ความเคลื่อนไหว Z800 2016

2016-Kawasaki-Z800_CandyPlasmaBlue-640x494
ในที่สุดเราก็ได้ข้อมูลเกี่ยวกับ Z800 รถคันเก่งจากค่ายยักษ์เขียวอย่าง Kawasaki ว่าในปี 2016 จะมีสีใหม่ออกมาเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งทั้งในเวอร์ชั่น ABS และ non ABS นั้นจะมีสีใหม่ทั้งหมดออกมาอยู่ 4 สีด้วยกัน ซึ่งนับได้ว่าเป็นเฉดสีใหม่เลยของซีรี่ย์นี้ ที่จะวางจำหน่ายกันใน ยุโรป, แคนาดา, จีน และไทย จะมีสีอะไรกันบ้างไปชมด้วยกันเลยครับ

2016-Kawasaki-Z800_Flat-Ebony
2016 Kawasaki Z800 สี Flat Ebony

2016-Kawasaki-Z800_Candy-Crimson-Red
2016 Kawasaki Z800 สี Candy Crimson Red

2016-Kawasaki-Z800_CandyPlasmaBlue-640x494
2016 Kawasaki Z800 สี Candy Plasma Blue

2016-Kawasaki-Z800_Pearl-Stardust-White
2016 Kawasaki Z800 สี Pearl Stardust White

โดยทั้ง 4 สีข้างต้นคือสีใหม่ทั้งหมดของ Z800 สำหรับปี 2016 ซึ่งรายละเอียดของเจ้า Z800 ทั้งหมดนั้น เราจะนำเสนอกันในด้านล่างนี้ สำหรับใครที่อาจจะยังไม่รู้จักกับมันลึกซึ้ง เรามีรายละเอียดแบบเต็มๆ มาฝากกันครับ ตามเนื้อหาด้านล่างนี้เลย

 

z-800-03

ก่อนที่จะไปเจาะลึกกันถึงเรื่องของหัวใจที่เป็นกำลังขับเคลื่อนเรามาดูในเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกรวมๆ กันก่อนดีกว่า เจ้า Kawasaki  Z800 คันนี้ดูในแว๊บแรกที่เห็นบอกเลยว่า อยากจะขับขี่มันอารมณ์เหมือนรถที่รอให้ใครสักคนมารีดสมรรถนะมันสักหน่อย  จะได้รูปกันไป ด้วยความโดดเด่นที่พร้อมจะสะกดทุกสายตาให้เหลียวหลังมองตามกัน  แม้เพียงแค่จอดอยู่เฉยๆ  รูปทรงที่ดูแล้วเหมือนรถที่มีมัดกล้ามเนื้อที่แข็งแรง  เริ่มต้นที่ตัวไฟหน้า ที่มีการออกแบบให้ดูดุดัน ด้วยไฟหน้าแฝดสองดวง  ตามแบบฉบับของรถตระกูล Z พร้อมกับไฟท้ายที่ให้มาแบบ LED ที่เมื่อเวลาเบรกแล้วจะแสดงให้เห็นถึงสัญลักษณ์ Z คู่ให้รู้สึกถึงความเป็นรถสปอร์ตที่แท้จริง พร้อมสัญลักษณ์ที่ปักลงตัวเบาะนั่ง ถัดลงมาที่ตัวท่อไอเสีย ก็มีรูปทรงสีเหลี่ยม พร้อมช่องออกแบบท่อคู่ให้ดูดุดัน

z-800-05

เห็นเค้าว่ากันว่า เป็นรถที่มีน้ำหนักมาที่สุดรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว อาจจะเป็นเพราะว่าส่วนใหญ่ของตัวรถผลิตจากเหล็ก  ที่เห็นได้ชัดเจนก็เฟรมตัวถังที่เป็นแบบ Tubular Backbone, High-Tensile Steel (เฟรมท่อเหล็ก Backbone)  ซึ่งถ้าไปเทียบกับตัวพี่ใหญ่อย่าง Kawasaki  Z1000 ที่เลือกใช้เฟรมเป็นแบบอลูมิเนียม  ดูแล้วทำให้มีน้ำหนักเบากว่าถึง 20 กิโลกรัมเลยทีเดียว

z-800-06

มาดูกันต่อที่หน้าจอมาตรวัดต่างๆ ที่ให้มาเป็นแบบ LCD  Digital ซึ่งจะแบ่งแยกจอออกเป็นสามจอต่างๆ อย่างชัดเจน  เริ่มกันที่จอซ้าย จะบ่บอกถึงอุณหภูมิของเครื่องยนต์  นาฬิกา Odometer ส่วนจอกลางจะบ่บอกข้อมูลเกี่ยวกับความเร็วของรอบเครื่องยนต์ ที่ออกแบบได้อย่างดูมีสไตล์  จะเป็นลักษณ์ของสเกลแนวตั้ง ส่วนจอด้านขวานั้นจะบอกให้ทราบถึงข้อมูลเกี่ยวกับ อัตราการสิ้นเปลือง ค่าของน้ำมันในถัง นอกจากนี้ยังมีระบบไฟที่จะแสดงเป็นโหมด Eco พร้อมระบบกุญแจแบบ Immobilizer เพื่อความปลอดภัยในระดับหนึ่ง

