เล่าสู่กันฟัง กับความสำเร็จของ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม แบบเกาะขอบสนาม!

เสร็จสิ้นกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับการแข่งขัน รถจักรยานยนต์ทางเรียบรายการ Asia Road Racing Championship 2019 R.3 ที่ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต  กับการแข่งขันที่แข่งกันถึง2เรซ เพื่อเก็บคะแนนสะสม จากทั้งหมด 6 สนาม ซึ่งได้เดินทางมาครึ่งทางแล้ว

1SrJcu.jpg

บรรยากาศภายในสนามเป็นไปอย่างคึกคัก แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตต่างให้ความสนใจ และเดินทางมาให้กำลังใจนักแข่งชาวไทย ซึ่งถือว่าสนามแห่งนี้เองเป็นสนามโฮมเรซของเค้าเหล่านั้น หน้างานยังมีบูทกิจกรรมของทางยามาฮ่า ทั้งจุดถ่ายรูป สินค้าของที่ระลึก ตลอดไปจนถึงมีรถมาให้ทดลองขับขี่กันอีกด้วย

1SraU8.jpg

สำหรับผลงานทัพนักบิดของทีม ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ก็ทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยมไม่ว่าจะเป็นรุ่น Asia Production 250 cc. ที่มีนักแข่งดาวรุ่งสายเลือดใหม่หน้าละอ่อน อย่าง มอส-สุทธิภัทร พัชรธร และ โฟล์ค-สวพล  นิลพงษ์ ควบรถ YZF-R25 ลงทำการแข่งขัน โดยคู่หูดาวรุ่งของทีมไทยยามาฮ่าสามารถเก็บแต้มเพิ่มได้จากเรซที่ 1 ด้วยการจบการแข่งขันในอันดับที่ 11 และ 14 และในการแข่งขันในเรซที่2ทั้งสองคนก็สามารถเก็บแต้มจากสนามโฮมเรซได้อีกครั้ง ด้วยการจบการแข่งขันในอันดับที่ 13 และที่18

1SrrTf.jpg

เมื่อจบการแข่งขันในสนามนี้ตำแหน่งบนตารางคะแนนสะสมของ มอส – สุทธิภัทร พัชรธร #86  และ โฟลค – สวพล นิลพงษ์ # 56 รั้งอยู่ในอันดับที่ 17 และ 19 ด้วยการมีแต้ม 13 คะแนน และ 6 แต้ม ตามลำดับ

หลังจกจบการแข่งขันทุกเรซ พี่ใหญ่มากประสบการณ์อย่าง ตั้น-เดชา ไกรศาสตร์ ที่รับหน้าที่เป็นโค้ชก็ให้คำแนะนำกับน้องๆอยู่ตลอดเวลา ชี้ให้เห็นถึงข้อผิดพลาดแล้วแนะนำแก้ไข

1SrHvq.jpg

ต่อมาในรุ่น Supersport 600 cc. ที่มีเทพต๋ง-พีรพงศ์ บุญเลิศ #26 รับหน้าที่ลงสนามชิงชัยให้กับทีม ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม เจ้าต๋งสามารถเก็บชัยชนะมาครองได้แบบเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม โดยในการแข่งขันเรซแรกต๋งประสบปัญหาจากสภาพอากาศที่ค่อนข้างแปรปรวน มีลมแรงในสนามทำให้ขับขี่ได้ยาก แต่ก็ขับขี่ให้ได้ตามที่ซ้อมทำให้คว้าชัยมาได้ในเรซแรกได้ไม่ยากนัก เกมการแข่งขันในเรซที่ 2 ในสนามโฮมเรซนี้ “เทพต๋ง” ยังคงได้ออกสตาร์ทหัวแถวในตำแหน่งหัวแถว โดยในรุ่นนี้จะทำการขับเคี่ยวชิงชัยด้วยกันทั้งหมด 12 รอบสนาม

1SrL2Z.jpg

1Srp8R.jpg

คู่ปรับคนสำคัญของเทพต๋งได้แก่ Muhamad Adam Mohd Norrod #77 และ Kasma Daniel Kasmayudin #127 นักแข่งมาเลเซียพยายามไล่กดดันอยู่ด้านหลังแบบเกาะติด และเมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายเกมการแข่งขัน เจ้าต๋งก็โชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่งและขี่โดยไร้ความกดดันจากคู่แข่ง เนื่องจากสามารถทำเวลาทิ้งห่างคู่แข่งด้านหลังมากกว่า 3 วินาที ก่อนที่จะกระชากคันเร่งรถแข่ง YZF-R6 ทะยานเข้าเส้นชัยรับธงตราหมากรุกคว้าอันดับที่ 1 ไปครองเป็นเรซที่ 6 ติดต่อกัน และนำธงชาติไทยโบกสะบัดบนโพเดี้ยมสูงสุดในสนามโฮมเรซได้สำเร็จอีกครั้ง พร้อมกับโกยแต้มแบบเต็มกอบเต็มกำ 150 คะแนนเต็ม ผงาดรั้งอันดับ 1 บนตารางคะแนนสะสม ทำให้ถ้วยแชมป์ในรุ่น SUPERSPORTS 600cc อยู่อีกไม่ไกลแล้ว

