10 นวัตกรรมที่ดูดีแต่ไม่ค่อยมีประโยชน์ของรถมอเตอร์ไซค์

bmw-apollo

นวัตกรรม ถือว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เสมอๆ เช่นเดียวกับนวัตกรรมของโลกมอเตอร์ไซค์ที่มีมีการหยุดพัฒนา ทั้งจากทางค่ายหลัก และการพัฒนาของทีมอิสระมากมาย เพื่อให้ได้นวัตกรรมที่สุดยอด ตอบโจทย์ผู้ใช้งานในปัจจุบัน และเราทีมงาน GreatBiker จะขอพาเพื่อนๆไปดู 10 สุดยอดนวัตกรรมไรที่ดูเหมือนจะดีแต่ไม่ค่อยสร้างประโยชน์ของโลกมอเตอร์ไซค์กันครับ

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, รถมอเตอร์ไซค์ และสถานที่กลางแจ้ง

10.ระบบ Self-cancelling indicators
ในการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ คุณเคยประสบปัญหาลืมปิดไฟเลี้ยวหรือไม่ มันอาจจะกลายเป็นประเด็นหลักที่ทำให้ผู้คนที่ขับขี่ตามหลังเรามานั้นสับสน และงง กับการกระทำของเรา อย่างเปิดไฟเลี้ยวซ้ายค้างไว้ แต่กลับขับขี่ชิดขวา และนั่นอาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นระบบปิดสัญญาณไฟเลี้ยวเองอัตโนมัติจึงเกิดขึ้น โดยรถมอเตอร์ไซค์คันแรกที่ติดตั้งระบบนี้ก็คือเจ้า 2014 Honda VFR800 รถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตทัวร์ริ่งของค่ายปีกนก โดยระบบการทำงานจะมีความแตกต่างกับของรถยนต์ โดยเจ้า VFR800 นั้นจะมีการติดตั้งระบบเซนเซอร์ที่ล้อหน้า หากมีอาการเอียงและกลับมาตั้งตรง ระบบจะทำการตัดการทำงานของระบบไฟเลี้ยวอัตโนมัติ ซึ่งแน่นอนว่าผู้คนส่วนมากพยายามที่จะปิดระบบนี้กันมากกว่าเปิดใช้งาน

ในภาพอาจจะมี รถมอเตอร์ไซค์

 9.ระบบส่งกำลัง Hydraulic Drive
เพื่อนๆ หลายคนอาจจะคุ้นชินกับระบบส่งกำลังสุดท้ายของรถมอเตอร์ไซค์ที่ส่วนใหญ่มักจะลือกใช้งานของระบบโซ่ หรือระบบสายพานในรถ AT แต่ Honda ผู้มีแนวคิดที่แตกต่าง ได้พัฒนาระบบส่งกำลังสุดท้ายแบบใหม่ Hydraulic Drive ด้วยชุดเกียร์แรงดันไฮดรอลิกที่รับการส่งกำลังโดยตรงจากเครื่องยนต์เพื่อทำการหมุนล้อหลังโดยตรง และใช้ระบบส่งกำลังสุดท้ายนี้ใน Honda DN-01ในปี 2008 โดยเจ้าโมเดลนี้มีทั้งระบบเกียร์อัตโนมัติ 2 โหมด และระบบเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีดในคันเดียวกัน !!

ในภาพอาจจะมี รถมอเตอร์ไซค์

8.Single Side Swingarm
Single Side Swingarm อุปกรณ์ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี และทราบได้ในทันทีว่าราคาของมันสูงขนาดไหน แน่นอนว่าเจ้าสวิงอาร์มหลังแบบนี้ จะมีประโยชน์สูงสุดกับการแข่งขันแบบ Endurance ที่ต้องการความรวดเร็วในการเปลี่ยนยางหลัง ถอดน็อตแค่ไม่กี่ตัวก็สามารถเปลี่ยนได้ทันใจ แต่ความสะดวกสบายนั้นต้องแลกมาด้วยการออกแบบที่ต้องสามารถทนต่อแรงผลักขนาดใหญ่ จากล้อหลังและระบบส่งกำลังได้ ทำให้สวิงอาร์มแบบนี้นั้นมีน้ำหนักที่มากกว่าแบบสองฝั่ง อีกทั้งยังมีราคาผลิตที่สูงมากๆ อีกด้วย

