รีวิว New Honda CBR300R (First Ride)

IMG_0428

IMG_0976

พูดถึงรถมอเตอร์ไซค์ทรงสปอร์ตนั้นถือว่าเป็นรถทรงยอดนิยมในบ้านเรากันมาช้านานแล้ว ไล่ไปตั้งแต่สมัย 2 จังหวะเมื่อก่อน และยุคหลังก็มีการพัฒนามาเป็นแบบ 4 จังหวะ พร้อมกับเครื่องยนต์แบบหัวฉีด ซึ่งแบรนด์ที่อยู่คู่กับคนไทยมาตั้งแต่สมัยก่อนก็คือแบรนด์ของค่ายปีกนกอย่าง Honda นั่นเอง ในวันนี้ทาง GreatBiker ได้มีโอกาสไปทดสอบเจ้ารถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตคันล่าสุด ที่เพิ่งเปิดตัวกันไปในบ้านเรา อย่างเจ้า New Honda CBR300R รถสปอร์ตขนาดกลาง ที่เชื่อว่าหลายๆ คนกำลังเล็งๆ มันอยู่ วันนี้ก็ขอหยิบเอาผลการทดสอบมาฝากกันแบบละเอียด เพื่อประกอบในการตัดสินใจกันอีกครั้ง

IMG_0513

เกริ่นนำที่มาที่ไปของเจ้า New CBR300R กันสักเล็กน้อย แรกเริ่มเดิมทีในช่วงยุคหลังมานี้ ทางค่ายฮอนด้าเองนั้นได้เริ่มทำตลาดด้วยรถ CBR250R กันมาก่อน ซึ่งถือว่าสร้างความฮือฮาได้มากทีเดียว เพราะว่าเป็นรถทรงสปอร์ตที่มี CC ค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับรถตลาดของทางค่ายที่วางจำหน่ายกันในตอนนั้น และต่อมาเมื่อตัวโปรดักซ์ได้เดินทางมาถึงจุดที่ต้องปรับเปลี่ยน ทางค่ายฮอนด้าเองก็ทำการอัพ CC ให้มาอยู่ในคลาส 300 ในรหัสของ CBR300R พร้อมกันนั้นยังออกอีกหนึ่งโมเดลตามมาติดๆ ก็คือเจ้า CB300F โดยใช้พื้นฐานเครื่องยนต์และโครงสร้างแบบเดียวกัน แต่ว่าเป็นสไตล์รถเนกเกตนั่นเอง

IMG_0677IMG_0692

และในช่วงปลายปี 2015 อย่างนี้ก็ถึงเวลาที่ทางค่ายฮอนด้าปล่อยเจ้า New CBR300R ออกมา โดยคราวนี้แม้ว่าเครื่องยนต์และรายละเอียดต่างๆ อาจจะไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก แต่ว่าสิ่งที่สะดุดตามากที่สุดก็คือในเรื่องของการดีไซน์ ที่ดูแล้วเฟี้ยวขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยทีเดียว ด้วยการใช้โทนสีดำตัดกับสีเหลืองมะนาว และมีเส้นสายในการออกแบบกราฟฟิกกันใหม่ เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะสะดุดตาเมื่อพบเห็นเป็นครั้งแรกเหมือนกัน

การออกแบบเจ้า New CBR300R
IMG_0887IMG_0906
ย้อนกลับไปสมัย CBR250R นั้นที่มีการใช้ไฟหน้าแบบเดี่ยว (ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากรุ่นพี่อย่าง VFR1200) แต่เมื่อมีการปรับมาเป็น New CBR300R ก็เปลี่ยนในจุดนี้ให้กลายมาเป็นไฟหน้าแบบคู่ ซึ่งมีลักษณะเดียวกันกับตัวพันในตระกูลเดียวกันอย่าง CBR1000RR นั่นเอง เมื่อปรับมาแบบนี้แล้วก็ทำให้ลุคส์มันดูเป็นสปอร์ตมากขึ้นกว่าเดิมอีกเยอะ แต่ท่านั่งของ New CBR300R นั้นมีการปรับให้ตัวแฮนด์จับโช๊คนั้นไม่ก้มต่ำลงมากเกินไป แบบรถสปอร์ตเรพลิก้าที่ใช้ในสนามแข่ง หากว่ามันปรับให้มีความสูงของแฮนด์และองศาที่พอดีๆ กับการใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการออกทริปด้วย และแน่นอนว่าเมื่อปรับตำแหน่งของแฮนด์ให้สะดวกแล้ว ตำแหน่งของพักเท้าเองก็มีการปรับให้รับกันเป็นอย่างดี หลายๆ คนที่อาจจะกังวลเกี่ยวกับท่านั่งในทรงสปอร์ตว่าจะเมื่อยแขนหากขี่นานๆ ก็คงจะคลายกังวลตรงนี้กันไปได้ (แม้ว่าแฮนด์มันจะไม่ได้สูงเท่าแนวเนกเกตก็ตาม)