1SrFlt.jpg

บรรยากาศในช่วงเจ้าต๋งขึ้นรับถ้วย ผมเองยังรู้สึกตื่นเต้นและตื้นตันอยู่มากกองเชียร์ทั้งสนามไม่ว่าจะสีเสื้อไหนต่างก็ลุกขึ้นปรบมือให้ ได้ติดตามผลงานของเด็กคนนี้อยู่พอสมควรบอกได้เลยว่าเป็นเด็กไทยคนนึงที่อนาคตไกลแน่นอน  บวกกับบุคลิกที่ค่อนข้างพูดน้อย นิ่งๆ เวลาอยู่นอกแทรค แต่เมื่อได้บิดคันเร่งแล้วก็ยากที่คู่แข่งจะตามทัน เรียกว่าพูดน้อยต่อยหนักก็ว่าได้

1S8WBl.jpg

ปิดท้ายกับรุ่นใหญ่สุดในรายการอย่าง Asia Superbike 1000cc. ที่ทีม ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ส่งนักบิดดีกรีแชมป์เอเชียอย่าง แสตมป์ – อภิวัฒน์ วงศธนานนท์ #24 และ โฟลท – รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ #56 รับหน้าที่ลงสนามสู้ศึกในรุ่นใหญ่ ด้วยรถแข่ง YZF-R1 ซึ่งจะทำการแข่งขันด้วยกันทั้งสิ้น 13 รอบสนาม

1SrIve.jpg

คู่ปรับคนสำคัญในรุ่นนี้คือ Azlan Shah Kamaruzaman #25 นักแข่งชาวมาเลเซีย, Broc Parkes #23นักแข่งชาวออสเตรเลีย  ซึ่งทั้ง2มีดีกรีเป็นอดีตนักแข่งMoto2 ซึ่งนักบิดไทยยามาฮ่าต้องเจอกับนักแข่งสุดหินและหนักกว่าที่เคย แต่ด้วยหัวใจนักสู้ที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมทำให้ แสตมป์ – อภิวัฒน์ วงศธนานนท์ #24 สามารถไล่บดเบียดกับคู่แข่งฝีมือระดับพระกาฬได้อย่างสูสีตลอดเกมการชิงชัย ชนิดที่กองเชียร์ต่างได้ลุ้นระทึกในทุกรอบการแข่งขัน

จนกระทั่งถึงรอบสุดท้ายโค้งสุดท้าย ก็ยังชิงจังหวะกันแบบไม่ยอมอ่อนข้อให้กันแม้แต่น้อย ทำให้ทั้ง 3 คันพุ่งทะยานเข้าเส้นชัยรับธงตราหมากรุกแทบจะพร้อมๆ กัน ด้วยเวลาที่ต่างกันเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น โดย แสตมป์ – อภิวัฒน์ วงศธนานนท์ #24 จบการแข่งขันในอันดับที่ 3 ด้วยเวลาที่ตามหลังคันหน้าเพียงแค่ 0.004 วินาที เท่านั้น ส่วนทีมเมท โฟลท – รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ #56 จบการแข่งขันในอันดับที่ 8

1S808v.jpg

โดยเมื่อจบการแข่งขันในเรซนี้ส่งผลให้คู่หูจากทีม ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม แสตมป์ – อภิวัฒน์ วงศธนานนท์ #24 มีแต้ม 76 คะแนน และ โฟลท – รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ #56 มีแต้ม 52 คะแนน รั้งอยู่ในอันดับที่ 4 และ 7 ของตารางคะแนนสะสมได้ตามลำดับ

