รีวิว new Yamaha Jupiter RC (GreatBiker Review)

IMG_0202

หากจะพูดถึงตลาดรถมอเตอร์ไซค์แล้ว คลาสที่นับว่าเป็นตัวเลือกที่มีกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดก็ย่อมหนีไม่พ้นรถในระดับ Entry Class ซึ่งมีการใช้งานกันอย่างแพร่หลาย และราคาสามารถซื้อหามาเป็นเจ้าของกันได้ง่าย จนมีตัวเลือกในตลาดเยอะแยะไปหมด แต่ทีนี้มันมีรถที่ถือกำเนิดมาในคลาสนี้เช่นกัน แต่ว่ามีความพิเศษมากกว่ารถทั่วๆ ไปในคลาสเดียวกันอย่าง new Yamaha Jupiter RC ที่ฉีกกฏเดิมๆ ของรถในแนวนี้ จึงจะต้องถือว่าเป็นโอกาสดีอีกครั้งหนึ่งที่ทางทีมงาน GreatBiker เองนั้นได้รับรถจากทางค่าย Yamaha เพื่อนำมารีวิวกัน


ซึ่งแม้ว่าหากเรามองกันแบบผิวเผินครั้งแรกแล้ว ภาพรวมมันอาจจะไม่แตกต่างกับรถตลาดทั่วๆ ไป อย่างที่เราคุ้นเคยกัน แต่ขอเกริ่นตรงนี้เลยว่ามันไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน เพราะเมื่อเปิดตัวกันในครั้งแรกนั้นทางค่ายได้ใช้สโลแกนว่า “ดีไซน์เร้าใจ… สายพันธ์สปอร์ต” นั่นหมายความว่ามันต้องมีความพิเศษกว่ารถโดยทั่วไปในแนวนี้ แต่จะพิเศษหรือเจ๋งกว่าตรงไหนบ้าง เราจะมาเจาะลึกกันต่อไป


มารู้จักกันกับ Yamaha Jupiter RC ในเบื้องต้นกันก่อน

สำหรับ Yamaha Jupiter RC นั้นเป็นรถในระดับเอนทรี่คลาสที่มีกลิ่นอายความเป็นสปอร์ต ซึ่งมันถือกำเนิดมาเพื่อเอาใจวัยรุ่นโดยเฉพาะ กับเส้นสายในการออกแบบที่เฉียบคมตามสไตล์สปอร์ตเน้นการทำ aero dynamic จากตัวแฟร์ริ่งเพื่อให้ลมประทะกับตัวเราน้อยที่สุดยามที่วิ่งด้วยความเร็วสูง มาพร้อมไฟหน้าฮาโลเจน ส่วนของไฟหรี่และไฟเลี้ยวนั้นบิลด์อินมากับตัวแฟร์ริ่งด้านหน้าเลย และไฟท้ายที่เน้นความเหลี่ยมความคม ตรงนี้ถือว่าเป็นดีไซน์โดยรวมที่โฉบเฉี่ยวทีเดียว


โดยจุดเด่นที่สุดของตัวรถนั้นก็คือโช้คอัพหลังคู่แบบ Sub-Tank ที่นอกจากจะซับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดีกว่าโช้คอัพแบบปกติแล้ว ยังทำให้ตัวรถนั้นดูหล่อขึ้นมาด้วย ในขณะที่โช้คอัพหน้านั้นเป็นแบบเทเลสโคปิก และอีกส่วนหนึ่งก็คือระบบเบรกหน้านั้นเป็นดิสก์เบรก ดีไซน์แบบ Floating Disk 2 ลูกสูบที่ถอดแบบมาจากรถแนวสปอร์ตรุ่นใหญ่กันเลย

โช้คอัพหลังแบบ Sub-Tank ที่สามารถซับแรงกระเทือนได้ดีกว่าปกติ

เบรกหน้าดีไซน์แบบ Floating Disk 2 ลูกสูบ แบรกได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น
ตัวเครื่องยนต์นั้นมีขนาด 114 cc แบบ Single Overhead Camshaft 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยอากาศ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดที่เน้นทั้งความแรงและการประหยัดน้ำมัน ส่วนระบบเกียร์นั้นเป็นแบบเกียร์วนจำนวน 4 เกียร์ สามารถสตาร์ทได้ทั้งมือและเท้า อีกทั้งใต้เบาะรถนั้นยังมีกล่องแบบ UBOX ที่เราสามารถเก็บของได้พอสมควร


หน้าจอแสดงผลนั้นเป็นแบบอนาล็อก โดยตัวกวาดรอบที่เป็นแบบอนาล็อกนั้นหลายๆ คนน่าจะชอบตรงนี้ และยังมีไฟบอกตำแหน่งเกียร์ด้วย และสำหรับแผงกุญแจนั้นเป็นแบบล็อก 2 ชั้น และฟังก์ชั่นในการทำงานต่างๆ ก็มารวมกันอยู่ตรงนี้ด้วยกันทั้งหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นการเปิดปิดเครื่อง การเปิดเบาะ การล็อก ก็สามาถใช้งานได้อย่างสะดวก และในส่วนของล้อรถนั้นเป็นแบบแม็ก 5 ก้านขนาด 17 นิ้ว