IMG_0668

IMG_0369

IMG_0898

ในส่วนของตัวรถนั้นจะมีมิติอยู่ที่ 2033 x 720 x 1119 mm ขนาดตรงนี้ถือว่าค่อนข้างจะกระชับ ไม่ใหญ่หรือยาวมากจนเกินไป แต่ตัวรถนั้นจะดูค่อนข้างบึกบึนแบบชัดเจนเมื่อเทียบกับแฝดคนละฝาอย่าง CB300F เพราะเจ้า 300R คันนี้มีแฟร์ริ่งในด้านหน้าที่เสริมให้ตัวรถดูหนาขึ้นมา ส่วนในเรื่องของแอร์โร่-ไดนามิกนั้นจะทำงานได้ดีขนาดไหน เราจะไปว่ากันต่อที่ในส่วนหัวข้อของการขับขี่จริงกันอีกที

ขุมกำลัง, อัตราเร่ง และ TOP SPEED
IMG_0423IMG_0483
แน่นอนว่าในเมื่อเป็นรถแนวสปอร์ตแล้ว หัวข้อนี้น่าจะเป็นสิ่งแรกๆ ที่หลายๆ คนอยากจะรู้ เครื่องยนต์ของเจ้า New CBR300R นั้นมีขนาดความจุอยู่ที่ 286cc จำนวน 1 สูบ DOHC 4 วาล์วต่อกระบอกสูบ 4 จังหวะ โดยมีขนาดกระบอกสูบ x ช่วงชักเท่ากับ 76mm x 63mm ส่วนกำลังอัดนั้นเท่ากับ 10.7:1 แรงม้า 30.4 @ 8500 รอบต่อนาที  ทอร์ค 27 @ 7,250 รอบต่อนาที จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด PGM-FI ระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ

IMG_0726

ครั้งแรกที่ได้ทำการทดสอบพบว่า เครื่องยนต์แบบ 1 สูบนั้นยังคงทำหน้าที่ในแบบฉบับของมันได้ดี คือการให้แรงบิดในช่วงต้นถึงกลางที่จัดมากๆ (เมื่อเทียบกับรถ 2 สูบใน cc เดียวกัน) ย่านความเร็ว 1 – 100 km/h นั้นถือว่าขึ้นไว ซึ่งเชื่อว่าคนที่ไม่เคยสัมผัสรถคลาสนี้มาก่อนจะค่อนข้างชอบ เพราะมันขี่ง่าย ไม่ต้องกังวลในเรื่องของการเลี้ยงรอบ แค่บิดมันก็พุ่งแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะกระชากมากจนเกินไป ยังอยู่ในระดับที่มือของเราคอนโทรลได้ แต่แน่นอนว่าจำนวน 1 สูบนั้นมันจะไปดรอปลงในช่วงความเร็วปลายในย่านความเร็วประมาณ 140 ขึ้นไปจะต้องเค้นกันให้มากขึ้นกว่าเดิมแล้ว ส่วน top speed ที่ทดสอบนั้นทำอยู่ได้ที่ประมาณ 168 km/h +- (โดยใช้รอบประมาณ 10,000 กว่ารอบนิดๆ) แต่ดูแล้วอาจจะไปได้มากกว่านี้อีกนิดหน่อย

IMG_0408

IMG_0375

สำหรับในส่วนของขุมกำลังนั้น เจ้า New CBR300R น่าจะเรียกให้เห็นภาพง่ายๆ ว่าเป็นรถที่เร่งได้สนุก บิดติดมือในการใช้งานจริงๆ เพราะคงไม่บ่อยครั้งนักที่เราจะวิ่งด้วยความเร็วสูงๆ เกิน 150 ขึ้นไปแบบแช่กันยาวๆ และอัตราเร่งของ CBR300R นั้นก็มากเพียงพอต่อการใช้งาน ในจังหวะแซงหรือจังหวะออกตัว ที่สำคัญจากการทดสอบตัวรถนั้นถือว่าทำแอร์โร่ว์-ไดนามิกมาได้ค่อนข้างดีทีเดียว จังหวะที่ต้องวิ่งแช่ด้วยความเร็วประมาณ 140 ยาวๆ ลมไม่ค่อยจะตีกับตัวเรามากเท่าไหร่ แต่ถ้ากะจะเอาเจ้า CBR300R ไปขี่แบบหวังให้ปลายไหลๆ แบบหนักๆ คงไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่นัก

