รีวิว KAWASAKI NINJA 400 (Specs Detail)

Kawasaki-Ninja-400-01    Kawasaki-Ninja-400-10
ถ้าจะพูดถึงบิ๊กไบค์ในตำนานจากค่ายยักษ์เขียว  สิ่งที่สร้างชื่อมาให้ค่ายนี้และเป็นที่รู้จักกันเมื่อเอ่ยชื่อ คงจะเป็นรุ่นไหนไปไม่ได้นอกจากเจ้า Kawasaki Ninja ซึ่งวันนี้เราจะพาไปรีวิวและเฉยชมเจ้า Kawasaki Ninja 400  ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าถ้าขาบิ๊กไบค์ในบ้านเราต้องการแล้วละก็ คงจะไม่ได้สัมผัส นอกจากจะพรีออเดอร์กับดีลเลอร์ที่รับสั่งเท่านั้น

Kawasaki-Ninja-400-06

ความแรงของซีรีย์นินจา ต้องบอกว่า มันแรงได้อย่างต่อเนื่อง และในบ้านเรานี่เอง ถือว่าตัวเริ่มต้นสามารถที่จะเป็นเจ้าของกันได้ง่ายๆ แต่ในญี่ปุ่น หลายคนมีคำถามว่าทำไมถึงมีรุ่นนั่นนี่หลากหลาย เพราะทางประเทศของเขามีกฎหมาย และข้อบังคับต่างๆ ทั้งในเรื่องของตัวรถและการขับขี่บิ๊กไบค์ตามจำนวนซีซี ปริมาตรของกระบอกสูบบิ๊กไบค์  ทำให้ต้องผลิตเจ้านินจา 400 คันนี้ขึ้นมา

Kawasaki-Ninja-400-08

สำหรับในบ้านเรามีเจ้า Kawasaki Nija 300 ซีซี และขยับขึ้นไปอีกทีกับรุ่นกลาง 650 ซีซี สำหรับราคาเริ่มต้นก็จะอยู่ที่ 185,000 ซึ่งด้วยเหตุนี้ทำให้ รุ่น 400 ซีซี ไม่สามารถที่จะนำมาจำหน่ายในไลน์การผลิตที่ต่างกันไม่มากนี่เอง

Kawasaki-Ninja-400-11

เราไปเจาะลึกกันในเรื่องของการออกแบบและดีไซน์กันก่อน
ตามสเตปของเจ้า Kawasaki Nija 400 คันนี้ ดูแล้วมันคือแฝดน้องของเจ้า Kawasaki Nija 650 แฝดพี่ที่จำหน่ายกันอยู่ในบ้านเรา  มีความโดดเด่นเป็นอย่างมากกับไฟหน้าแบบดูออล  มาพร้อมกับกระจกที่ดีไซน์ให้เข้ากัน  ติดตั้งอยู่บริเวณครอบไปหน้า ด้วยเอกลักษณ์และดีไซน์แบบนี้ มันให้ฟิลลิ่งการขับขี่ ทั้งแบบลุยๆ และสปอร์ตไบค์  ถัดขึ้นไป จะเป็นตัวลักษณะของแฮนด์บาร์ที่บอกเลยว่าให้ความกว้างที่พอดี  ทำให้ควบคุมการขับขี่ได้ง่าย  มาตรวัดความเร็วที่ออกแบบมาได้อย่างล้ำสมัย  รูปทรงตัวถังของเจ้า Kawasaki Nija 400 ก็ถือว่าดูโฉบเฉี่ยวสมกับความเป็นรถบิ๊กไบค์ เพราะมีขนาดของถังน้ำมันที่จุได้มาก ไปไหนมาไหนไกลๆ ไม่ต้องกังวล