ทดสอบวิ่งกันครั้งแรก

Yamaha Jupiter RC นั้นโดยพื้นฐานแล้วจะเป็นรถที่มีรูปลักษณ์และมิติโดยรวมที่กระชับ ดังนั้นในการเริ่มวิ่งในครั้งแรก เราจะวิ่งกันในช่วงของการจราจรที่ติดขัดกันก่อน
ในการวิ่งเส้นทางนี้เราจะใช้ความเร็วในย่านที่ไม่สูงมากนัก แต่จะเน้นการคอนโทรลรถและอัตราเร่งในช่วงต้นกันเป็นหลัก พบว่าตัวรถนั้นมีน้ำหนักค่อนข้างเบา ทำให้การทรงตัวนั้นทำได้อย่างง่าย ขี่แค่แป้บเดียวก็ชินกับตัวรถแล้ว มีความคล่องตัวสูงและสามารถซอกแซกได้เป็นอย่างดี จุดที่ถือว่าน่าประทับใจกับรถรุ่นนี้เป็นพิเศษก็คืออัตราเร่งในการออกตัวของเกียร์ 1 นั้นทำได้ดีกว่าที่คาดไว้ตอนแรกเยอะเลยทีเดียว เมื่อเทียบกันกับขนาด cc ของรถถือว่าบิดติดมือในย่านความเร็วต้นเอามากๆ จะเร่งจะแซงกันในช่วงนี้ก็มั่นใจ และจังหวะในการเข้าเกียร์เปลี่ยนเกียร์ก็ค่อนข้างนุ่มนวล ไม่กระตุกแต่อย่างใด

มาวิ่งแบบสปอร์ตกันบ้าง

หลังจากทดสอบการใช้งานในแบบทั่วๆ ไปกันแล้ว ทีนี้เราจะมาลองดูกันว่าในนิยาม “สายพันธ์สปอร์ต” ที่ทาง Yamaha ให้มานั้น จะสปอร์ตกันได้ขนาดไหน ด้วยการทดสอบวิ่งในเส้นทางที่สามารถใช้ความเร็วอย่างเต็มที่ได้ และมีโค้งให้ได้ทดสอบกันแบบหลากหลาย

ตรงนี้แล้วในเรื่องของอัตราเร่งในช่วงต้นถึงกลางนั้นทำได้หายห่วง บิดสนุก เหมือนกับว่าการจูนเครื่องยนต์ของ Jupiter RC นั้นจะเน้นตรงนี้มากเป็นพิเศษ แต่แน่นอนว่าด้วยความเป็นรถ 1 สูบและมีขนาด cc ที่จำกัดที่ 114 cc ทำให้ความเร็วปลายนั้นไต่ขึ้นได้ไม่ค่อยไหลลื่นมากนัก แต่ก็ถือว่าเป็นปกติของรถในคลาสนี้ และอีกอย่างหนึ่งก็คือตัวรถนั้นมีจุดศูนย์ถ่วงที่กระจายออกไป ไม่ได้รวมกันที่จุดใดจุดหนึ่ง ดังนั้นแล้วการวิ่งและเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงๆ ผู้ขี่จึงจะต้องพยายามใช้การทิ้งน้ำหนักของตัวเราเพื่อช่วยในการกำหนดจุดศูนย์ถ่วงช่วยเอาด้วย จึงจะสามารถเข้าโค้งกันได้ดีขึ้น แต่ถ้าเข้าโค้งด้วยความเร็วปกติหรือปานกลางนั้นก็ถือว่าทำได้ไม่ติดขัดแต่อย่างใด


การทดสอบระบบเบรกและช่วงล่าง

สำหรับระบบเบรกและช่วงล่างนั้นถือว่าเป็นออพชั่นของ Yamaha Jupiter RC ที่เป็นจุดขายหลักๆ เลย ดังนั้นแล้วเราจะมาทดสอบดูการทำงานของทั้งสองจุดนี้กันแบบเน้นๆ โดยเริ่มจากระบบเบรกที่เป็นดีไซน์แบบ Floating Disk ที่ทำงานร่วมกันกับปั้มเบรกแบบ 2 ลูกสูบกันก่อน โดยทั่วไปแล้วการทำงานของระบบเบรกแบบนี้ จะเป็นหลักการเดียวกันกับรถสปอร์ตขนาดใหญ่ ดังนั้นเมื่อมาอยู่กับรถในคลาส 115cc อย่างนี้ถือว่าเรื่องการเบรกนั้นเอาอยู่แบบสบายๆ ระยะเบรกค่อนข้างสั้นและมีความหนึบอยู่ในตัว