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

 7.Under Seat Exhausts
ระบบท่อไอเสียแบบซ่อนใต้เบาะนั่งนั้นเป็นอะไรที่ ดูดีมาก และต้องบอกเลยว่า มันมีแค่นั้นจริงๆ เพราะการจะย้ายเอาท่อไอเสียไปอยู่ใต้เบาะนั่งได้นั้น การต้องเพิ่มความยาวของท่อส่งไอเสียให้มีความยาวมากกว่าปกติ ดังนั้นการเดินทางออกของไอเสียจากห้องเผาไหม้จะต้องมีระยะทางเพิ่มขึ้น เมื่ออากาศถ่ายเทไม่สะดวกระบบเผาไหม้ก็ส่งไอเสียออกมาได้ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งมันอาจจะส่งผลให้เครื่องยนต์วูบได้ในบางครั้ง แต่ในปัจจุบันแล้วยังคงมีรถอเตอร์ไซค์ที่ใช้งานระบบท่อแบบนี้อยู่ แต่ก็ต้องเป็นรถที่มีพละกำลังเครื่องยนต์ที่มากพอและระบบท่อไอเสียนั้จะต้องมีการลดการสะสมของไอเสียในท่อส่งได้ดีอีกด้วย

ในภาพอาจจะมี สถานที่กลางแจ้ง

6.iPod Dicks
คนที่รักเสียงดนตรีคงจะชื่นชอบนวัตกรรมนี้อย่างแน่นอน โดย Harley-Davidson และ Triumph สองค่ายรถมอเตอร์ไซค์ระดับโลกได้ติดตั้ง Ipod Docks หรือแท่นเสียบ iPOD เครื่องเล่นเพลงพกพาชื่อดังแห่งยุคในรถมอเตอร์ไซค์ และได้เปลี่ยนรถมอเตอร์ไซค์ให้กลายเป็นเครื่องเสียงเคลื่นที่ ซึ่งในยุคปัจจุบันก็มีการพัฒนาไปสู่การเชื่อมต่อระหว่างรถมอเตอร์ไซค์กับ Smartphone หรืออุปกรณ์พกพาอย่างอื่น ผ่านช่อง USB หรือระบบ Bluetooth เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับเหล่าไบค์เกอร์ในยุคปัจจุบัน

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

5.หน้าจอแสดงผล เปลี่ยนสีได้
เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องธรรมดาในรถมอเตอร์ไซค์ไปแล้ว โดยการพัฒนาระบบนี้เกิดขึ้นจากสาเหตุหลักของสภาพแสงที่เปลี่ยนแปลงง่ายในยุคปัจจุบัน ซึ่งรูปแบบสีเดิมๆ ของหน้าจอแสดงผลอาจจะไม่สามารถให้ข้อมูลตามที่ผู้ขับขี่ต้องการได้ อีกทั้งยังเป็นการปรับเพิ่มหรือลด การสะท้อนจากสีหน้าจอยามขับขี่ตอนกลางคืน ลดอุบัติเหตุไปได้อีกขั้นหนึ่ง หากจะถามว่ารถคันไหนสามารถเปลี่ยนสีหน้าจอได้เยอะที่สุดก็คงไม่พ้น Honda NM-4 รถ DCT-Cruiser ของค่ายปีกนก ที่สามารถเปลี่ยนสีหน้าจอแสดงผลได้ถึง 25 สี

ในภาพอาจจะมี รถมอเตอร์ไซค์

4.ระบบไฟเลี้ยวที่การ์ดแฮนด์
บางครั้งตำแหน่งสัญญาณไฟเลี้ยวของรถมอเตอร์ไซค์ก็อยู่ในตำแหน่งที่ผู้ขับขี่รถยนต์มองเห็นได้ยาก นวัตกรรมไฟเลี้ยวที่การ์ดแฮนด์จึงเกิดขึ้น และแน่นอนว่าเจ้านวัตกรรมนี้ก็ต่อยอดไปสู่ระบบไฟเลี้ยวบนกระจกมองหลังของรถมอเตอร์ไซค์ในปัจจุบันนั่นเอง หากเรามองว่ามันจะมีประโยชน์มากน้อยเพียงใด ก็คงจะบอกได้เลยว่าน้อยมาก แต่ความสวยงามให้เต็ม 10 ไปเลยครับ

