3 รถมอเตอร์ไซค์ที่ถือว่าเป็นความผิดพลาดแห่งยุค 1990-2000

ducati999-770x433

หากเรามองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ของโลกมอเตอร์ไซค์เราจะได้เห็นถึงความสำเร็จของบรรดาค่ายรถต่างๆ และสิ่งหนึ่งที่เราได้เห็นกันมาตลอดควบคู่กับความสำเร็จก็คือเรื่องที่ทำให้พวกเราผิดหวัง เหนือความคาดหมาย และรู้สึกแปลกใจในสิ่งที่ค่ายผู้ผลิตกำลังพยายามที่จะบอกอะไรกับเรา ซึ่งบางครั้งการส่งสารจากค่ายถึงผู้บริโภคเกิดความคลาดเคลื่อน จนส่งผลให้นวัตกรรมบางอย่างที่ค่ายผู้ผลิตต้องการนำเสนอไม่ประสบความสำเร็จ วันนี้ทางทีมงาน GreatBiker จะพาเพื่อนๆ ไปเรียนรู้ความผิดพลาดเหล่านั้นผ่าน 3 โมเดลจาก 3 ค่ายผู้ผลิต ตั้งแต่ปี 1990 จนถึงยุค 2000 กันครับ

ผิดพลาดด้านนวัตกรรม 1997 Bimota V-Due 500 

NLpdSn.jpg

Bimota ค่ายผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์จากประเทศอิตาลีกับการนำเสนอนวัตกรรมที่เหนือชั้นจากสนามแข่งขัน โดยในยุค 90 ตอนปลายนั้นเป็นยุคเปลี่ยนถ่ายจากเครื่องยนต์ 2 จังหวะไปเป็นแบบ 4 จังหวะ ซึ่งทาง Bimota พยายามจะเอาข้อดีของเครื่องยนต์แบบ 2 จังหวะที่มีพละกำลังแรงม้าที่สูงในขนาดของเครื่องยนต์ที่ไม่ใหญ่นัก โดยทาง Bimota ได้นำเอานวัตกรรมของระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบหัวฉีดอีเล็กทรอนิกส์มาใช้ในเครื่องยนต์แบบ 2 จังหวะ กับเครื่องยนต์ขนาด 500 ซีซี 2 ลูกสูบ V-twin 90 องศา 2 จังหวะ และผลิตในแบบ Limited Edition เพียง 300 คันเท่านั้น ซึ่งก็ดูจะเป็นเรื่องที่ดี แต่มันกลับกลายเป็นหายนะของโมเดลนี้ เพราะตัวเครื่องยนต์กลับมีปัญหากับระบบจ่ายน้ำมันเป็นอย่างมาก เครื่องมีอาการสำลัก พละกำลังที่ได้ไม่มีความราบรื่น มีอาการสะอึก รวมไปถึงการออกแบบถังน้ำมันที่มีขนาดที่ใหญ่เทอะทะ ทำให้เจ้า V-due 500 คันนี้มีขนาดที่ใหญ่โตกว่ารถสองจังหวะ 500 ซีซี โมเดลอื่นๆ ความคล่องตัวน้อย เรียกได้ว่าเป็นเจ้าในสนามการแข่งขันเลยก็ว่าได้ และสุดท้ายก็คือเรื่องของราคาที่ถูกตั้งค่าตัวไว้สูงลิบราวๆ 20,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งในปี 1997 ถือว่าเป็นโมเดลที่แพงมากๆ โดยบรรดาผู้ที่ซื้อเจ้าโมเดลพิเศษนี้ไปต่างบ่นกันเป็นเสียงเดียวและร้องเรียนไปยังทางผู้ผลิต ซึ่งผู้ผลิตเองก็ยอมรับในความผิดพลาดนี้และได้เสนอเจ้า Bimota SB6R และเงินส่วนต่างเพื่อเป็นการขอโทษต่อบรรดาผู้ซื้อ แต่ผู้ซื้อส่วนใหญ่กลับเรียกร้องที่จะขอเงินเต็มจำนวนคืนทั้งหมด เรียกได้ว่าจุดนี้อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการล่มสลายของค่าย Bimota ก็ว่าได้