1Sr8ja.jpg

ทั้งหมดทั้งมวลของการแข่งขันนักแข่งจะประสบความสำเร็จไม่ได้หากไม่มีทีมซับพอร์ตที่ดีตลอดไปจนถึงการวางแผน ผมได้ติดตามสังเกตุการอยู่ข้างๆพิทตลอดระยะเวลาทั้ง3วันตั้งแต่วันซ้อม ได้เห็นการทำงานของทีมช่าง ที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา ขนาดทานข้าวหรือเข้าห้องน้ำยังต้องแปะมือกันทำ  ได้เห็นพี่ช้อง ธีระพงษ์ โอภาสกลกุล ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ฝ่ายกีฬายานยนต์ ให้กำลังใจน้องๆก่อนจะทำการแข่งขัน โดยพี่ช้องเองก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมในการทำทีมว่า มีความมั่นใจในเรื่องของนักแข่งเองมีความพร้อม ตลอดไปจนถึงช่างเทคนิค เชื่อว่าสนามต่อไปผลงานก็น่าจะดีด้วยโดยทีมเองก็จะพยายามพัฒนาอย่างต่อเนื่องต่อไป  ในส่วนของพี่ใหญ่อย่าง ตั้น เดชา ไกรศาสตร์เองก็ได้คอยสอน แนะนำเทคนิคและดูแลนักแข่งอย่างใกล้ชิด ทำให้รับรู้ถึงความสัมพันธ์อันดีภายในทีม ไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมารูปแบบไหนทุกคนก็มีรอยยิ้มให้กันเสมอ และนี่แหละสิ่งที่มันยิ่งใหญ่กว่าเกมกีฬานั่นคือครอบครัวนั่นเอง

1S8dqk.jpg

1Sr6yb.jpg

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันของทัพนักบิด ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ในศึกชิงแชมป์เอเชีย รายการ ASIA ROAD RACING CHAMPIONSHIP 2019 สนามที่ 4 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 28-30 มิถุนายน 2562 ณ สนามซูซูก้า อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศญี่ปุ่น โดยแฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถร่วมติดตามและให้กำลังใจทัพนักบิด ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ได้ที่ Facebook : Yamaha Thailand Racing Team และ Yamaha Society Thailand

v9Oy8I.gif

ทัพนักบิด ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม กดเวลารอบซ้อมพร้อมลุย!!!

ศึกชิงแชมป์เอเชียในสนามโฮมเรซ รายการ ASIA ROAD RACING CHAMPIONSHIP 2019 สนามที่ 3

ระเบิดความมันส์ชิงความเป็นเจ้าความเร็วสองล้อทางเรียบศึกชิงแชมป์เอเชียบนสนามโฮมเรซของนักบิดไทยยามาฮ่า ในการแข่งขันรายการ ASIA ROAD RACING CHAMPIONSHIP 2019 สนามที่ 3 ซึ่งจัดการแข่งขันขึ้นระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2562 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยทัพนักบิด ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม พร้อมลงสนามชิงชัยด้วยเป้าหมายคือ นำธงชาติไทยผงาดบนโพเดี้ยมสูงสุดให้ได้ ซึ่งนำทัพด้วยตัวเต็งแชมป์ ต๋ง – พีรพงศ์ บุญเลิศ #26 ที่รั้งตำแหน่งผู้นำคะแนนสะสมรุ่น SUPERSPORTS 600cc ด้วยผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่คว้าชัยชนะมาครองได้แบบ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม จาก 4 เรซการแข่งขันในสนาม 2 ที่ผ่านมา พร้อมด้วย แสตมป์ – อภิวัฒน์ วงศธนานนท์ #24 กับ โฟลท – รัฐพงศ์ วิไลโรจน์ #56 คู่หูดีกรีแชมป์เอเชียที่ลงชิงชัยในรุ่น ASIA SUPERBIKE 1000cc และสองนักบิดดาวรุ่งสายเลือดใหม่ของทีมอย่าง โฟลค – สวพล นิลพงษ์ 56 กับ มอส – สุทธิภัทร พัชรธร #86 ที่ลงสนามในรุ่น ASIA PRODUCTION 250cc

wInvzS.jpg

สำหรับโปรแกรมวันแรกนั้น เป็นช่วงของการซ้อม Free Practice 1, 2 และ 3 โดยในรุ่น ASIA PRODUCTION 250cc คู่หูดาวรุ่งของทีม ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม นั้น ลงทำการซ้อมด้วยรถแข่ง YZF-R25 ด้วยความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ เพื่อเก็บข้อมูลและประสบการณ์ในสนามให้ได้มากที่สุด โดย มอส – สุทธิภัทร พัชรธร #86 กดคันเร่งทำเวลาต่อรอบดีสุดอยู่ที่ 1’54.534 นาที ส่วน โฟลค – สวพล นิลพงษ์ # 56 ทำเวลาดีที่สุดในการซ้อมอยู่ที่ 1’55.491 นาที ซึ่งรั้งอยู่ในอันดับที่ 10 และ 18 ของตารางเวลารวมตามลำดับ

