“บิ๊กไบค์”….ขี่ได้….กับขี่เป็น เส้นแบ่งบางๆ ที่ไม่ควรจะมองข้าม (ตอนที่ 2)

  bigbike-15เรียนให้ดี  ขับขี่ให้เป็น ไม่ใช่ ขี่ได้ !!!
แน่นอนว่า  จุดมุ่งหมายหลักของบรรดาเหล่าสิงห์นักบิดทั้งหลาย  ที่กลับเข้ามาเรียนรู้ในการขับขี่บิ๊กไบค์อย่างจริงจังและฝึกฝนอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ ก็เพื่อความปลอดภัยเพียงสิ่งเดียว

สำหรับดาราคนหนึ่งที่ต้องบอกเลยว่ามีความชื่นชอบบิ๊กไบค์มาตั้งแต่ไหนแต่ไร จนเริ่มที่จะเปลี่ยนจากความชอบจับธุรกิจตัวหนึ่งที่ชื่นชอบ นั่นก็คือ การนำเข้ารถบิ๊กไบค์ยี่ห้อ ไทรอัมพ์  คุณดอม เหตระกูล  ยืนยันได้เลยว่า เป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องป้องกันอุบัติเหตุให้น้อยลง  สำหรับผมเองคิดว่า คนที่เดินมาซื้อรถ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ต้องให้ความปลอดภัยด้วยการสร้างทักษะการขับขี่ให้ถูกต้อง

bigbike-17

ถ้าจะมองในแง่ดี  ก็คือ คนที่ขับขี่บิ๊กไบค์ส่วนใหญ่มีความเข้าใจที่ดีเกี่ยวกับการขับขี่  กลุ่มต่างๆ เนื่องจากต้องการออกทริปหรือขับขี่ให้สนุกสนานและปลอดภัย ไม่อยากให้มีอุบัติเหตุ  คนใหม่ในกลุ่มก็ถูกสอนโดยมือาชีพ หรือผู้ที่มีประสบการณ์ในกลุ่มแต่ละกลุ่ม  หรือมีการแนะนำให้ไปเรียนด้วยซ้ำซึ่งนั่นทำให้ 80% เข้าใจและรู้ถึงทักษะต่างๆ ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการขับขี่ และนำไปต่อยอดฝึกฝน เรียนรู้จนชำนาญ

คุณศุภฤกษ์  คูณเสวก  เผยกับเราว่า “หลังจากที่ผมได้ซื้อรถบิ๊กไบค์มาได้ไม่นาน  ก็ได้ตัดสินใจที่จะซื้อหมวกกันน็อก กางเกงการ์ดป้องกัน ถุงเมือ รวมไปถึงรองเท้าป้องกัน ซึ่งรวมๆ แล้วงบที่ตั้งไว้ สูงถึง 4 หมื่นบาท ให้เพียงเหตุผลเดียว คือ มันคุ้มค่ากับการลงทุนเมื่อเทียบกับชีวิตของเราทุกครั้งที่ต้องขับขี่บิ๊กไบค์นั่นเอง”

ในปัจจุบันนี้มีโรงเรียนหลายแห่งที่เปิดอบรม สอนเกี่ยวกับทักษะการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ในเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็น Honda  ขับขี่ปลอดภัย  ที่สอนให้เรา 4 ครั้งแล้วพร้อมที่จะพาไปสอบใบขับขี่  (เหมาะสำหรับผู้ที่ขับขี่ไม่เป็นเลยและยังไม่มีใบขับขี่) เพราะเขาจะสอนเราตั้งแต่รถแบบออโต้เมติก  รถแม่บ้าน  รถแบบมีคลัช  รวมไปจนถึงรถบิ๊กไบค์  ถัดมาก็จะเป็นค่ายรถยุโรป  แบรนด์ดังอย่างดูคาติ ที่มีการสอนถึง 4 ระดับ  Beginner , Basic , Intermediate , Advance…. ตั้งแต่การจูงรถ  ก็เพื่อต้องการให้ผู้ขับขี่เข้าใจถึงสรีระในตัวรถ  เรื่องของระบบเกียร์  การวิ่งทางตรง  การเทโค้ง หรืออาจจะเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่การขับขี่ด้วยเทคนิคชั้นสูงแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญชั้นเทพ อดีตนักแข่งมืออาชีพ  ที่ผันตัวมาถ่ายทอดทักษะและประสบการณ์ต่างๆ ให้กับผู้ที่ต้องการขับขี่อย่างปลอดภัย

