Husqvarna เปิดราคาอย่างเป็นทางการของ Vitpilen 401/701 และ Svantpilen 401

00000hu

หลังจากให้เหล่าไบค์เกอร์รอคอยกันมาอย่างยาวนานกับ สามโมเดล Street Bike รุ่นแรกของค่าย Hiaqvarna แบรนด์มอเตอร์ไซค์สัญชาติสวีดิช ที่ปลุกปั่นกระแสตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน

ย้อนหลังกลับไปในงาน Eicma Show ที่ประเทศอิตาลี Husqvarna ค่ายรถมอเตอร์ไซค์วิบากและ Dual Propose จากประเทศสวีเดน ได้เปิดตัวเจ้า Vitpilen และ Savartpilen สองโมเดลในรูปแบบ Street Bike ที่นับว่าเป็นครั้งแรกของทางค่ายที่หันมาจับงานรถมอเตอร์ไซค์ทางเรียบบ้าง ซึ่งกระแสตอบรับก็เรียกได้ว่าล้นหลามด้วยรูปแบบการดีไซน์ที่โดดเด่นกว่าใครในยุคนั้น โดยได้อิงจากรถมอเตอร์ไซค์ Café Racer และ Dirt Tracker ที่ในช่วงปีนั้นยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากเท่าในปัจจุบัน


Husqvarna Vitpilen 401

ล่าสุดทางค่าย Husky ก็ได้ปล่อยในส่วนของราคาค่าตัวอย่างเป็นทางการของเจ้าสองโมเดลนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเจ้า Vitpilen 401 นั้นจะมาในรูปแบบของรถมอเตอร์ไซค์ Naked Street Bike ที่มีกลิ่นอายของ Café Racer แฝงอยู่ ด้วยขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาด 373 ซีซี 1 ลูกสูบ 4 จังหวะ บล็อกเดียวกับที่อยู่ในเจ้า KTM Duke 390 และ KTM RC390 นอกเหนือจากเครื่องยนต์แล้วเจ้า Vitpilen 401 ก็ยังได้ใช้โครงสร้างหลักเดียวกับ Duke และ RC390 อีกด้วย โดยราคาค่าตัวของเจ้า Huavarna Vitpilen 401 จะอยู่ที่ 5,299 USD หรือประมาณ 190,000 บาท


Huaqvarna Savartpilen 401

ส่วนของ Husqvarna Savartpilen 401 นั้นมาในรูปแบบของ Street Naked Bike ด้วยแฮนด์บาร์ยกสูง ขุมกำลังเครื่องยนต์และโครงสร้างนั้นเป็นแบบเดียวกับ Vitpilen 401 ซึ่งยังคงเรื่องของระบบขับเคลื่อน ช่วงล่าง ระบบเบรก ABS ไว้เหมือนกันอย่างครบถ้วน และราคาของเจ้า Savartpilen 401 นั้นถูกตั้งไว้ที่ 6,299 USD กันกับ Vitpilen 401 นั่นเอง


Husqvarna Vitpilen 701

มาถึงรุ่นสุดท้าย Husqvarna Vitpilen 701 รุ่นใหญ่สุดของตระกูลด้วยเครื่องยนต์ขนาด 692.7 ซีซี 1 ลูกสูบ 4 จังหวะ เครื่องยนต์บล็อกเดียวกับ Huaqvarna 701 Supermoto อีกหนึ่งโมเดลยอดนิยมของค่าย โดยได้เพิ่มเติมในส่วนของระบบเบรก ABS ระบบคันเร่งไฟฟ้า Ride-By-Wire และติดตั้งระบบ Slipper Clutch มาให้พร้อมใช้งาน โดยวางราคาไว้ที่ 11,999 USD หรือประมาณ 318,500 บาท

สำหรับโมเล Street Bike ทั้งสามรุ่นจากค่าย Husqvarna นั้นมีโอกาสที่จะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างแน่นอน แต่อยู่ที่การวางราคาที่อาจจะมีการวางไว้สูงกว่านี้ เพราะจะเป็นการนำเข้ามาทั้งคัน โดยที่ไม่มีโรงงานประกอบในประเทศไทยหรือในอาเซียน ซึ่งหากทาง Huaqvarna หรือค่ายพาร์ทเนอร์อย่าง KTM อนุญาติให้ตั้งโรงงานและทำการประกอบเจ้าสามโมเดลนี้เชื่อได้ว่ามันน่าจะไปได้ดีในตลาดเอเชียอย่างแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก rideapart.com

BR6f9D.gif
BXlnqR.gif
BqfGdE.jpg