วิเคราะห์สนาม Circuit Bugalti, Le Mans ประเทศฝรั่งเศส สนามการแข่งขัน MotoGP2018 ลำดับที่ 5

BugattiCircuit

กลับมาทำการแข่งขันกันแล้วสำหรับการชิงชัยมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลกรายการ MotoGP2018 และครั้งนี้กับรายการ HJC Helmets Grand Prix de France ที่สนาม Circuit Bugalti หรือสนาม Le Man ประเทศฝรั่งเศส

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับข้อมูลคร่าวๆ ของสนามแห่งกันสักหน่อย  โดยสนามแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1965 เพื่อใช้ในการแข่งขันรถยนต์  Le Mans 24 Hours สนามตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเขต Le mans และอยู่ห่างจากกรุงปารีส 200 กิโลเมตร โดยสนามนี้ถูกใช้ในการแข่งขันมาอย่างยาวนาน และมีอยู่ช่วงหนึ่งที่สนามโดยสั่งให้ปิดปรับปรุงในเรื่องของความปลอดภัยหลังจากอุบัติเหตุที่เกือบทำให้ Alberto Puig นักบิดชาวสเปนเสียชีวิตคาสนามในปี 1995 และได้ผ่านการตรวจมาตรฐานจาก FIM และกลับมาทำการแข่งขันกันอีกครั้งเมื่อปี 2000 โดยสภาพของสนาม Bugatti Circuit สนามมีความยาวทั้งสิ้น 4.2 กิโลเมตรต่อ 1 รอบสนาม มีตำนวนโค้งทั้งสิ้น 14 โค้ง แบ่งออกเป็นโค้งซ้าย 5 โค้งและโค้งขวา 9 โค้ง มีทางตรงยาวที่สุดเพียง 674 เมตร และตัวแทร็คมีความกว้าง 13 เมตร


Jorge Lorenzo ในยุคที่ยังอยู่กับ Movistar Yamaha

สำหรับสถิติที่น่าสนใจของสนามแห่งนี้ประกอบไปด้วย ผู้ชนะมากที่สุดได้แก่ Jorge Lorenzo ที่สามารถคว้าชัยชนะ ณ สนามแห่งนี้ได้ถึง 5 ครั้ง และยังครองสถิติ Faster Lap ด้วยเวลา 1’31.975 นาทีโดยสามารถทำได้เมื่อปี 2016 ยุคที่ยังทำการแข่งขันให้กับทีม Movistar Yamaha เช่นเดียวกับสถิติ Best Pole ด้วยเวลาและปีเดียวกันนี้  ส่วน Circuit Record เป็นผลงานของ Maverick Vinales ที่พึ่งสร้างสถิตินี้เมื่อปีที่ผ่านด้วยเวลา 1’32.309 นาที ส่วนสถิติ Top Speed เป็นของ Andrea Iannone 316.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำไว้เมื่อปี 2015 บนรถของ Ducati

ในส่วนของผลงานฤดูกาลที่ผ่านมา ถือว่าเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของ Maverick Vinales จากทีม Movistar Yamaha  ที่สามารถคว้าได้ทั้งตำแหน่ง Pole Position คว้าอันดับหนึ่งในการแข่งขัน และยังสามารถคว้า Faster Laps ประจำการแข่งขันในปีที่ผ่านมาอีกด้วย ส่วนอันดับที่สองได้แก่ Johan Zarco จากทีม Monster Yamaha Tech3 และอันดับที่สาม Dani Pedrosa จากทีม Repsol Honda

จุดอันตรายของสนาม Circuit Bugatti
สนามมีระยะทางที่สั้นมาก โดยบรรดานักแข่งแทบจะไม่มีจังหวะในการกดคันเร่งมากนั้น จะมีทางตรงที่สามารถแสดงศักยภาพเครื่องยนต์ได้เพียง 2 จุด และในแต่ละโค้งจะมีองศาที่แคบ และการอ่านไลน์ในการเข้าสู่ Apex นั้นต้องใช้ความชำนาญที่สูงมากๆ และยังมีโค้งยูเทิร์นอยู่ด้วยกันถึง 3 จุดนั้นก็คือ โค้งที่ 6 โค้ง “Le Chapelle” โค้งที่ 7 “Musee” และโค้งที่ 8  “Garage Vert” โดยเฉพาะโค้งที่ 8 นี้ จัดว่ามีความอันตรายสูงทีเดียว เพราะก่อนเข้าโค้งที่ 8 นี้จะเป็นทางตรงระยะสั้นและตัวโค้งมีองศาที่แคบมากๆ หากเปิดคันเร่งมาเพลินมีหลุดตัวพองกันแน่นอน อีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยก็คือการบริหารจัดการกับยาง  อย่างที่เกริ่นไปในข้างต้น สนามแห่งนี้มีจำนวนโค้งขวาที่มากกว่าโค้งซ้าย โดยทางผู้จัดนั้นจะมีการจัดยางเสริมที่ด้านขวาจะมีผิวสัมผัสที่หนากว่าปกติ แต่ถ้าหากนักแข่งบริหารการใช้ยางได้ไม่ดี โอกาสพลาดแบบ Marc Marquez เมื่อปีที่ผ่านมา ก็อาจจะเกิดขึ้นกับใครก็เป็นไปได้

สำหรับการแข่งขัน รายการ HJC Helmets Grand Prix de France เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ในรอบ FFP1-2 โดยนักแข่งที่ทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องก็คือ Marc Marquez จากทีม Repsol Honda และ Andrea Dovizioso จากทีม Ducati ที่พลัดกันขึ้นนำในรอบการฝึกซ้อม FFP1-2 โดยมีนักแข่งที่น่าจับตามองก็คือ สองคู่หูจากทีม Movistar Yamaha ทั้ง Maverick Vinales และ Valentino Rossi ที่สามารถทำเวลาในรอบการฝึกซ้อมค่อนข้างดีเลยทีเดียว โดยการฝึกซ้อมในรอบ FFP3-4 จะเริ่มขึ้นในช่วงบ่ายวันนี้ (19 พฤษภาคม) และจะมีรอบการคัดเลือก Q1 และ Q2 ในวันเดียวกันนี้ และจะกลับมาทำการแข่งขันในรอบสุดท้ายในช่วงเย็นของวันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคมนี้ เพื่อนๆ สามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดได้ที่ช่อง PPTV HD หมายเลข 36 ในวันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 17.30 น. เป็นต้นไปหรือจะติดตามผลการแข่งขันได้ที่ GreatBiker ที่เดิมครับ

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.motogp.com

faLdVZ.gif
faL7SI.gif
fP0tnR.jpg
fP01d0.jpg
fANZIR.gif