รีวิว Kawasaki Ninja 300 (First Ride)

092412top-i

เจ้า Kawasaki Ninja 300 นั้น วางจำหน่ายกันในบ้านเรามาได้พักใหญ่ๆ แล้ว ซึ่งก่อนหน้าที่ Yamaha R3 จะออกมานั้น มันถือว่าเป็นหนึ่งในรถสปอร์ตคลาส 300 แบบ 2 สูบเลยก็ว่าได้ แม้แต่ CBR300 ก็ไม่ได้ถูกหยิบยกมาเทียบกับมัน (มีแต่คนเอา Ninja 300 ไปเทียบกับ CBR500 มากกว่า เพราะราคาใกล้เคียงกัน) อย่างไรก็ตามวันนี้เราจะมาดูรีวิวของมันแบบเต็มๆ ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพเครื่องยนต์ และการขับขี่กันดีกว่าครับ ว่ามันยังน่าสนใจอยู่มั้ย หากว่าจะซื้อตอนนี้

สำหรับคู่แข่งในคลาสเดียวกันนั้น แน่นอนว่ามันย่อมหนีไม่พ้น CBR300R และ YZF-R3 ซึ่งจะต้องถือว่า Ninja 300 นั้นเป็นพี่ใหญ่ในตระกูลนี้ (อาวุโสที่สุด) สำหรับในเรื่องการรีวิวเปรียบเทียบกับอีกสองรุ่นนั้น สามารถหาอ่านได้ทั่วไปอยู่แล้ว วันนี้เราจึงอยากจะเข้ามาเจาะรายละเอียดเฉพาะของเจ้านินจากันเท่านั้น

คงจะยังไม่สายเกินไปที่จะหยิบยกเจ้าสปอร์ตเขียวคันนี้มารีวิวกัน ซึ่งเมื่อเปิดตัวกันมาก็มีดราม่าเล็กๆ กันเสียแล้ว เพราะว่าทำให้ลูกค้าเก่าที่ซื้อตัว NINJA 250 ไปนั้นตกรุ่นทันที อย่างไรก็ตามเจ้า NINJA 300 มันคือบิ๊กไบค์สปอร์ตขนาดกลาง สองสูบ กับเครื่องยนต์ขนาด 296cc 2 สูบ ให้ ABS และ Slipper Clutch มาด้วย นี่คือสเปคคร่าวๆ ของมัน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ไปดูกันเลยว่าการทำงานจริงๆ ของมันจะเป็นยังไงกันบ้างเวลาขับขี่บนท้องถนน ครั้งแรกที่สัมผัสเลย ผมรู้สึกว่าน้ำหนักมันค่อนข้างจะเบา และตัวรถไม่สูงมากนัก ไซส์นี้น่าจะเหมาะกับคนเอเชียบ้านเรามากกว่าฝรั่งตัวใหญ่ๆ เมื่อเปิดคันเร่งในช่วงต้นรถจะยังไม่พุ่งทะยานเท่าไหร่ (แต่ก็รู้สึกสัมผัสถึงทอร์คได้ชัดเจนกว่าตัว NINJA 250) หากคนที่ยังไม่ชินกับรถคันนี้อาจจะรู้สึกแปลกๆ บ้างในครั้งแรกๆ เพราะรถ NINJA นั้นต้องเล่นรอบให้เป็นถึงจะสนุก แต่พอบิดไปได้ถึงจุดหนึ่งที่รอบเครื่องมันได้ ความแรงมันก็เริ่มทำงานจนเรารู้สึกสัมผัสได้ จากนั้นไปจนถึงท็อปสปีดถือว่าทำได้น่าพอใจทีเดียวครับ กับ cc ขนาดนี้ แต่ก็ทำให้อะดรีนาลีสูบฉีดได้ในบางจังหวะเหมือนกัน กับท็อปสปีดที่ทำได้ราวๆ 180+ กม./ชม.