bigbike-14

เกรินมาได้สักพักเชื่อกันว่าตอนนี้หลายๆ คนก็คงจะเกิดคำถามในใจว่า จะเรียนไปทำไม  เรียนแล้วได้อะไร  ขับขี่ก็ได้อยู่แล้ว แต่ถ้ามองย้อนกลับไป เริ่มกลับมาเรียนเพราะไปเจอกับอุบัติเหตุด้วยตัวเอง หรือแม้แต่คนใกล้ตัว ก็เริ่มที่จะตระหนักถึงความสำคัญ  ยิ่งถ้าเป็นพวกรุ่นใหญ่บางคนก็มีอีโก้เยอะ  ก็แทบจะไม่มาเรียนเลยก็ว่าได้ แต่ในปัจจุบันนี้ ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ๆที่บิ๊กไบค์ในบ้านเราเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไปพร้อมกับการรณรงค์ในเรื่องของการขับขี่ที่ปลอดภัย บวกกับดารานักแสดงต่างๆ ก็ช่วยกันโปรโมทและให้ความสำคัญกันมากขึ้น คนทั่วไปจึงเริ่มที่จะเรียนรู้การขับขี่บิ๊กไบค์ที่ถูกวิธีจากผู้สอนการขับขี่ที่ถูกต้องและเชี่ยวชาญนั่นเอง……อย่างน้อย ๆ ถ้าคุณเอง คือไบค์เกอร์มือใหม่ ที่อยากจะเป็นผู้ขับขี่ที่ดี ควรจะใส่ใจสักนิดเพื่อความปลอดภัยของตัวเองและคนรอบข้าง…..

bigbike-13

สำหรับการจัดระเบียบบิ๊กไบค์
มีหลายคนถามมาว่า เมื่อไรจะถึงเวลาที่จะต้องมีการจัดระเบียบรถบิ๊กไบค์ที่จริงๆ จังๆ เสียที จากปัญหาของอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้  เกิดจากการที่ผู้ขับขี่เองไม่ได้รับการอบรมให้มีความรู้ในเรื่องของการขับขี่ที่ถูกต้องและเหมาะสมที่เพียงพอต่อการนำไปประยุกต์ใช้ในการขับขี่บนท้องถนนจริง

เอ.พี.ฮอนด้าบูมบิ๊กไบค์ตระกูล 650 ซีรีส์

สำหรับการอบรมในประเทศไทยนั้น ถ้าผู้ที่ต้องการที่จะมีใบอนุญาตในเรื่องของการขับขี่รถจักรยานยนต์  เพียงแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น   ก็สามารถที่จะได้ใบขับขี่รถจักรยานยนต์มา  ซึ่งแตกต่างจากประเทศญี่ปุ่นที่จะมีการเรียนรู้ในเรื่องของการขับขี่  ก่อนทำการลงสอบ ทั้งภาคทฤษฎี 26 ชั่วโมงและการอบรมทักษะการขับขี่รถจักรยานยนต์ที่จะแยกออกไปอีกตามประเภทของซีซีรถ  เช่น ถ้ามีขนาดไม่เกิน 125 ซีซี จะต้องมีการผึกขับขี่ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง  หรือถ้าเป็นรถตั้งแต่ขนาด 125 – 400 ซีซีจะต้องได้รับการฝึกขับขี่อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 19 ชั่วโมง  แต่ถ้าเป็นรถที่มีขนาดตั้งแต่ 400 ซีซี ขึ้นไปจะต้องได้รับการฝึกขับขี่อย่างน้อย 36 ชั่วโมงถึงจะได้รับใบอนุญาตขับขี่รถออกมาได้นั่นเอง….