NLp0ig.jpg
1997 Bimota SB6R

ผืดพลาดเรื่องข้อกฏหมาย 2000 Norton Nemesis

NLp7uW.jpg

ในช่วงปลายยุค 90 ต้น 2000 Norton ค่ายรถมอเตอร์ไซค์สัญชาติผู้ดีอังกฤษประสบกับปัญหาเรื่องของผู้จัดจำหน่าย และปัญหานี้ถือได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่มาก และท้ายที่สุดผู้ผลิตตัดสินใจที่จะยกเลิก Dealer ทั้งหมดของตัวเองและดึงเอาโมเดลต่างๆ จาก Dealer มาเป็นผู้จัดจำหน่ายเอง และเริ่มต้นตั้งแบรนด์ให้เป็นแบรนด์ระดับพรีเมี่ยม และในปี 2000 Norton ได้ประเดิมโมเดลแรกในฐานะของผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวกับเจ้า Norton Nemesis รถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตฟูลแฟร์ริ่งคันแรกของค่าย ด้วยขุมกำลังเครื่องยนต์แบบ V8 1,497 ซีซี ให้แรงม้าสูงสุดถึง 235 แรงม้าและสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ทะลุ 362 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แถมยังใส่ระบบ Semi-Automatic Gear Box มาให้ผู้ขับขี่ได้เล่นสนุกกัน รวมไปถึงระบบเบรกใหม่แบบ Rim-Mounted ที่แปลกแหวกแนวมากๆในท้องตลาด ซึ่งในจังหวะที่ Norton ได้ทำการเปิดตัวเจ้า Nemesis คันนี้เป็นจังหวะที่ทางค่ายกำลังทำการฟ้องร้องกับ Melling หนึ่งในหุ้นส่วนของค่ายที่มีส่วนในการพัฒนาโมเดลนี้จึงส่งผลอย่างรุนแรงต่อรูปคดี และทำให้โมเดลนี้กลายเป็นโมเดลที่เรียกได้ว่าถูกผลิตออกมาในจำนวนที่น้อยมากๆหากนับจากเอกสารการยื่นจดทะเบียนที่ถูกต้องในประเทศอังกฤษและทั่ว UK เราจะพบเจ้า Norton Nemesis เพียง 8 คันเท่านั้นนับตั้งแต่ปี 2000 ที่เปิดตัวจนถึงปัจจุบัน แต่สิ่งที่เรียกได้ว่าในความล้มเหลวยังมีความสำเร็จซ่อนอยู่ เพราะในปัจจุบันนี้มีมหาเศรษฐีนักสะสมพยายามตามหาเจ้า Nemesis คันนี้และวางค่าหัวของมันไว้สูงถึง 75,000 เหรียญสหรัฐ หรือราวๆ 2,510,000 บาทเลยทีเดียว

NLpSI2.jpg
2016 Norton V4-RR

ผิดพลาดเรื่องการออกแบบ 2003 Ducati 999

NLpzw1.jpg

ความสำเร็จของ Ducati 916 ในปี 1994-1998 เรียกได้ว่าเป็นปรากฎการณ์สีแดงครองเมืองอย่างแท้จริง ด้วยรูปลักษณ์ที่เรียกได้ว่ามีความเป็นสปอร์ตที่สูง โครงสร้างใหม่แบบคานใต้ที่นั่งที่สร้างเป็นมาตรฐานของรถมอเตอร์ไซค์ตั้งแต่ยุคนั้นมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้แฟนบอยของ Ducati ตั้งหน้าตั้งตารอคอยการมาของโมเดลใหม่แกะกล่องอย่างเจ้า Ducati 999 เป็นอย่างมาก และแล้วในการเปิดตัวครั้งแรกของมันในปี 2003 กลับสร้างกระแสในด้านลบเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยบรรดาสื่อสำนักต่างๆรวมถึงนักวิจารณ์ศิลปะรุมสวดยับ ด้วยรูปร่างที่อ้วนกลม ไม่ปราดเปรียว และไม่มีความเป็นเอกลักษณ์ของรถ Ducati หลงเหลือไว้เลย สวนทางกลับประสิทธิภาพเครื่องยนต์ขนาด 999 ซีซี 2 ลูกสูบ L –Twin ที่สร้างแรงม้าได้สูงถึง 145 แรงม้าและกวาดแชมป์จากรายการ WSBK ได้แทบจะทุกสนาม ซึ่งทางผู้ผลิตเองก็เห็นแววความย่อยยับของโมเดลนี้อยู่ไม่น้อยจึงได้เข็นโมเดล Ducati 1098 ในปี 2007 ซึ่งเหมือนเป็นการกลับไปยังรากฐานเดิมของ Ducati 916 และมันประสบความสำเร็จอย่างล้อหลามกอบกู้ศรัทธาที่มีของแฟนๆ Ducati คืนมาได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว

NLp4oy.jpg
2007 Ducati 1098

3 โมเดลนี้อาจจะไม่ใช่โมเดลที่เราคนไทยคุ้นเคยมากมายนัก แต่ทั้ง 3 โมเดล เป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์รถมอเตอร์ไซค์ที่สร้างบรรทัดฐานใหม่ๆให้กับวงการอย่างแท้จริง โดยทั้ง 3 โมเดลนี้นับว่าเป็นกรณีศึกษาที่มีค่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์โลกมอเตอร์ไซค์เลยก็ว่าได้

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก rideapart.com

BR6f9D.gif
BqfGdE.jpg