ตัวรถนั้นใช้แฟร์ริ่งแบบเต็มด้านหน้า ซึ่งถือว่าช่วยได้มากทีเดียวยามที่ขับขี่ด้วยความเร็วในช่วง 120 ขึ้นไป ตัวแฮนด์จับโช๊ควางมาค่อนข้างต่ำ ท่าขี่ถือว่าเป็นธรรมชาติสำหรับแนวรถสปอร์ตใช้ได้ ด้านมิติตัวรถความยาวสั้นลงกว่าตัว Ninja250 ลงไปเล็กน้อยที่ 5 มม. เหลือ 2,015 มม. ส่วนความกว้าง และสูงเท่าเดิม 715 และ 1,110 มม. ระยะฐานล้อสั้นลง 10 มม. เหลือ 1,400 มม. ความสูงเบาะ 785 มม. น้ำหนักตัว หนัก 174 กก. เพิ่มขึ้น 2 กก. ความจุถังน่้ำมันเท่าเดิม 17 ลิตร และมีวงเลี้ยวแคบสุดที่ 2.4 เมตร เท่าเดิม

สำหรับรถทรงนี้แล้ว การมุดยามรถติดในเมืองนั้นอาจจะเก้ๆ กังๆ สักหน่อยในช่วงแรก อีกทั้งกระจกที่ค่อนข้างจะกางออกไปด้านข้าง ทำให้บางครั้งมันจะไปเกี่ยวเอากับกระจกรถยนต์ซะอย่างนั้น อีกส่วนหนึ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยนั่นก็คือ Slipper Clutch  ที่ช่วยลดการกระชาก ในจังหวะทำ Engine Brake ( ชิพท์เกียร์ลง) และป้องกันล้อหลังล๊อค ทำให้ท้ายไม่ส่ายและปัด

ทีนี้เรามาดูในเรื่องของระบบเบรกและช่วงล่างกันบ้าง เจ้า NINJA 300 นั้นใช้จานดิสก์เบรคหน้าเดี่ยว ขนาด 263 มม. และ ขนาด 193 มม.สำหรับจานหลัง ซึ่งทั้งคู่มาพร้อมคาลิปเปอร์ลูกสูบคู่ พร้อมระบบ ABS จากการทดสอบนั้นืถอว่า ABS ตอบสนองได้ดี แต่ระยะเบรกอาจจะยาวไปบ้าง (สำหรับคนที่ไม่ชินกับ ABS) ต้องกะจังหวะกันใหม่จากการฝึกศ้อมบ่อยๆ ในส่วนของแกนโช้คหน้านั้น เป็นแบบเดิมเทเลสโคปิค ขนาด 37 มม. โช้คอัพหลังเป็นโช้คแก๊สเดี่ยว แบบยูนิแทรค สามารถปรับได้ 5 ระดับ

รวมๆ แล้วถือว่า NINJA 300 เป็นรถบิ๊กไบค์สปอร์ตคลาสเริ่มต้นที่น่าเล่นตัวหนึ่ง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังจะเริ่มหัดขี่รถแนวสปอร์ต แต่กับบางคนที่คาดหวังว่ามันจะเร็วจัดจ้านหรือหวือหวาเหมือนกับพวกรถสปอร์ตจริงๆ (ไม่นับเรื่องของ CC แต่นับกันที่ฟีลลิ่งในการขับขี่) อาจจะต้องทำความเข้าใจเสียใหม่ แต่หากว่ายังเน้นการใช้งานในชีวิตประจำวันเป็นส่วนใหญ่ และนำไปมันไปออกทริปหรือลงสนามเล่นบ้างเป็นครั้งคราว ตัวนี้ก็เป็นรถที่ดีพอสำหรับคุณ ในราคาค่าตัวที่ 182,500 บาท

ขอบคุณภาพประกอบจาก motorcycledaily.com rapidbikes.com.au zigwheels.com vehiclein.com

v9Oy8I.gif