MV Agusta จัดกระบวนทัพใหม่สำหรับโมเดลปี 2019

001

หลังจากการรวบรวมข่าวของ MV Agusta กับค่ายมอเตอร์ไซค์ชื่อดังในอดีตอย่าง Cagiva เพื่อการผลิตโมเดลรถมอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้า ได้เผยแพร่ออกมานั้น ก็มีหลายข่าวลือที่นำเสนอออกมาในทิศทางเดียวกัน เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมของ MV สำหรับการนำเสนอรถโมเดลใหม่สำหรับปี 2019


Giovanni Castiglioni ซีอีโอของ MV Agusta

จากการนำทัพของ CEO คนเก่งอย่าง Giovanni Castiglioni ที่สร้างวิสัยทัศน์ใหม่ให้กับแบรนด์มอเตอร์ไซค์แฮนด์คราฟท์อย่าง MV Agusta ที่ปี 2018 นี้จะมีการนำเสนอเครื่องยนต์บล็อกใหม่ขนาด 1,000 ซีซี ที่แตกต่างออกไปเท่าที่ค่ายรถจากประเทศอิตาลีเคยมีมา และนอกเหนือจากการนำเสนอโมเดลใหม่กับเครื่องยนต์ใหม่แล้วทางค่ายก็เตรียมความพร้อมที่จะนำเสนอแนวคิดที่แตกต่างบนรถมอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้าอีกด้วย

ทางค่าย MV Agusta จะมีการนำเสนอ F4 ตัวสุดท้าย ที่จะเดินตามรอยของแบรนด์มอเตอร์ไซค์ร่วมชาติ อย่าง Ducati ที่ได้ทำการเปิดตัวเจ้า 1290 Panigale R Final Edotion ไป ก่อนที่จะเปิดศักราชใหม่ด้วยเครื่องยนต์แบบ V4 ซึ่งได้ผลการตอบรับที่ยอดเยี่ยมกลับมา โดยทาง MV Agusta เองก็คาดหวังกับการส่งท้ายของเจ้า F4 อยู่ไม่น้อย หลังจากที่ปล่อยเจ้า F4 ออกมาอาละวาดบนโลกมอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่ปี 2006 และกวาดความสำเร็จในรายการ WSBK มาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับโมเดลที่คาดว่าจะมาแทนที่เจ้า MV Agusta F4 ก็คือ MV Agusta Brutale รุ่นใหม่ หลายจากที่ทางค่ายได้เปิดตัวเจ้า Brutale 800RR และมีการออกมาแถลงของซีอีโอของค่าย ที่จะนำเสนอรายละเอียดของเครื่องยนต์รูปแบบใหม่ที่จะใช้ผลจากการพัฒนารถแข่งในรายการ WSBK มาเป็นข้อมูลหลักในการพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่ขนาด 1 ลิตรในครั้งนี้

และยังมีข่าวออกมาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการเตรียมนำเสนอรถมอเตอร์ไซค์รูปแบบใหม่ที่ทาง MV Agusta ห่างหายจากการผลิตมาอย่างยาวนานอย่าง Café Racer ซึ่งงข่าวลือก็บ่งชี้ว่าโมเดลนี้จะมีความพร้อมในการเปิดตัวอย่างช้าที่สุดในปี 2020 หรือในอีก 2 ปี ข้างหน้า ซึ่งเรื่องนี้เอง Giovanni Castiglioni ก็ได้ออกมายืนยันแล้วว่าทางค่ายกำลังพัฒนาโมเดลนี้อยู่จริง โดยจะนำเอาแนวทางของรถมอเตอร์ไซค์ Café Racer ที่กำลังเป็นที่นิยมทั้งในตลาดเอเชียและยุโรปมาเป็นแกนหลัก โดยจะเติมความเป็นอิตาเลี่ยนและความทันสมัยเข้าไปให้ออกมาในแนวทางของ Neo Café

สำหรับเรื่องนี้ถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการมอเตอร์ไซค์ไปซะทีเดียว หากค่ายมอเตอร์ไซค์สักค่ายจะยอมฉีกแนวทางที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่ยังคงกลิ่นอายของความมีตัวตนอยู่ในชิ้นงานนั้นๆ ซึ่งหากเราพิจารณากันอย่างละเอียดแล้วจะพบว่า มันมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย หากทางค่ายจะยังยึดติดอยู่กับแนวทางเดิมที่ตัวเองเคยประสบความสำเร็จ ทางค่ายก็จะไม่มีพัฒนาการที่จะต่อสู้กับคู่แข่งในท้องตลาดได้เลย สำหรับแฟนๆ ของ MV Agusta ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดกันต่อไปครับ ว่าแนวทางนี้จะถูกใจแฟนบอยของค่ายมากน้อยเพียงใด

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก  rideapart.com

BqfGdE.jpg