bigbike-18

ในประเทศไทยนั้น นักวิชาการหลายท่าน เสนอว่า ให้กรมการขนส่งทางบก ปรับปรุงในเรื่องของการออกใบอนุญาตการขับขี่ โดยให้สอดคล้องกับสมรรถนะที่ผู้ขับขี่พึงมี  เพื่อป้องกันความสูญเสียและผลกระทบอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น  โดยเสนอให้มีการแยกใบอนุญาตการขับขี่ออกเป็น 3 ระดับ ประกอบด้วยระดับ A รถจักรยานยนต์ขนาดเล็กที่ไม่เกิน 125 ซีซี ระดับ A1 ให้เป็นรถที่มีขนาดกลางไม่เกิน 400 ซีซี และรถขนาดใหญ่ ที่มีขนาด 400 ซีซีขึ้นไป  โดยในรถดับ A นั้น ควรจะมีการฝึกทักษะการขับขี่และอบรมอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 19 ชั่วโมง  และถ้าเป็นรถที่มากกว่า 125 ซีซี ก็ควรที่จะมีการอบรมเพิ่มจำนวนขึ้นไปตามความเหมาะสม

ขอบขอบคุณภาพประกอบจาก : car250.com, youtube.com, thairpm.com
ขอขอบคุณข้อมูลเบื้องต้นจาก : posttoday.com

d58b1dbc6d8ac28f10171ea1caf00eef.gif
uWoCOa.jpg
Cumge2.gif
CuJzWW.gif
8e49844b91ba44edf53bc3e7924967dd.jpg
sP2wYz.jpg

“บิ๊กไบค์”….ขี่ได้….กับขี่เป็น เส้นแบ่งบางๆ ที่ไม่ควรจะมองข้าม (ตอนที่ 1)

bigbike-01

เนื่องด้วยในปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่า รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ในบ้านเรา มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มว่าจะมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด….และด้วยเหตุนี้ ทำให้ทีมงาน Greatbiker เกิดความห่วงใยกับเพื่อนๆ แฟนๆ ที่กำลังอาจจะเลือกซื้อบิ๊กไบค์สักคัน เพื่อเข้ามาเป็นไบค์เกอร์มือใหม่ เพราะแน่นอนว่า ทุกเสี้ยววินาทีที่คุณเองอยู่บนเบาะรถบิ๊กไบค์ ทุกการขับขี่ถ้าประมาทแม้เพียงเสี้ยววินาที อาจจะนำมาซึ่งชีวิตที่อาจจะไม่คุ้มค่าก็เป็นได้….

ด้วยเครื่องยนต์ที่มีขนาดความจุของซีซีที่ค่อนข้างมากบวกกับเสียงท่อที่ดังกระหึ่ม สร้างความเร้าใจทุกครั้งที่ได้ยิน  ฟิลลิ่งการขับขี่ที่ได้ทุกการบิดคันเร่ง  กับมอเตอร์ไซค์คันโตที่พร้อมจะพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง  ทำเอาผู้ขับขี่ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ หรือมืออาชีพ รับรู้ได้ถึงความเร็วความแรงที่สั่งได้ดังใจ   แต่ในทางตรงกันข้าม สำหรับผู้ที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกับคุณ อาจจะมีความกังวลและอาจจะหวาดกลัว….

มันเป็นเรื่องยากที่จะปฎิเสธได้ว่า ทัศนิคติของคนจำนวนหนึ่งที่มีต่อรถบิ๊กไบค์ในขณะนี้ พบว่า จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า 39% ของอุบัติเหตุผลท้องถนนของรถมอเตอร์ไซค์ แม้ว่าจะไม่ได้มีการจำแนกที่ชัดเจน ตามประเภทของรถแต่อย่างใด ทว่าการขับขี่รถที่มีสมรรถนะความเร็วสูงๆ ย่อมที่จะมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงเพิ่มขึ้นได้ในยามที่รถเกิดการพลิกคว่ำ เฉี่ยวชน หรือประสานงานกันนั่นเอง