wInaXQ.jpg

ส่วนในรุ่น SUPERSPORTS 600cc ตัวเต็งแชมป์อย่าง ต๋ง – พีรพงศ์ บุญเลิศ #26 ของทีม ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ที่ลงสนามด้วยรถแข่ง YZF-R6 พร้อมความมั่นใจเกิน 100 ด้วยสภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแกร่ง และสามารถโชว์ลีลาการขับขี่ที่แสนดุดดันได้สมกับที่เป็นนักบิดเจ้าบ้าน ด้วยไล่กดเวลาลงอย่างต่อเนื่องในทุกรอบของการซ้อม ก่อนที่จะทำเวลาต่อรอบดีที่สุดอยู่ที่ 1’40.212 นาที พร้อมกับรั้งตำแหน่งอันดับที่ 1 ของตารางเวลารวมการซ้อม

wInXEV.jpg
และในรุ่น ASIA SUPERBIKE 1000cc ที่คู่หูดีกรีแชมป์เอเชียของทีม ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม อย่าง แสตมป์ – อภิวัฒน์ วงศธนานนท์ #24 กับ โฟลท – รัฐพงศ์ วิไลโรจน์ #56 สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ โดยกระชากคันเร่งรถแข่ง YZF-R1 กดเวลาขับเคี่ยวกับคู่แข่งได้แบบสูสี ก่อนที่ แสตมป์ – อภิวัฒน์ วงศธนานนท์ #24 จะทำเวลาต่อรอบดีที่สุดอยู่ที่ 1’36.416 นาที ส่วน โฟลท – รัฐพงศ์ วิไลโรจน์ #56 ก็ตามมาติดๆ ด้วยเวลาดีที่สุดอยู่ที่ 1’36.893 นาที โดยทั้งคู่รั้งอยู่ในอันดับที่ 3 และ 7 ของตารางเวลารวมตามลำดับ

wInVkN.jpg

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันของทัพนักบิด ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ในวันพรุ่งนี้ (1 มิ.ย.) ช่วงเช้าจะเป็นรอบควอลิฟายรุ่น ASIA PRODUCTION 250cc ในเวลา 08.55 น. ตามด้วยรุ่น SUPERSPORTS 600cc ในเวลา 09.30 น. และรุ่น ASIA SUPERBIKE 1000cc ในเวลา 10.50 น. จากนั้นช่วงบ่ายจะเป็นรอบการแข่งขันในเรซที่ 1 โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 13.55 น. เป็นต้นไป โดยแฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถร่วมติดตามและให้กำลังใจทัพนักบิด ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ในการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย รายการ ASIA ROAD RACING CHAMPIONSHIP 2019 สนามที่ 3 ได้ที่ Facebook : Yamaha Thailand Racing Team และ Yamaha Society Thailand และสามารถติดตามชมการแข่งขันแบบสดๆ ได้ผ่านทาง Facebook Live และ YouTube Live : Asia Road Racing Championship

v9Oy8I.gif

ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม บิดสนั่นคว้าชัยรุ่น 600 เกมเอเชีย โร้ดเรซ สนาม 1 ที่มาเลเซีย

ขุนพลนักแข่ง ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ผงาดคว้าชัยนำธงไตรรงค์ขึ้นยอดเสา พาเพลงชาติไทยดังกระหึ่มศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2019 เรซที่ 2 ณ สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย

tTi5Qt.jpg

ระเบิดความมันส์กับรุ่น เอเชีย โปรดักส์ชั่น 250 สองนักแข่งดาวรุ่งสังกัด ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ทำผลงานได้เป็นที่น่าพอใจ เดินหน้าเก็บเกี่ยวประสบการณ์และไล่ล่าแต้ม ในรุ่นเอเชีย โปรดักส์ชั่น 250 จากเกมนัดเปิดฤดูกาล “โฟลค” สวพล นิลพงษ์ # 56 เก็บแต้มหลังทำผลงานได้เป็นที่น่าประทับใจในเรซแรก นัดเปิดสนาม ศึกเอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ เรียกความมั่นใจให้ตนเองในการลงชิงชัยในเรซที่ 2 สามารถรีดความเร็วและซิ่งจบการแข่งขันในอันดับที่ 12 ขณะที่ “มอส” สุทธิภัทร พัชรธร #86 ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ทว่าในเรซที่ 2 พลาดท่าเสียหลักโดนคู่แข่งเบียดจนส่งผลให้ล้มในรอบสุดท้ายของการแข่งขัน ขณะที่รั้งอยู่อันดับที่ 6 ส่งผลให้ต้องออกจากการแข่งขันไปอย่างน่าเสียดาย