ส่วนระบบกันสะเทือนหลังนั้นเป็นแบบคอยล์สปริงคู่ ทำงานร่วมกับ Sub-Tank ที่ปกติแล้วเราจะต้องไปติดตั้งเพิ่มเอาเองทีหลัง หากต้องการให้ซับแรงกระเทือนให้ดีขึ้น แต่ Yamaha Jupiter RC นั้นให้ออพชั่นนี้มาจากโรงงานเลย ผลการทดสอบระบบกันสะเทือนนี้ปรากฏว่าตัว Sub-Tank นั้นทำหน้าที่ของมันได้ค่อนข้างดี สามารถซับแรงสะเทือนจากคลื่นบนถนน หรือพวกหลุมพวกบ่อได้ แต่ช่วงล่างของรถนั้นถือว่าเซ็ทมาค่อนข้างจะแข็ง ทำให้หลายๆ คนที่เคยขี่รถแบบแนวทั่วๆ ไปมาก่อนอาจจะยังไม่ค่อยชินในตอนแรก หรือรู้สึกว่ามันไม่ค่อยนิ่มในบางจังหวะ แต่ก็เข้าใจว่าผู้ออกแบบนั้นน่าจะพยายามเซ็ทมาให้ได้ฟีลลิ่งใกล้เคียงกับรถสปอร์ต เลยตั้งใจเซ็ทมาแบบนี้ ข้อดีก็คือการเข้าโค้งและออกโค้งนั้นจะได้บาลานซ์ที่ดีกว่าช่วงล่างแบบย้วยๆ ดังนั้นถ้าได้ขี่ไปสักพักให้ชินกับช่วงล่างแบบนี้แล้ว ก็น่าจะชอบกัน


บทสรุปของ Yamaha Jupiter RC

หากมองถึงตำแหน่งทางการตลาดแล้ว Yamaha Jupiter RC นั้นเรียกได้ว่ามาเติมเต็มช่องว่างตรงกลางระหว่าง Yamaha Spark และ Yamaha Exciter โดยนำเอาข้อดีของทั้ง 2 รุ่นนั้นมาผสมผสานกัน ก็คือสามารถใช้งานแบบทั่วๆ ไปได้ดีและมีความคล่องตัวสูง ประหยัดน้ำมัน ตามสไตล์ของ Spark อีกในแง่มุมหนึ่งก็ได้ฟีลลิ่งแบบสปอร์ตและอัตราเร่งที่ดีแบบสไตล์ของ Exciter มาด้วย รวมไปถึงพวกออพชั่นต่างๆ ที่ให้มา ดังนั้นแล้วมันจะเหมาะสมกับผู้ที่ต้องการรถที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะไปเรียน หรือไปทำงานในการจราจรที่ติดขัดซึ่งต้องการรถที่สามารถซอกแซกได้เป็นอย่างดี แต่ในขณะเดียวกันนั้นก็ยังต้องการความมันส์ความเร้าใจในการขี่ด้วย และมันก็สามารถนำไปตกแต่งได้อย่างหลากหลายสไตล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใครอยากให้มันแรงมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก ก็สามารถโมเครื่องกันได้อย่างเต็มที่ เพราะโดยพื้นฐานตัวรถนั้นสามารถทำได้สบายๆ แต่เรื่องประกันตัวรถอาจจะหลุด ตรงนี้ก็ต้องชั่งใจกันดู

อย่างไรก็ตาม ด้วยพื้นฐานในการออกแบบของ Jupiter RC แล้ว เรื่องของโครงสร้างนั้นยังคงเป็นรถในแนวสปอร์ตครอบครัว ดังนั้นแล้วมันจึงเหมาะสมสำหรับการใช้งานในเมืองมากที่สุด แต่ในขณะเดียวกันนั้นด้วยลักษณะนิสัยของตัวรถและเครื่องยนต์รวมไปถึงออพชั่นที่ให้มานั้นก็สามารถทำให้เราขี่ได้สนุกบิดติดมือมากๆ และได้ฟีลลิ่งสปอร์ตกว่ารถทั่วไปในแนวๆ นี้ ด้วยอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่เฉลี่ยแล้วตกอยู่ที่ประมาณ 56 กม. ต่อลิตร  โดยรวมแล้วกับค่าตัวซึ่งเปิดมาที่ 48,000 บาทเท่านั้น ก็นับว่าคุ้มค่าทีเดียวกับสิ่งที่ได้มาทั้งหมดนี้

ขอขอบคุณรถสำหรับการรีวิวจาก บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด

สนใจรถ Yamaha Jupiter RC หรือต้องการข้อมูลเพิ่มดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.yamaha-motor.co.th/automotive/product.php/type/manual/title/Yamaha-Jupiter-RC-2016

d58b1dbc6d8ac28f10171ea1caf00eef.gif
uWoCOa.jpg
CuJkO9.gif
CuGJMl.gif
8e49844b91ba44edf53bc3e7924967dd.jpg
sP2wYz.jpg