A model poses with the Yamaha Super Tenere at the 37th Tokyo Motorcycle Show

จะต้องบอกว่า ไม่น่าเชื่อ ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่แล้วเกิดมาจาก “การขับขี่ที่ไม่เป็น” ล้วนๆ
สาเหตุประกอบที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้นก็คือ การเมา ซ่า บ้าพลัง โชว์พาวเวอร์  มูลเหตุของความตายแทบทั้งสิ้น  ในวันที่กระแสนิยมกำลังมาแรง รถบิ๊กไบค์ถือเป็นหนึ่งในของเล่นที่น่าซื้อมาไว้ครอบครอง  ตลาดการซื้อขายเบ่งบานสุดขีด วัยรุ่น คนหนุ่มคนสาว ตามพากันไปถอยมาขับขี่ และเนื่องจากเครื่องยนต์และรูปโฉมที่สุดเท่ห์เกินจะบรรยาย  เครื่องยนต์ที่แรงสะใจ  หารู้ไหมว่านั่น จะนำมาซึ่งคนจำนวนไม่น้อยที่กลับไม่มีทักษะการขับขี่ ที่ถูกต้องและปลอดภัย ผลที่ตามมาคือปัญหามากมายที่เกิดขึ้นบนท้องถนน

bigbike-06

ทุกวันนี้คนจำนวนไม่น้อยที่เป็นกลุ่มนักขี่หน้าใหม่ๆ ที่เข้ามา คือพวกที่ขับรถยนต์ได้ หรือเป็นแล้ว แล้วเคยขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ขนาดทั่วไป ขนาดเล็ก  ที่ ณ เวลาพอมีกำลังซื้อ เห็นคนที่ขับขี่บิ๊กไบค์ ดูแล้วเท่ห์ ดูแล้วน่าขับขี่น่าสนใจ  บวกกับความคิดที่ว่า ตัวเองขับรถยนต์เป็นอยู่แล้ว ก็น่าจะขับขี่รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ได้ แต่หารู้ไม่ว่า เมื่อเจอรถมอเตอร์ไซค์ที่คันใหญ่กว่า ความเร็วสูงกว่า ถ้าหากเกิดอันตรายขึ้นมา  เพราะความคิดที่ว่า ขับขี่ได้ กับ ขับขี่เป็น มันแตกต่างกันนั่นเอง

“อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทุกวันนี้เกิดจากความเข้าใจของชาวบ้านที่ยังมีความคิดเห็นที่มองว่ารถใหญ่เหมือนรถเล็ก  เมื่อก่อนถ้าเป็นรถเล็ก เห็นไฟจากข้างหลังปุ๊บ เขาจะเลี้ยวได้เลยทันที เพราะนานกว่ารถจะมาถึง แต่เดียวนี้สมรรถนะของรถที่ดีขึ้น ความเร็วสูงขึ้นเป็นสามเท่า  คนที่ขับรถยนต์ที่ยังไม่รู้จักบิ๊กไบค์ดีพอ พอเห็นไฟปุ๊บ  ก็กลายเป็นว่า ไม่กี่วินาทีที่รถจะเข้ามาถึง รู้ตัวอีกทีก็ชนเข้า ตูม !!!!”

สำหรับในวงการบิ๊กไบค์ จะรู้จักกันดีกับ อาจารย์โฮ่  อาจารย์ ชาติชาย แซ่ลิ้ม  จากอดีตผู้ที่เคยเป็นนักแข่งชื่อดัง  ผู้ที่ก่อตั้ง โรงเรียนสอนทักษะสำหรับการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนนตั้งแต่ผู้ที่ต้องการเริ่มต้นไปจนถึงระดับมืออาชีพ  นอกจากนี้อาจารย์โฮ่ยังบอกว่า “ถ้าสำหรับนิยามของคำว่าบิ๊กไบค์  หากเป็นในมุมมองในระดับสากลแล้วมันจะต้องเป็นรถที่มีขนาดเครื่องยนต์ 650 ซีซี ขึ้นไป  แต่ในบ้านเรา  รถที่มีขนาดเครื่องยนต์ที่ 200 ซีซี ด้วยรูปร่างที่ดูใหญ่โต  ก็ถูกเหมารวมไปว่าเป็นรถบิ๊กไบค์  ทำให้เวลาเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้ง ก็จะเหมาไปกันว่า “ไอ่พวกบิ๊กไบค์เอาอีกแล้ว

