Upside Down ใน All New Kawasaki Ninja 250 ไม้เด็ดที่ทางค่ายต้องงัดมาต่อกรคู่แข่ง

2018-Kawasaki-Ninja-250-rendering-Young-Machine-side-profile

กลายเป็นเทรนด์สำหรับมอเตอร์ไซค์ในแถบเอเชียไปแล้วสำหรับการใส่ระบบกันสะเทือนด้านหน้าที่จะต้องเป็นแบบ USD หรือแบบหัวกลับ ซึ่งดูเหมือนว่าโช้คอัพหน้าแบบหัวกลับนี้ได้รับความนิยมในหมู่ไบค์เกอร์และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการเลือกซื้อรถของคนในเจนท์นี้อย่างเห็นได้ชัด

หากจะพูดถึงเทรนด์ของรถมอเตอร์ไซค์ที่เราไล่เรียงกันมาตั้งแต่เครื่องยนต์ 2 จังหวะเปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ ระบบเบรกที่พัฒนาจากระบบดัมป์เบรกมาสู่ระบบดีสก์เบรกและมีระบบ ABS เข้ามามีส่วนช่วยเหลือผู้ขับขี่ หน้าจอแสดงผลที่แต่เดิมนั้นเป็นอนาล็อกและปรับเปลี่ยนมาเป็นกึ่งดิจิตอลกึ่งอนาล็อก และปัจจุบันที่เป็นแบบดิจิตอลเต็มรูปแบบและยังสามารถแยกออกเป็น Full LCD หรือแบบ TFT ได้อีก ทั้งหมดนี้ดูเหมือนจะเป็นเทรนด์ที่ค่อยๆ จะเข้ามาเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการเลือกสรรรถมอเตอร์ไซค์คันใหม่ของใครๆหลายๆ คน

เช่นเดียวกับเทรนด์ที่กำลังมาแรงมากในขณะนี้นั้นก็คือโช็คอัพคู่หน้าแบบ USD หรือ Up sidedown  หรือที่เราๆ เรียกในภาษาไทยว่าโช้คอัพหัวกลับ ที่ส่วนมากเราได้เห็นในรถสปอร์ตรุ่นใหญ่ๆ และการเปิดตัว Honda CBR 250RR ที่ใช้โช้คอัพที่เหมาะสมกับแนวทางของมันนั้นก็เห็นจะเป็นจุดเริ่มของเทรนด์ที่เข้ามาแทนที่ Telescopic  แบบธรรมดาสามัญและมันเหมือนจะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของรถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตในปัจจุบัน

โดยโมเดลใหม่ๆ ที่กำละงจะเตรียมตัววางตลาดในปัจจุบันนี้อาจจะต้องกลับมาวางแผนการใหม่กันเกือบหมด ซึ่งก็รวมไปถึง Kawasaki Ninja250 โมเดลใหม่ที่กำลังมีข่าวลือออกมาหลากหลายทิศทางถึงรูปแบบที่ได้รับการพัฒนาและรูปแบบของตัวรถที่จะได้รับการเปลี่ยนแปลง โดยช่วงระยะเวลาเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมานั้นมีทั้งข่าวลือและภาพเรนเดอร์จากคอมพิวเตอร์ที่แสดงบางส่วนของเจ้า Ninja 250 ตัวใหม่ที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากทางค่ายว่ารูปแบบนี้จะเป็นรูปแบบที่แท้จริงขนาดไหน

โดยรูปเรนเดอร์ที่ออกมานั้นก็มีโช้คอัพคู่หน้า USD ที่เป็นเทรนด์จามสมัยนิยมอยู่ ซึ่งเมื่อเรามองดูแล้วก็อดคิดไม่ได้เลยว่านี่จะเป็นครั้งแรกของทางค่ายที่ได้เอา USD มาใส่ในรถสปอร์ตพิกัด 250 ซีซี หากเราจะมองดูรถในคลาสเดียวกันของทางค่ายที่ใช้โช้คอัพในรูปแบบนี้ก็จะมี Kawasaki KLX250 และ Kawasaki D-Tracker 250 ซึ่งมันเป็นรถ Dual Sport ซึ่งระบบกันสะเทือนรูปแบบนี้มันก็เหมาะสมกับแนวทางของรถเป็นอย่างดี แต่ใน Kawasaki Z250 และ 300 นั้นยังคงเป็นแบบ Telescopic ปกติอยู่ ซึ่งหากทางค่ายได้ตัดสินใจใส่ USD เข้าไปใน Ninja 250 คันใหม่นั้นก็อาจจะเป็นอีกมิติใหม่ของรถสปอร์ตเอนทรีคลาสในตลาดเป็นอย่างมาก

แน่นอนว่าหากทางค่ายได้ตัดสินใจใส่ระบบกันสะเทือนหน้าที่เป็นไปตามสมัยนิยมอย่าง USD นั้น ราคาค่าตัวของ Kawasaki Ninja 250 โมเดลใหม่นั้นราคาของมันก็จะถีบตัวสูงขึ้นตาม และยิ่งหากใส่ Ride –by-wire หรือคันเร่งไฟฟ้า และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่เข้าไปก็ยิ่งจะทำให้ราคาทวีมูลค่าขึ้นไปอีก และการทำตลาดที่ทาง Kawasaki เคยทำมานั้นจะต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีใหม่ แต่อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าเป็นสิ่งที่ทางค่ายจะต้องทำและปรับตัวตามกระแสนิยมในปัจจุบันนี้ เชื่อว่าสุดท้ายแล้วถ้า All New Ninja 250 คลอดออกมาพร้อมออพชั่นที่ครบครันอย่างนี้ แม้ว่าราคาจะถีบตัวแพงไปกว่าเดิม แต่แฟนๆ ค่ายยักษ์เขียวก็น่าจะให้การตอบรับเป็นอย่างดีเช่นที่ผ่านๆ มา

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก  www.kawasaki.co.th
ขอบคุณรูปภาพจาก www.motoblast.org

e3c5f26071a692f52c0a0ae44a03ec71.gif
61f7e84b669fe7c4b85f2d6a740ffaa8.gif
9fdb34d78411a1f683018bb7045f672d.gif