z-800-08

มาดูกันต่อที่ตัวหัวใจและระบบต่างๆ ภายในของเจ้าKawasaki  Z800
สำหรับหัวใจที่เป็นขุมกำลังบล็อกเครื่องยนต์ แบบ 4 สูบเรียง ด้วยความจุ 806 ซีซี DOHC 16 วาล์วที่ระบายความร้อนด้วยน้ำ รูปทรงปราดเปรียว โดดเด่นตั้งแต่หน้าจรดท้ายไสตล์ สปอร์ต และดุดัน ตามสไตล์ตระกูล Z รีดกำลังแรงม้าสูงสุดสุทธิอยู่ที่ 113 ตัวที่10200rpm  และแรงบิด 83Nm  ที่ 8000rpm จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีด ระบายความร้อนด้วยน้ำ ถังน้ำมันขนาดใหญ่จุได้กว่า 17 ลิตร ขับทางไกลได้สบายๆ

z-800-09

Kawasaki  Z800 คันนี้จัดสเปคยางที่มีขนาดไซส์ ล้อหน้ารัดด้วยยางขนาด 120/70/R17   และล้อด้านหลังรัดด้วยยางขนาด  180/55/R17 ส่วนมิติตัวรถ ดูคราวๆ ด้วยตาเปล่าแล้ว ดูเหมือนจะเตี้ย ควบคุมได้ง่าย แต่จริงๆ แล้ว มันมีความกว้างของตัวรถอยู่ที่  800 mm  ความสูงอยู่ที่ 1050 mm และความยาวของตัวรถอยู่ที่ 2100 mm และมีความสูงของตัวเบาะอยู่ที่ 834 mm

z-800-10

สำหรับระบบกันสะเทือนและการควบคุมแฮนด์และโช้คอัพคู่หน้าที่ให้มา เป็นแบบหัวกลับ(Upsidedown)ที่มีขนาดแกน 41mmจากค่าย KYB สามารถหน้าปรับ Preload และ Rebound ได้     โช้คอัพหลังเดี่ยวเป็นแบบแก๊ส  Uni-Trak  ปรับ Preload และ Rebound ได้จากค่าย KYB เช่นกัน พร้อมสามารถที่จะปรับความสมดุลในด้านน้ำหนัก ทั้ง ฝั่งซ้าย และขวา     พูดถึงการดูดซับแรง  ทำให้ได้ฟิวลิ่งการขับขี่ที่ดีและนุ่มนวลตามสไตล์โช้คอัพแบบหัวกลับ    การเซ็ตช่วงล่างออกมาแบบเดิมๆ จากโรงงาน ทำให้ขับขี่ได้อย่างสบายๆ

z-800-11

สรุปแล้ว ถ้ามองโดยภาพรวมๆ แล้ว ถือว่าเจ้า Kawasaki  Z800 สามารถ ที่จะตอบโจทย์สำหรับใครก็ตามที่อยากจะลองมาเล่นรถสไตล์สปอร์ต เนกเกตไบค์ ไซส์กลางๆ แต่ยังคงได้ความแรงและความดุดันไม่น้อย สนนราคาค่าตัวอยู่ที่ 375,000 บาท ถือว่าเป็นราคาที่พอจะหยิบจะเอื้อมกันมาเป็นเจ้าของได้อย่างสบายๆ สำหรับสกุ๊ปหน้า ทางทีมงาน Greatbiker จะมารีวิวเกียวกับการขับขี่และฟิวริ่งที่ได้รับจากเจ้า Kawasaki  Z800 กันสักหน่อย ยังไงฝากเพื่อนๆ และแฟนติดตามเราต่อไปด้วยนะครับ…. (สามารถอ่านรีวิวในการขับขี่ได้ที่นี่)

z-800-12

รายละเอียดสเปคKawasaki  Z800
เครื่องยนต์         4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ปริมาตรกระบอกสูบ        806 cc.
ระบบวาล์ว         DOHC 16 วาล์ว
ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 71.0 มม.x 50.9 มม.
อัตราส่วนการอัด 11.9:1
ระบบเกียร์         6 เกียร์
ระบบจุดระเบิด   ดิจิตอล
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง          ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบหัวฉีด
ระบบสตาร์ท      ไฟฟ้า
ระบบคลัช          แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน
ขนาดยางหน้า    120/70ZR17M/C (58W)
ขนาดยางหลัง    180/55ZR17M/C (73W)
โช้คอัพหน้า        โช้คหน้าหัวกลับ 41 มม. ปรับ preload และ rebound ได้
โช้คอัพหลัง        โช้คหลังแก๊ส Uni-Trak ปรับ preload และ rebound ได้
เบรคหน้า           ดิสก์คู่ขนาด 310 มม. ปั้มเบรก 4 ลูกสูบ
เบรคหลัง           ดิสก์เดี่ยว 250 มม. ปั้มเบรก 1 ลูกสูบ
ยาว x กว้าง x สูง 2,100 mm.x800 mm.x1,050 mm.
ระยะฐานล้อ       1,445 mm.
ความสูงใต้ท้องรถ           150 mm.
ความสูงเบาะ      834 mm.
น้ำหนักรถ         229 kg.
ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง  17 ลิตร

CREDIT ขอบคุณภาพจาก motomalaya.net, bestcars.uol.com.br

ติดตามข่าวบิ๊กไบค์ล่าสุด 2016 คลิกที่นี่เลย

e3c5f26071a692f52c0a0ae44a03ec71.gif
61f7e84b669fe7c4b85f2d6a740ffaa8.gif
a5033c0952508ef29648d510d1a24ad6.gif