bigbike-09

“ในวงการสมัยก่อน คนที่จะขับขี่รถบิ๊กไบค์ได้นั้น จะต้องมีกำลังทรัพย์ที่สูงพอตัวเอาเรื่อง  เพราะเป็นรถที่จะต้องมีการนำเข้าจากต่างประเทศ และที่สำคัญต้องซื้อเงินสดเท่านั้น แต่เดียวนี้ในทางกลับกัน มีเงินแค่ ไม่กี่พันบาทก็สามารถที่จะขับขี่มันได้แล้ว  บวกกับค่ายแบรนด์ดังต่างๆ ก็ออกโปรโมชั่นต่างๆ ยั่วใจกันจริงๆ แบบว่าผ่อนกันไปยาวๆ กันได้เลยทีเดียว  และนี่ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาได้ เพราะเด็กบางคนอายุยังไม่ถึง 18 ที่ความคิดความอ่านต่างๆ ยังไม่ถึง ภาวการณ์ตัดสินใจไม่มี คิดเร็วทำเร็ว พ่อแม่บางคนก็อาจจะคิดไม่ถึงกับสิ่งที่ไม่ได้อยากจะให้เกิดขึ้น อย่างเคสหนึ่งที่แม่ซื้อรถฮายาบูสะให้ลูก  ซึ่งมีขนาดความจุที่ 1300 ซีซี ให้กับลูกชายวัยเพียง 16 ปี  ยังไม่ทันจะได้ผ่อนจ่าย  ลูกก็เอาไปซัดท้ายรถเก๋งตายคาที่ไปเสียแล้ว….ที่ยกตัวอย่างไม่ได้มีเจตนาที่จะซ้ำเติมแต่อย่างใด แต่อยากให้ตระหนักถึงความอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้โดยไม่ทันคาดคิดนั่นเอง

bigbike-11

อีกกลุ่มหนึ่งคือพวกที่ชอบสร้างปัญหา  อยากจะแรง  อยากจะหล่อ  ชอบโชว์ความเร็ว ในเวลาที่เจอถนนโล่งๆ จะชอบขับช้าๆ เรื่อย แต่ถ้าพอรถติด กลับชอบขับรถเร็ว  หรือบางคนเวลาไปออกทริปต่างจังหวัดชอบที่จะชัดอย่างเดียว  หรือพวกที่ชอบความคะนอง  ได้รถมาใหม่ๆ แต่ยังไม่ทันจะรู้จักที่จะเรียนรู้รถของตัวเอง เรียกรอบไม่ถูก เบรกไม่เป็น   ชัดบนถนนใหญ่ตั้งตัวไม่ทันพลิกคว่ำตาย ก็มีให้เห็นไม่น้อย หรือพวกที่ชอบประลองความเร็วกัน ต่างค่าย ต่างแบรนด์อยากที่จะวัดกันบนท้องถนน สุดท้ายต่อให้มีเงินมากแค่ไหน ก็ซื้อชีวิตที่มีค่าก่อนหน้านี้กลับมาไม่ได้….

bigbike-07

“ก่อนที่ผมจะสอน….ผมจะบอกเลยว่า สิ่งที่ต้องห้ามสำหรับการขับขี่มอเตอร์ไซค์ที่ห้ามโดยเด็ดขาด  ก็คือ ทะเลาะกับแฟน  ตกงาน กินเหล้า เพราะทุกอย่างที่กล่าวมานี้จะทำให้เราขาดสติทุกครั้งที่อยู่บนรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์นั่นเอง  และทุกครั้งก่อนการขับขี่ เซฟตี้จะมีความสำคัญที่สุด  แม้ว่ามันจะร้อน ก็ต้องทน  แม้ใครจะว่าเราบ้าก็ตาม  เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาและสามารถป้องกันการบาดเจ็บได้เกือบ 100%

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : happykorat.com, naewna.com
ขอขอบคุณข้อมูลเบื้องต้นจาก : posttoday.com

d58b1dbc6d8ac28f10171ea1caf00eef.gif
uWoCOa.jpg
Cumge2.gif
CuGJMl.gif
8e49844b91ba44edf53bc3e7924967dd.jpg
sP2wYz.jpg