การควบคุมรถ, การเข้าโค้ง
IMG_0883

จากเรื่องของท่านั่งที่ได้เกริ่นในช่วงต้นกันไปแล้วนั้น ว่ามันปรับให้มีความสบายมากขึ้นกว่ารถที่ใช้แข่งกันจริงๆ ในสนาม ทำให้เวลาขี่ในเมืองที่เราจะต้องวิ่งๆ หยุดๆ กันในสภาพการจราจรที่ติดขัดนั้นไม่เมื่อยล้ามากเท่าไหร่ ตัวรถนั้นค่อนข้างจะมีน้ำหนักเบา (163 กก.) ทำให้เราสามารถขี่ซอกแซกได้ง่าย และมีความคล่องตัวสูง ตรงนี้ถือว่าฮอนด้าทำได้ดี กับการควบคุมรถทรงสปอร์ตที่ปกติแล้วจะค่อนข้างยากสำหรับมือใหม่ แต่เจ้า 300R นั้นกลับควบคุมได้ไม่ยากเลย แต่เวลากลับรถในลักษณะยูเทิร์นหรือต้องเลี้ยวแบบหักแฮนด์ให้สุด ควรระมัดระวังในเรื่องแฮนด์จะไปติดถังน้ำมันนิดนึง ตรงนี้ถ้าซ้อมบ่อยๆ ก็จะกะองศาของแฮนด์ได้ดีขึ้น อีกอย่างหนึ่งก็คือหน้าและแฮนด์รถนั้นค่อนข้างจะเบาและไว ข้อดีก็คือพลิ้วกันได้ง่าย ซอกแซกกันแบบไม่ต้องเกร็งข้อมือ แต่หากว่ายังไม่ชินอาจจะมีเหวอๆ บ้างในช่วงแรกๆ เพราะแค่ขยับข้อมือเบาๆ บางทีองศาของแฮนด์ก็เปลี่ยนแล้ว

IMG_0658

มาว่ากันต่อถึงเรื่องของการเข้าโค้ง เจ้า CBR300R นั้นจากท่านั่งในแนวสปอร์ต ถือว่าเป็นทรงที่เข้าโค้งได้ง่ายและท่าทางของผู้ขับขี่จะเป็นธรรมชาติมากที่สุด เมื่อเทียบกับรถในแนวอื่นๆ ดังนั้นก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ ที่การเล่นโค้ง พลิกโค้งของเจ้า 300R นั้นจะทำออกมาได้ดีมาก บางครั้งแค่เรามองไปที่ปลายโค้ง ตัวรถมันก็แบนไปตามทิศทางนั้นแล้ว ประกอบกับน้ำหนักของรถค่อนข้างเบา เลยทำให้จังหวะพลิกโค้งทำได้ทันใจทีเดียว ยามที่เจอกับโค้งแคบๆ แบบติดๆ กัน แต่อย่างไรก็ตามเรื่องของยางที่ติดรถมานั้น ยังไม่เหมาะที่จะเอาไปเล่นโค้งหนักๆ ในเวลาที่ถนนเปียกหรืออาจจะมีพวกทรายอยู่บนพื้น เพราะวันที่เราทำการทดสอบกันฝนตกหนักมาก ในบางจังหวะมีอาการสะบัดให้เห็นกันอยู่ แต่ถ้ากับทางแห้งก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ถ้าอยากให้สมบูรณ์แบบอาจจะต้องหายางเกรดดีกว่านี้มาเปลี่ยนกันทีหลัง

IMG_0844

ช่วงล่างและระบบความปลอดภัย

IMG_0489
สำหรับ New CBR300R นั้นจะมีระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบเทเลสโคปิก 37 mm ส่วนระบบกันสะเทือนหลังเป็นแบบโช๊คเดี่ยว Pro-link ที่สามารถปรับได้ถึง 5 ระดับ ตรงนี้การเซ็ทช่วงล่างถือว่าจะค่อนข้างหนักไปทางแข็งๆ นิดนึง ไม่ย้วย ซึ่งก็เหมาะกับรถในแนวนี้ทีเดียว และแม้ว่าจะเซ็ทมาค่อนข้างแข็ง แต่ก็ยังซับแรงสะเทือนได้ดีในจังหวะยุบตัวและคืนตัวของโช๊คอัพ ในขณะที่ความกว้างของล้อหน้านั้นเท่ากับ 110/70 – 17  ส่วนล้อหลัง 140/70 – 17 ด้วยหน้ายางในเสปคนี้ก็เล่นโค้งกันได้สบายๆ