Kawasaki-Ninja-400-09

Kawasaki-Ninja-400-13

สำหรับการดีไซน์ไฟเลี้ยวด้านหน้า ดูเหมือนหยดน้ำที่ดีไซน์ให้กับกับชุดแฟร์ริ่งด้านหน้าได้อย่างลงตัว  ส่วนไฟเลี้ยวด้านหลังเป็นแบบก้านแยก  รับกับดวงไฟท้ายดีไซน์สุดเก๋ ล้อแม็กลายใหม่มาพร้อมกับยางคุณภาพดี  การออกแบบท่อไอเสีย ก็มีการออกแบบให้ทางเดินท่อออกไปใต้ท้องรถ พร้อมการวางรูปแบบได้อย่างสวยงามไร้ที่ติ ส่วนเบาะนั่งก็ออกแบบมาเป็นสองท่อน นั่งได้สองคน รองรับทุกสรีระการขับขี่ได้เป็นอย่างดี นั่งสบายทั้งคนขับและคนซ้อน พร้อมที่จะออกทริปไปคู่กับคุณในทุกเส้นทาง

Kawasaki-Ninja-400-12

มาต่อกันที่ขุมพลังเครื่องยนต์ของเจ้านินจาคันนี้กันต่อ
สำหรับเจ้า Kawasaki Nija 400 คันนี้มาพร้อมกับบล็อกเครื่องยนต์แบบ ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ 2 กระบอกสูบ ที่เป็นเครื่องยนต์สไตล์เดียวกันกับพวกรุ่น 250 ซีซี, 300 ซีซี ความจุปริมาณกระบอกสูบอยู่ที่ ขนาด 399 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบสองสูบเรียง DOHC ซึ่งให้แรงม้าสูงสุดที่ 44 แรงม้าที่ 9,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 37 NM ที่ 7,500 รอบต่อนาที รวมถึงมีสมรรถนะ และรูปทรงในแบบ Full-Fairing ที่พร้อมจะให้ความนุ่มนวล ความแรง และการขับขี่ที่สะดวกสบายกับคุณ ไม่ว่าจะเป็นนักบิดมือใหม่ หรือนักบิดระดับเทพ

Kawasaki-Ninja-400-14

มาต่อกันที่ระบบความปลอดภัยต่างๆ เริ่มที่ระบบเบรก เรียกว่าให้มาแบบจัดเต็ม  ไม่ว่าจะเป็นดิสก์เบรกคู่หน้า  ที่ทำให้วงล้อและล้อแม็กด้านหน้าดูอลังการงานสร้าง เกินกว่ารถคลาส 400 ซีซีที่มันควรจะเป็น สำหรับเฉดสีของเจ้า Kawasaki Nija 400 มีให้เลือกกันอยู่ 3 เฉดสีด้วยกัน นั่นก็คือสีขาวมุก สีเขียว – ดำ และสีดำตามลำดับ  และในคลาสนี้ยังมีรุ่นพิเศษนั่นก็คือรุ่น Special Edition

Kawasaki-Ninja-400-07

สำหรับ Kawasaki Ninja 400 โฉมใหม่ 2015 แบ่งเป็น
– Kawasaki Ninja 400 2015 ราคา 668,520 เยน หรือประมาณ 183,000 บาท บาทโดยประมาณ
– Kawasaki Ninja 400 Special Edition 2015 ราคา 689,040 เยน หรือประมาณ 188,000 บาทโดยประมาณ
– Kawasaki Ninja 400 ABS Special Edition 2015 ราคา 740,880 เยน หรือประมาณ 202,000 แสนบาทโดยประมาณ

Kawasaki-Ninja-400-05

แม้ว่าเจ้า Kawasaki Nija 400 คันนี้จะวางขายแค่ในประเทศญี่ปุ่น (ที่มีการจำกัดเรื่องของ cc ตามข้อกฏหมาย) เท่านั้น แต่มันก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลยทีเดียวสำหรับตลาดโกบอล หากจะหาออเดอร์มาจากพวกเกรย์มาร์เก็ต หรือสอยแบบมือสองจากประเทศญี่ปุ่น (ในกรณีที่สามารถจดทะเบียนได้) เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ความจุซีซีเครื่องยนต์ที่ไม่เล็กหรือไม่ใหญ่จนเกินไป  ที่สำคัญ Kawasaki Nija 400 คันนี้มีความทันสมัยด้วยเทคโนโลยีหลากหลายจุด  เป็นบิ๊กไบค์ที่มิติความเฉียบคมพร้อมที่จะโลดแล่น

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก :  bp.blogspot.com

v9Oy8I.gif