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

3.G Meter
หลายๆ คนอาจจะมองว่า ระบบวัดแรงขับแบบ G Force นั้นอาจจะไม่ค่อยจำเป็นกับรถมอเตอร์ไซค์เท่าไหร่ แต่ Yamaha กลับคิดต่าง ด้วยการใส่มาตรวัดนี้ลงไปใน 2015 Yamaha YZF-R1 เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้เข้าใจอัตราแรงต้านและกำหนดอัตราการตั้งค่าการใช้งานของระบบเบรกได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราสนใจคือในจังหวะ ที่เราจะเบรก เราจะมาคิดคำนวณแรง G กันหรือไม่ อันนี้ก็แล้วแต่คนจะมองแล้วกันนะครับ

ในภาพอาจจะมี รถมอเตอร์ไซค์ และสถานที่กลางแจ้ง

2.ระบบนำทางอัจฉริยะ
ในยุคที่สมาร์ทโฟนยังไม่เป็นที่แพร่หลาย การเดินทางของผู้คนส่วนมากก็จะใช้แผนที่ จอดถามคนข้างทาง หรือล้ำไปกว่านั้นก็ใช้ระบบนำทางดาวเทียม หรือ GPS ซึ่งในยุคประมาณ 1990-2000 ระบบนำทางนี้มีราคาที่ค่อยข้างสูง แต่ก็ยังมีคนส่วนใหญ่ให้ความสนใจมันเป็นจำนวนมาก และแน่นอนว่าค่ายรถมอเตอร์ไซค์ที่มีรถในแนว Grand Tourer ก็ไม่พลาดที่จะใช่ระบบนี้มาเป็นจุดเด่น จุดขายของรถตัวเอง ด้วยความสะดวกสบายที่เหนือกว่า และด้วยความแม่นยำสูง ทำให้มันค่อนข้างตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ชื่นชอบการเดินทางป็นอย่างมาก แต่ในปัจจุบันเราสามารถใช้สมาร์ทโฟนเพื่อทำทุกอย่างได้ เพียงซื้อขาจับแฮนด์บาร์อันล่ะไม่ถึงพัน เราก็สามารถใช้งานระบบนี้ได้แล้ว

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

1.ระบบ Keyless Ignition
แน่นอนว่าระบบ Keyless นั้นเริ่มต้นจากการพัฒนาของค่ายรถยนต์ โดยรถยนต์คันแรกของโลกที่มีการติดตั้งระบบนี้ก็คือ Mercedes-Benz W220 S Class ซึ่งในรถมอเตอร์ไซค์นั้นมีระบบการทำงานของมัน ก็คือคุณไม่จำเป็นที่จะต้องเอากุญแจมาเสียบที่รูเพื่อบิดสตาร์ทอีกต่อไป เพียงแค่มีมันไว้ในกระเป๋ากางเกง แล้วเดินเข้ามาใกล้ในรัศมีตามที่ถูกกำหนดไว้ มันก็จะทำการปลดล็อคและพร้อมให้คุณใช้มือกดปุ่มสตาร์ททันที ฟังดูดีใช่มั้ยล่ะครับ แต่ทีนี้ปัญหามันดันอยู่ตรงที่ว่าพอระบบมันทำงานไปแล้วมันจะไม่ปิดตัวเองน่ะสิ นั่นหมายความว่าในกรณีที่คุณไม่ได้ตั้งใจจะมาสตาร์ทมันล่ะ เช่นคุณจอดรถล็อกคอไปแล้ว แต่คุณดันเดินกลับมายังรถเพราะว่าลืมของอะไรบางอย่างไว้ หรือบังเอิญเดินผ่านรถตัวเองแบบไม่ตั้งใจ เพียงเท่านั้นรถของคุณก็พร้อมที่จะให้ใครก็ได้มาสตาร์ทและควบมันหายไปแล้วล่ะครับ

ดูเหมือนว่านวัตกรรมบางอย่างดูจะพอมีประโยช์นอยู่บ้าง หรือบางอันแทบจะไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด แต่สุดท้ายแล้วการพัฒนาในบางส่วนก็อาจจะไม่ได้รับความนิยมมากเท่าไหร่นัก แต่ก็ยังดีกว่าการอยู่เฉยๆ แล้วไม่ทำอะไร ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ ไม่แน่นวัตกรรมที่ไม่ค่อยเข้าท่าในปัจจุบันอาจจะต่อยอดไปยังนวัตกรรมที่น่าสนใจได้ในอนาคต

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.visordown.com

faLdVZ.gif
faL7SI.gif
9SUjG9.jpg
9SQJ9D.jpg
k7nOgV.gif
kugwcP.jpg