาส 800cc ที่ทางค่ายตั้งใจจะทำมาให้เป็นแบบ mass product หรือว่าราคานั้นจับต้องกันได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง ไปดูรายละเอียดด้วยกันด้านล่างนี้เลย

อย่างที่เราทราบกันดีว่าก่อนหน้านี้ทางค่าย Kawasaki เองนั้นได้ทำการวางจำหน่ายรถซุปเปอร์สปอร์ตในแบบซุปเปอร์ชาร์จคลาสพรีเมี่ยมสำหรับลงสนามแข่งอย่าง Ninja H2 และ H2R ซึ่งราคานั้นสูงมากๆ ทำให้หลายๆ คนเอื้อมไม่ถึง และยอดขายนั้นจำกัดอยู่แค่เฉพาะกลุ่มจริงๆ ดังนั้นแล้วทางค่ายจึงได้เล็งเห็นถึงความเป็นไปได้ของโมเดลสำหรับรถในแบบซุปเปอร์ชาร์จนี้ แต่จะทำมาในตลาดปกติ จนเป็นที่มาของเจ้า R2 คันนี้นั่นเอง และแน่นอนว่ามันจะถูกวางโพสิชั่นให้อยู่ในคลาสเดียวกันกับรถเนกเกตจากทางค่ายอย่าง Z800 (แต่แน่นอนว่าจะต้องมีราคาสูงกว่า เพราะใช้เทคโนโลยีที่เหนือกว่า)

http://images.mcn.bauercdn.com/pagefiles/566844/2.jpg

หากเทียบกับ Ninja H2 หรือ H2R mี่เกิดมาเพื่อลงสนามแข่งแล้วนั้น เจ้า R2 คันนี้ก็ถือว่าเป็นรถที่เกิดมาเพื่อใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน โดยที่ตัดรายละเอียดต่างๆ ที่ไม่จำเป็นสำหรับท้องถนนจริงออกทิ้งให้หมด คงไว้แต่คอนเซ็ปท์หลักอย่างระบบซุปเปอร์ชาร์จ และดีไซน์ที่สืบทอด DNA มาจากรุ่นพี่ทั้งสองรุ่นนั่นเอง ซึ่งว่ากันว่าเจ้า Ninja R2 คันนี้จะเป็นหนึ่งในอย่างน้อย 3 โมเดลที่ทางค่ายคาวาซากิกำลังมุ่งมั่นวิจัยและพัฒนากันอยู่ โดยเครื่องยนต์นั้นจะเป็นขนาด 800cc แบบ 4 สูบเรียง ถูกคาดเดาไว้ว่าจะได้แรงม้าอยู่ที่ประมาณ 190 ตัว ที่ถือว่าแรงมากๆ สำหรับรถในคลาสนี้ ซึ่งเป็นผลพวงจากระบบซุปเปอร์ชาร์จที่ได้มานั่นเอง

http://images.mcn.bauercdn.com/pagefiles/566844/3.jpg

คุณ Kenji Tomida ประธารของ Kawasaki

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะแรงเอามากๆ แต่การคอนโทรลรถนั้นยังคงเน้นให้มีความคล่องตัวสำหรับการใช้งานในเมืองกันเป็นหลัก พยายามจะเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งไว้ก่อน ซึ่งตรงนี้เองทำให้มือใหม่นั้นสามารถเรียนรู้ได้ง่าย และจากข่าวที่หลุดออกมานั้นแจ้งไว้ว่าทางค่าย Kawasaki นั้นนอกจากจะได้จดทะเบียนการค้าสำหรับชื่อรุ่น R2 แล้ว ยังมี R2R อีกด้วย ดังนั้นก็ถือว่าเป็นไปได้สูงทีเดียวที่จะมีออกมาสองเวอร์ชั่นด้วยกัน โดยทางสื่อต่างประเทศเองนั้นคาดหมายไว้ว่าอย่างเร็วที่สุดเราน่าจะได้เห็นความชัดเจนของโมเดลนี้ในช่วงปลายปี 2016 นี้กัน หรือไม่ก็ต้นปี 2017 ว่าจะมีสเปคและการกำหนดตำแหน่งราคาในตลาดที่แท้จริงเป็นอย่างไร รวมไปถึงราคาของมันที่เดาๆ กันว่าสำหรับรุ่นปกติน่าจะอยู่ที่ประมาณ 430,000 บาท ตรงนี้ก็สามารถติดตามกันต่อไปได้

ขอบคุณภาพจาก motorcyclenews.com

 

e3c5f26071a692f52c0a0ae44a03ec71.gif
a96bf05e3e035d09368c2ad5994a7a2d.gif
bd3e2f96ea6a84d4c720ef9617a2c46f.gif