tTiEne.jpg

ต่อด้วยความมันส์กับผลงานระดับมาสเตอร์พีซ ของ “ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ #26 ในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ยังคงแรงไม่เลิก คว้าดับเบิ้ลแชมป์ให้กับทีมได้อย่างสง่างาม ในเรซที่ 2 ซึ่ง “ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ #26 สามารถรักษาฟอร์มอันร้อนแรงไว้ได้ ทะยานจากกริดที่ 2 ขึ้นเป็นผู้นำตั้งแต่รอบแรกของการชิงชัย ก่อนจะรีดความเร็วรถแข่ง YZF-R6 คู่ใจเพิ่มช่องว่างระหว่างคู่แข่งห่างออกไปเรื่อยๆ จนครบ 10 รอบสนาม “ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ #26 ผ่านธงตราหมากรุกเข้าเส้นชัยได้เป็นคันแรกโดยทิ้งห่าง แอนดี้ ฟาริด อิซดิฮาร์ ดาวบิดอินโดนิเซีย และ คาสมา ดาเนียล คาสมายูดิน นักบิดเจ้าถิ่น ที่ตามเข้ามาเป็นอันดับ 2 และ 3 ถึง 1.986 และ 2.319 วินาที จากผลงานอันร้อนแรงของ “ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ #26 ส่งผลให้นักบิดหนึ่งเดียวของ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ในคลาสดังกล่าว เก็บแต้มขึ้นเป็นผู้นำบนตารางแชมเปี้ยนชิพนัดเปิดฤดูกาล ศึกเอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2019 สนามแรก สร้างโอกาสป้องกันแชมป์รุ่นดังกล่าวให้กับยามาฮ่าในซีซั่นนี้

tTibdl.jpg

tTijZk.jpg
tTilPv.jpg
tTiomE.jpg
tTiA9N.jpg
tTiPbV.jpg
tTispQ.jpg
tTiCNS.jpg
tTiuQn.jpg
tTi6rg.jpg

ปิดท้ายความมันส์กับรุ่นใหญ่สุดของรายการในรุ่น เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1000 สองนักแข่ง ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม นำโดย “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ #24  และ “โฟลท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ #56 ลงทำศึกด้วยรถแข่งคู่ใจยามาฮ่า YZF-R1 ไล่บู๊คู่แข่งกลางแทร็กฝน “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศธนานนท์ #24 บิดคันเร่งไล่บู๊คู่แข่งสุดกำลังท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างต่อเนื่อง สามารถทะยานจากกริดที่ 8 ขยับขึ้นมาไล่บดกับกลุ่มหัวแถวได้ในช่วงต้นเกม และมีลุ้นประเดิมโพเดี้ยมแรกในฤดูกาลให้กับตนเอง ทว่าด้วยความยากลำบากของเกมเวทเรซส่งผลให้ทำได้ดีที่สุดด้วยการทะยานเข้าเส้นชัยด้วยอันดับที่ 4 ส่วนทีมเมท “โฟลท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ #56 ยังคงต้องเจอกับงานยากเช่นเดิมหลังต้องออกสตาร์ทจากกริดที่ 10 อย่างไรก็ดี ยอดนักบิดไทย สามารถไล่แซงคู่แข่งไต่อันดับขึ้นมา ก่อนจะซิ่ง Yamaha YZF-R1 รับธงตาหมากรุกได้ในอันดับ 7 เก็บแต้มเพิ่มให้กับตนเองและต้นสังกัดได้สำเร็จ

สำหรับศึกเอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2019 สนามที่ 2 จะยกพลไปดวลความเร็วที่ เดอะ เบนด์ มอเตอร์สปอร์ต พาร์ค ประเทศออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 26-28 เมษายน ร่วมติดตามและให้กำลังใจนักแข่งไทยได้ที Facebook : Yamaha Thailand Racing Team และ Yamaha Society Thailand

v9Oy8I.gif

ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ผงาดครองโพเดี้ยม Asia Production 250cc. สนามโฮมเรซ

พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง ฝ่าด่านพระกาฬทะยานขึ้นโพเดี้ยมเรซ 2 ได้สำเร็จ!!!

02 Yamaha Thailand Racing Team

หลังจากที่สามารถยึดโพเดี้ยม “Thailand Podium” ในศึกชิงแชมป์เอเชีย รายการ Asia Road Racing Championship 2016 สนาม 2 รุ่น Asia Production 250cc. เรซที่ 1 ด้วยการคว้าชัยชนะอันดับที่ 1 และ 2 ได้สำเร็จ นักบิดสังกัด Yamaha Thailand Racing Team ที่เตรียมเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ และความฮึกเหิมก็พร้อมสำหรับการแข่งขันในเรซที่ 2 โดยตำแหน่งการออกสตาร์ทยังคงเหมือนเดิม คือ พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง #14 ออกสตาร์ทจากกริดที่ 1 ตามด้วย อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ #24 และ อนุภาพ ซามูล #500 ที่ออกสตาร์ทในกริดที่ 2 และ 5 ตามลำดับ โดยการชิงชัยในเรซที่ 2 นี้ 3 นักบิด Yamaha Thailand Racing Team สามารถออกสตาร์ทได้ดี และทะยานขึ้นเป็นกลุ่มนำได้ทั้ง 3 คัน นำโดย อนุภาพ ซามูล #500 ตามด้วย พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง #14 และอภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ #24 โดยมีนักบิดญี่ปุ่น และอินโดนีเซียค่อยเบียดแย่งชิงจังหวะอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนักบิดไทยยามาฮ่าต่างก็พยายามที่จะปิดไลน์พร้อมทั้งหาจังหวะเกาะกลุ่มกันขึ้นเป็นผู้นำให้ได้ ทำให้เกมการแข่งขันเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เร้าใจ ชนิดที่กองเชียร์ชาวไทยที่มาชมกันถึงขอบสนามจำนวนมากต่างได้ลุ้นกันทุกรอบสนามเลยทีเดียว