IMG_1019

IMG_0414

มาต่อกันที่ระบบเบรกเลย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่สำคัญสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ในสมัยนี้ เบรกหน้าของ New CBR300R จะเป็นดิสก์เดี่ยวขนาด 296-mm แบบ 2 piston caliper ส่วนเบรกหลังเป็นแบบ ดิสก์เดี่ยวขนาด 220-mm ทำงานร่วมกับระบบป้องกันล้อล็อคขณะเบรกฉุกเฉิน หรือ ABS ตรงนี้จากการทดสอบในการใช้งานจริงถือว่า ABS นั้นตอบสนองได้ดีทีเดียว ในจังหวะที่ควรจะทำงานมันก็มาทันที เอาอยู่ แต่ก็ไม่ได้เซนซิทีฟเกินไป จนทำให้ความสนุกในการขี่ลดลง

ภาพรวมของ CBR300R

IMG_1043
ถือว่าเป็นรถแนวสปอร์ตที่เป็นมิตรกับผู้ขี่มากๆ ทั้งเรื่องของการเซ็ทท่านั่งในการขี่, การควบคุมที่ทำได้ง่าย, เข้าโค้งได้ง่าย และอัตราเร่งในแบบฉบับของรถสูบเดียวที่บิดสนุกมือ ไม่ต้องซับซ้อนกับการเล่นรอบ และมีอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ประหยัดดีทีเดียว ตัวรถนั้นสามารถใช้งานได้ทั้งในเมือง หรือแม้แต่ออกทริปก็ยังได้ เพราะมันมีความเป็นสปอร์ต-ทัวร์ริ่งอยู่ในตัวอยู่แล้ว ทั้งหมดทั้งมวลนี้ถือว่าเป็นเอกลักษณ์จากทางค่ายฮอนด้า ที่ต้องการออกแบบรถแนว Entry Class อย่าง New CBR300R ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้หลากหลาย มันเหมาะกับเป็นรถคันแรกของผู้ที่เริ่มๆ จะหันมาเล่นรถบิ๊กไบค์เอามากๆ อันนี้ทางเราขอแนะนำเลย หรือแม้แต่มือเก๋าแต่อยากจะลองหาอะไรที่มันขี่ง่าย ไม่ซับซ้อน แต่สนุกมาใช้กันก็ถือว่าเจ้า New Honda CBR300R เป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียว และที่สำคัญ ราคายังคงจับต้องกันได้ง่ายเหมือนเดิม

ค่าย Honda
ปี 2015
รุ่น CBR300R
ชนิด Sport
ราคาแนะนำ 133,000 บาท
การรับประกัน 1 ปี
ชนิดเครื่องยนต์ 4 จังหวะ
จำนวนสูบ 1
ระบวาล์ว DOHC, 4 วาล์ว ต่อ 1 สูบ
ระบายความร้อนด้วย น้ำ
ขนาดเครื่องยนต์ (cc) 286.0
ขนาดกระบอกสูบ (mm) 76.0
ช่วงชัก (mm) 63.0
แรงอัด 10.7:1
แรงม้า 30.4 @ 8500
ทอร์ค 27 @ 7,250
ระบบจ่ายน้ำมัน หัวฉีดแบบ PGM-FI
การจุดระเบิด Digital Transistorized
ระบบสตาร์ท Electric
จำนวนเกียร์ 6
ประเภทเกียร์ Manual
ระบบขับเคลื่อน โซ่ O-ring
โช้คหน้า 37 mm telescopic fork
โช้คหลัง โช้คเดี่ยวแบบ Pro-Link ปรับได้ 5 ระดับ
เบรกหน้า ดิสก์เดี่ยว 296-mm 2 piston caliper, ABS
เบรกหลัง ดิสก์เดี่ยว 220-mm ABS
ความกว้างล้อหน้า 110/70 – 17
ความกว้างล้อหลัง 140/70 – 17
ความยาว (mm) 2,033
ความกว้าง (mm) 720
ความสูง (mm) 1,119
ระยะฐานล้อ (mm) 1380
ความสูงเบาะ (mm) 781
ระยะห่างจากพื้น (mm) 145
น้ำหนัก (kg) 163
ความจุถังน้ำมัน (L) 13.0

IMG_1061

IMG_0478

IMG_0860

IMG_0382    IMG_0457

IMG_0767 IMG_0474  IMG_0480 IMG_0485  IMG_0499  IMG_0534 IMG_0623  IMG_0661     IMG_0740 IMG_0760  IMG_0813  IMG_0840 IMG_0852   IMG_0888 IMG_0918 IMG_0919 IMG_0934 IMG_0945 IMG_0948 IMG_0953 IMG_0957    IMG_1023

v9Oy8I.gif