AHM Honda เปิดตัว CRF150L Black

CRF150-L-Black-1

ครบรอบ 1 ปีเป็นที่เรียบร้อยสำหรับโมเดลสายวิบากรุ่นเล็ก Honda CRF150L โดยทาง AHM Honda ผู้ผลิตก็ได้ปล่อยสีสันใหม่ออกมาเสริมทัพอย่างเป็นทางการ ด้วยสีดำที่ทำให้เจ้า Dual Propose คลาสเล็กดูดุดันมากขึ้นกว่าเดิม

ย้อนกลับไปในปี 2017 ที่ผ่าน AHM  หรือ Astra Honda Motor ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ Honda ในประเทศอินโดนิเชียได้เปิดตัวเจ้า Honda CRF150L รถมอเตอร์ไซค์ในแนวทาง Dual Propose คลาส 150 เป็นครั้งแรก ทันทีที่เจ้า CRF150L ลงสู่ตลาดนั้นก็สร้างปรากฏการณ์ในด้านยอดขายในตลาดอินโดนิเชียทันที หลังจากที่มีเพียง Kawasaki KLX 150 เป็นผู้ผูกขาดตลาดในรถมอเตอร์ไซค์แนวนี้ ซึ่งการมาของเจ้า CRF150L ในครั้งนั้นเป็นการเขย่าบัลลังก์ ของเจ้าตลาดอย่างแท้จริง

โดยเจ้า Honda CRF150L จะมาพร้อมกับขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาด 149.15 ซีซี 1 ลูกสูบ 4 จังหวะ สามารถสร้างแรงม้าสูงสุดได้ 12.91 PS ที่ 8,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 12.43 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที โดดเด่นด้วยเรื่องของอัตราบริโภคน้ำมันเฉลี่ยที่ 39 กิโลเมตรต่อลิตร ด้วยระบบหัวฉีด PGM-Fi ที่เป็นเอกลักษณ์ของรถมอเตอร์ไซค์ Honda อีกทั้งยังเสริมสมรรถนะในการตะลุยทางวิบากด้วยระบบกันสะเทือนหน้าแบบหัวกลับ Upside-Down ขนาด 37 มิลลิเมตรสีทองสะดุดตา พร้อมด้วยวงล้อแบบซี่ลวดขนาด 21 นิ้ว และ 18 นิ้วตามแนวทางของรถ Off-Road ที่ชัดเจน

โดยเจ้า 2019 Honda CRF150L นั้นจะมีสีสันใหม่เข้ามาเสริมทัพด้วยสีดำ Extreme Black ที่จะมาเสริมภาพลักษณ์ของเจ้าตัวเล็กให้ดูดุดันมากขึ้น โดยจะยังอ้างอิงเครื่องยนต์และโครงสร้างพื้นฐานทุกอย่างเหมือนกับโมเดลในปี 2017 โดยเฉพาะเรื่องของโครงสร้าง Double Cradle ที่เสริมให้เจ้า CRF150L นั้นมีความแข็งแรงทนทาน และมีน้ำหนักตัวที่เบาเพียง 122 กิโลกรัมเท่านั้น โดยจะยังคงมีสีเดิมอย่าง Extreme Red เป็นสียืนพื้นวางจำหน่ายควบคู่กันไปด้วย

สำหรับ 2019 Honda CRF150L นั้นจะมีราคาจำหน่ายในประเทศอินโดนิเชียที่ 32,600,000 RP หรือประมาณ 71,000 บาท มาถึงตรงนี้เพื่อนๆ ที่เป็นสายวิบากคงอยากจะให้ AP.Honda ประเทศไทยนำเข้าเจ้า CRF150L มาทำตลาดในประเทศไทยบ้าง ซึ่งทางเรา GreatBiker มองว่ามีความเป็นไปได้ที่ค่อนข้างน้อยเลยทีเดียว เพราะเดิมทีแล้ว AP.Honda ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ของ Honda ในประเทศไทย ไม่ค่อยนิยมที่จะนำเข้าจากรถของฝั่งอินโดนิเชียมาขายในบ้านเราเท่าไหร่นัก ด้วยฐานการผลิตที่เรียกได้ว่ามีศักยภาพที่เหนือกว่า โดยดูจากการที่เมืองไทยถูกเลือกให้เป็นฐานการผลิตรถ BigBike ของทางค่ายแล้วส่งออกไปยังทั่วโลก ดังนั้นแล้วหากจะลุ้นให้มีการนำเข้ามาวางจำหน่าย สู้มาลุ้นให้ทาง AP.Honda ผลิตโมเดล Dual Propose คลาสนี้ขึ้นมาเองยังจะง่ายกว่าอีกครับ

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก tmcblog.com

faLdVZ.gif
faL7SI.gif
fP0tnR.jpg
fP01d0.jpg
k7nqHE.gif
k7rdJe.gif
kugwcP.jpg