เตรียมความพร้อม รับมืออากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย

6-770x513

สภาพอากาศในประเทศไทยตอนนี้เรียกได้ว่า เปลี่ยนแปลงบ่อยมาก ทั้งอากาศที่ร้อนจัด และฝนตก ซึ่งเกิดจากพายุฤดูร้อน หรือมวลอากาศต่างที่ปะทะกัน ซึ่งมันส่งผลโดยตรงกับเหล่าไบค์เกอร์เป็นอย่างมาก และบทความนี้จะเป็นการรวบรวมเอาเทคนิคต่างๆ เพื่อการเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวนตามแบบของบ้านเรา

1.ตรวจสภาพยางให้พร้อมสำหรับการใช้งาน

ยางนั้นถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของยานพาหนะ เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่จะเป็นพื้นสัมผัสระหว่างตัวรถและถนน ดังนั้นแล้วความใส่ใจต่องสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากในการขับขี่  หากยางใครไม่พร้อมใช้งาน อาจจะมีอาการสึกหรอตามอายุของมัน หรือการใช้งานอย่างสมบุกสมบรรณ หรือแม้แต่การไม่ได้ใช้งานเลย จอดทิ้งไว้เป็นปีๆ ผิวสัมผัสของยางอาจจะมีอาการกระด้าง หรือแข็งตัว ก็ต้องทำการปรับเปลี่ยนตัวยางเสียใหม่ก่อน ส่วนของลมยางก็เป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อการเดินทาง หากปริมาณลมในยางมากเกินไปก็อาจจะทำให้การขับขี่ของเรานั้นไม่ราบลื่น มีอาการกระเด้งกระดอนไปตามการกระจายตัวของลมที่อยู่ในยาง หรือปริมาณลมยางที่น้อยเกินไป ก็อาจจะทำให้การยึดเกาะของหน้ายางนั้นทำได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นแล้วเราควรหันมาสนใจกับสภาพและปริมาณของลมยางกันสักหน่อยนะครับ

2.เลือกใช้ Ridding Gear ที่เหมาะสม

สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็กหรือใหญ่ นั่นก็คืออุปกรณ์ป้องกัน เพราะเราไม่สามารถกำหนดได้ว่า อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นในตอนไหน อย่างน้อยๆ ที่เราควรจดจำก็คือการสวมหมวกกันน็อค รองเท้าหุ้มส้น เป็นอย่างต่ำ หรือถ้าหากเป็นไปได้ การใส่ชุดป้องกันทั้งชุดในเวลาขับขี่ก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ซึ่งเจ้าอุปกรณ์ป้องกันในสมัยนี้นั้น นำเอานวัตกรรมต่างๆ มาผสมผสานกับความปลอดภัย ทั้งชุดการ์ดกันน้ำ ที่จะป้องกันตัวผู้ขับขี่ทั้งในสภาวะฝนตกหรือแดดออก สเปย์กันน้ำของหมวกกันน็อคที่เราสามารถฉีดเคลือบบริเวณชิลด์หน้า เพื่อป้องกันละอองน้ำที่จะบดบังทัศนวิสัยในการขับขี่ของเรา หรือแม้กระทั่ง ชุดกันฝนแบบสวมทั้งตัวที่จะไม่เทอะทะ หรือเกะกะในเวลาที่เราขับขี่รถมอเตอร์ไซค์

3.ระวังถนนลื่น

แน่นอนว่าหากเราเจอฝนตกในยามขับขี่นั้น การระวังจากความลื่นของผิวถนนนั้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะบนท้องถนนไม่ได้มีรถเราเพียงคันเดียว ถึงเราจะดูแลรถของเราเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่แน่ว่ารถคันอื่นๆ อาจจะไม่ได้ดูแลในแบบของเรา อาจจะมีคราบน้ำมันรั่วลงบนท้องถนน ซึ่งมันจะทำให้เกิดรบกวนผิวสัมผัสของหน้ายางกับถนน จนเกิดอาการลื่นหรือสไลด์ได้ ดังนั้นแล้วนอกจากการมองไปข้างหน้าเวลาขับขี่แล้ว เราควรจะลดความเร็วลง และคอยสังเกตคราบต่างๆ บนพื้นถนนไปด้วย หากเจอคราบที่ดูแล้วไม่น่าไว้ใจเราก็เลื่องอย่าไปเสี่ยงกับมัน หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาบอกได้เลยครับว่ามันไม่คุ้มอย่างแน่นอน

4.ร่างกายต้องพร้อมเสมอ

ในเรื่องของร่างกายที่จะพูดนี้ไม่ใช่ว่า ทุกคนต้องไปฟิตหุ่นให้มี Six Pack ก่อนมาขับขี่มอเตอร์ไซค์นะครับ แต่เป็นการดูแลตัวเองพักผ่อนให้เพียงพอ และที่สำคัญในยามป่วยไข้ควรละเว้นการขับขี่จะดีที่สุด เพราะด้วยสภาพถนนที่เปียกชื่นๆ นั้นร่างกายเราจะถูกใช้งานมากกว่าการขับขี่แบบถนนปกติ เพราะเป็นการสั่งการจากสมองแบบอัตโนมัติให้เราระวังอันตราย และเกร็งกล้ามเนื้อไปพร้อมๆ กับการต้องใช้สายตาในการมองมากขึ้น ดังนั้นการขับขี่แบบฝ่าฝนนั้นร่างกายเราจะถูกใช้งานเป็นอย่างมาก สิ่งที่เราควรกระทำก็คือ การหยุดพักเป็นระยะๆ หากเจอกับฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดควรหยุดพักจนกว่าฝนจะหยุดตกจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดของความปลอดภัยครับ

5.ตั้งสติค่อยเป็นค่อยไป ดีที่สุด

อย่างที่เรารู้กันดี การตั้งตนไม้ประมาทนั้นเป็นเรื่องที่ดีที่สุด แต่ถ้าหากเราหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ควรมีสติให้มากที่สุด ซึ่งทฤษฎีนี้ใช้ได้กับการขับขี่ยานพาหนะทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ เรือ เคลื่อนบิน หรือยานอวกาศ หากเราประมาทอะไรๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้  ซึ่งคนเราส่วนมากมักจะมองข้ามสิ่งเหล่านี้ไป คิดแต่ว่าอยากไปให้ถึงจุดหมายเร็วที่สุด และมันก็เป็นจุดกำเนิดของอุบัติเหตุที่มีแต่ความสูญเสียมากกว่าสิ่งดีๆ ถึงแม้บางครั้งมันจะไม่ถึงกับเสียชีวิต แต่มันก็เสียทรัพย์สิน และรถคันที่เรารักใช่มั้ยครับ ดังนั้นแล้วตั้งสติให้ดี อย่าประมาทกันนะครับ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีง่ายๆ ที่เราสามารถทำได้ด้วยตัวเอง และมันสามารถลดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในรูปแบบใด จะฝนตก จะแดดออก หากทำได้ตามนี้รับรองเลยว่าคำว่า อุบัติเหตุและการสูญเสียจะอยู่ไกลจากตัวเรามากขึ้นไม่มากก็น้อยล่ะครับ ขอให้สนุกกับการขับขี่นะครับ

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก rideapart.com

faLdVZ.gif
faL7SI.gif
fP0tnR.jpg
fP01d0.jpg
k7nOgV.gif
3Ux9dl.gif
kugwcP.jpg