จนกระทั้งเกมการชิงชัยดำเนินมาจนครบ 10 รอบสนาม ผลปรากฎว่า อนุภาพ ซามูล #500 ทะยานผ่านรับธงตราหมากรุกเป็นคันที่ 2 แต่ถูกกรรมการสนามปรับฟาวล์ในจังหวะแซงธงเหลือง ส่งผลให้เพื่อนร่วมทีมอย่าง พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง #14 ที่ผ่านธงตราหมากรุกในอันดับที่ 4 ขยับขึ้นยืนโพเดี้ยมในอันดับ 3 ส่วน อนุภาพ ซามูล #500 ถูกปรับอันดับมาจบการแข่งขันในอันดับที่ 4 และ อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ #24 ก็สามารถตามเข้าเส้นชัยมาได้ในอันดับ 5 โดยผลงานของทั้ง 3 คนของทีม Yamaha Thailand Racing Team ถือเป็นผลงานที่ดีที่สุดของนักบิดไทยในการแข่งขันที่สนามโฮมเรซครั้งนี้อีกด้วย

จากผลงานการขึ้นโพเดี้ยมของ 3 นักบิด Yamaha Thailand Racing Team ทั้งสองเรซในการแข่งขันสนามที่ 2 นี้ ส่งผลนักบิดไทยยังคงเป็นผู้นำคะแนนสะสมอันดับ 1-2-3 ของรุ่น Asia Production 250cc. ต่อไป โดย อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ มีคะแนนสะสม 86 คะแนน, พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง 76 คะแนน และ อนุภาพ ซามูล 52 คะแนน ทำให้โอกาสในการคว้า “แชมป์ประจำปี” ของนักบิด Yamaha Thailand Racing Team ในปีนี้อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน!!!


ส่วนการแข่งขันในรุ่น Supersports 600cc. ทีม Yamaha Thailand Racing Team ที่แม้จะเกิดความผิดพลาดในการแข่งขันเรซแรก แต่สำหรับการชิงชัยในเรซที่ 2 นั้น  เดชา ไกรศาสตร์ #24, อนุชา นาคเจริญศรี #14 และ พีรพงศ์ บุญเลิศ #39 ก็ยังคงลงสนามชิงชัยด้วยความมุ่งมั่น ชนิดที่ได้ใจกองเชียร์ชาวไทยแบบสุดๆ โดยในเรซสองนี้ อนุชา ที่สามารถทะยานเข้าเส้นชัยจบการแข่งขันในอันดับที่ 5 และเป็นนักแข่งไทยที่ทำอันดับดีที่สุดในเรซนี้อีกด้วย และ เดชา ที่มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยก็ยังสามารถกัดฟันแข่งขันจนจบในอันดับที่ 11 ได้ในที่สุด ส่วน พีรพงศ์ รถแข่งเกิดปัญหาทางเทคนิคในรอบสุดท้ายจึงทำให้พลาดจบการแข่งขันไปอย่างน่าเสียดาย

v9Oy8I.gif

“ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม คว้าแชมป์ประจำปี ศึกออลเจแปน 2015”

01 ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม
นายธีระพงษ์ โอภาสกรกุล (คนที่ 2 จากขวา) ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส สนับสนุนการขายและการตลาด พร้อมด้วย นายกรธัช แก่นจันทร์ดา (คนแรกซ้าย) ผู้จัดการทั่วไป กีฬายานยนต์ต่างประเทศ และ นางสรวงสุดา มนัสบุญเพิ่มพูล (คนแรกขวา) ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายสื่อสารการตลาด และประชาสัมพันธ์ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ร่วมแสดงความยินดีกับ 3 นักแข่ง ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ที่ประกอบด้วย เดชา ไกรศาสตร์ (คนที่ 3 จากขวา), เฉลิมพล ผลไม้ (คนที่ 3 จากซ้าย) และ เรียวจิ โยโคเอะ (คนกลาง) ที่ผนึกกำลังร่วมกันคว้า “แชมป์ประเภททีม รุ่น ST 600” ในการแข่งขัน MFJ Superbike All Japan Road Race Championship 2015 หลังจบการแข่งขันสนามสุดท้ายที่แข่งขันกัน ณ สนามซูซูก้า ประเทศญี่ปุ่น

“ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม” ประกาศศักดาอย่างยิ่งใหญ่ คว้าแชมป์ศึกออลเจแปน 2015
เดชา ไกรศาสตร์ ผงาดยืนโพเดี้ยม ที่สนามซูซูก้า
เรียวจิ โยโคเอะ คว้าแชมป์ประจำปี ST600

05 ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม
ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง ด้วยการทำผลงานสุดยอดเยี่ยมด้วยการคว้าแชมป์ประจำปีประเภททีมรุ่น ST600 ในการแข่งขัน MFJ Superbike All Japan Road Race Championship 2015 หลังจากที่ เดชา ไกรศาสตร์ กระชากคันเร่งรถแข่ง YZF-R6 คู่ใจทะยานเข้าเส้นชัยอันดับ 2 พร้อมกับการยืนโพเดี้ยมเป็นครั้งแรกที่สนามซูซูก้า ซึ่งเป็นการแข่งขันสนามสุดท้ายของปีนี้

06 ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม

การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศญี่ปุ่น รายการ MFJ Superbike All Japan Road Race Championship 2015 สนามสุดท้าย ที่จัดการแข่งขันเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2558 ณ ซูซูก้า อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เมืองมิเอะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งระยะทางต่อรอบ 5.821 กิโลเมตร นั้น ทีมแข่ง “ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม” ซึ่งประกอบด้วยขุนพลนักบิดฝีมือดีอย่าง เดชา ไกรศาสตร์, เฉลิมพล ผลไม้ และ เรียวจิ โยโคเอะ ลงทำการแข่งขันด้วยบรรยากาศของการลุ้นแชมป์ประจำปีรุ่น ST600 ซึ่งเป็นการชิงดำตัดสินแชมป์กันเองของนักแข่งภายในทีมอีกด้วย ทำให้ทั้งทีมงาน และกองเชียร์ต่างรู้สึกตื่นเต้นกับการชิงชัยในสนามนี้เป็นอย่างมาก

03 ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม

สำหรับการชิงชัยรุ่น ST600 นั้น เริ่มทำการแข่งขันกันในเวลา 10.15 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยโพลโพซิชั่น ในเรซสุดท้ายของฤดูกาลตกเป็นของ ไคซูเกะ มาเอดะ ส่วน เดชา ไกรศาสตร์ ที่ทำผลงานในรอบควอลิฟายได้ดีพอประมาณได้ออกสตาร์ทในกริดที่ 5 ขณะทีมเมทอย่าง เรียวจิ โยโคเอะ และ เฉลิมพล ผลไม้ ได้ออกสตาร์ทเกมนัดสุดท้ายจากกริดที่ 6 และ 7 ตามลำดับ

ทันทีที่เกมการชิงชัยเริ่มขึ้น ปรากฎว่านักแข่งเจ้าถิ่นอย่าง ยูยะ คอนโดะ ที่สตาร์ทจากกริดที่ 2 ก็พุ่งทะยานขึ้นไปรั้งหัวขบวนหลังผ่านรอบแรกของเกม ส่วนอันดับ 2 ได้แก่ มาเอดะ และ ฮิคาริ โอคูโบะ ในอันดับ 3 ส่วนนักแข่ง ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ทั้ง เดชา, เฉลิมพล และ โยโคเอะ ก็ตามกดดันอยู่ในอันดับ 4, 5 และ 6 แบบเกาะติดไม่ห่างเลยทีเดียว

04 ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม

จากนั้นตำแหน่งในกลุ่มหน้ามีการเปลี่ยนแปลงในรอบที่ 5 ของการแข่งขัน เมื่อ เดชา ได้จังหวะแซง โอคูโบะ ขึ้นมารั้งอันดับ 3 ก่อนจะขยับขึ้นไปเป็นรองจ่าฝูงจากจังหวะที่ มาเอดะ พลาดล้มในรอบที่ 7 หลังจากนั้นไฮไลต์ของการแข่งขันอยู่ที่การแย่งชิงอันดับ 2 ระหว่าง เดชา และ โอคูโบะ ที่ไล่บี้กันอย่างสุดมันส์ ขณะที่ คอนโดะ ก็กดคันเร่งรถแข่ง YZF-R6 ยืดระยะห่างออกไปได้มากขึ้น และในช่วงท้ายเกม เดชา สามารถขยับขึ้นมารั้งอันดับ 2 และคุมเกมเหนือ โอคูโบะ ที่เบียดกันมานานไว้ได้สำเร็จ และเมื่อเกมการชิงชัยครบทั้ง 12 รอบสนาม ผลปรากฎว่าแชมป์ในสนามนี้ตกเป็นของ ยูยะ คอนโดะ ที่บิดนำแบบม้วนเดียวจบ พร้อมทะยานเข้ารับธงตราหมากรุกเป็นคันแรก โดยที่อันดับ 2 ตกเป็นของ เดชา ไกรศาสตร์ และ ฮิคาริ โอคูโบะ ตามเข้าเส้นชัยในอันดับ 3 ส่วน เฉลิมพล ผลไม้ และ เรียวจิ โยโคเอะ นั้น จบการแข่งขันในอันดับ 4 และ 8 ตามลำดับ

จากผลการแข่งขันดังกล่าวส่งผลให้ เรียวจิ โยโคเอะ คว้าแชมป์รุ่น ST600 ไปครองด้วยคะแนนรวมทั้งสิ้น 104 คะแนน เฉือน เดชา ไกรศาสตร์ เพียง 7 คะแนน ขณะที่ เฉลิมพล ผลไม้ จบฤดูกาลด้วยอันดับ 4 เก็บไปได้ทั้งสิ้น 74 คะแนน และจากผลงานอันยอดเยี่ยมของนักแข่งทั้ง 3 นี้ ทำให้คะแนนสะสมประเภททีมของ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ผงาดขึ้นครองบัลลังก์แชมป์ประเภททีมได้สำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการทำคะแนนสะสมทั้งปีรวมทั้งสิ้น 116 คะแนน

08 ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม

โดย เดชา ไกรศาสตร์ ได้กล่าวหลังประเดิมโพเดี้ยมที่สนามซูซูก้าได้เป็นครั้งแรกว่า “เป็นเรซที่ช่วงแรกเหมือนจะยาก เพราะว่าในช่วงการควอลิฟายผมใช้ยาง เยอะกว่าคนอื่นคือมากกว่าคนอื่นสองรอบ ในช่วงต้นเกมทุกคนยางใหม่กว่าผมสองรอบ ทุกคนกดเวลาได้เร็วกว่าทำให้ในช่วงแรกเป็นอะไรที่ยากมากที่จะไล่ให้ทันกลุ่มหน้า ผมเองก็พยายามประคองรอให้คู่แข่งยางหมดพอๆ กันแล้วเราก็พยายามไล่ ผ่าน 5-6 รอบกลุ่มหน้าก็ช้าลงผมเองก็พยายามเกาะ พยายามหา โอกาสแซง และขยับแซงขึ้นมาคันนึงรวมถึงในอันดับที่ 2 ก็ไปพลาดล้มจากการแย่งชิงตำแหน่งที่ 1 ซึ่งในตำแหน่งผมก็มีนักแข่งมาพันอยู่เหมือนกันซึ่งเราก็พยายามหนี ซึ่งเขาก็มาพันอยู่ และต่างสลับกันแซงอยู่หลายรอบ สำหรับสนามนี้ ผมก็ดีใจครับที่ขึ้นได้อันดับที่ 2 เป็นผลงานที่ดีในสนามซูซูก้า ซึ่งเป็นสนามขี่ยากมากๆ ขอขอบคุณไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ขอบคุณสปอนเซอร์ทุกๆ ท่านที่ให้การสนับสนุนทีมของเรา”

09 ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม
ทั้งนี้ เดชา ยังได้กล่าวต่อว่า “ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่แข็งแกร่งของ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม เพราะนักแข่งทั้ง 3 คน มีความสามารถที่ดีมาก แต่ละสนามนักแข่งของทีมไม่หลุดโพเดี้ยมเลย ทำให้เราเป็นแชมป์ทีมได้ ส่วนผมได้รองแชมป์หรือตำแหน่งที่ 2 ก็ถือว่าทำได้ดีสุดๆ แล้ว และผมก็ไปพลาดล้มที่ ทวินริง โมเตกิ โดยในปีหน้าจะตั้งใจให้มากกว่านี้ การมี โยโคเอะ เข้ามามีส่วนช่วยในการเซ็ทติ้งรถ เขาเป็นนักแข่งที่มากประสบการณ์ เขาสามารถเซ็ทรถได้เร็วจบเร็วทำให้เรามีไกด์ ซึ่งทำให้เราสามารถตามเขาได้หรือแหวกไปทางอื่นได้ ทำให้ง่ายต่อการเซ็ทติ้งรถ อีกทั้งเรามีรถ 3 คันทำให้เราสามารถลองอะไรได้เยอะครับ ปีนี้ถือเป็นปีที่แข็งแกร่งของทีมยามาฮ่า ไทยแลนด์เรซซิ่งครับ”

02 ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม     07 ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม

v9Oy8I.gif