วิเคราะห์สนามการแข่งขัน MotoGP2018 สนามที่ 6 Mugello Circuit ประเทศอิตาลี

8ac6b188-0c47-4413-a42a-9ba4077e6097

เดินทางมาถึงสนามที่ 6 กันแล้วกับรายการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลก MotoGP2018 โดยการแข่งขันสนามนี้ขยับจากประเทศฝรั่งเศสลงใต้มายังประเทศอิตาลีที่สนาม Mugello Circuit กับรายการ Grand Priz d’Italia Oakey

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับสนาม Mugello กันสักหน่อย โดยก่อนหน้าที่จะก่อนตั้งสนามแห่งนี้นั้นในเมือง Scarperia San Piero มีการจัดแข่งขันรายการ Italian Road Racing ขึ้นตั้งแต่ปี 1920 โดยทำการปิดเมืองและปรับสถาพถนนให้กลายเป็นสนามการแข่งขัน โดยจะจัดขึ้นในทุกๆ ปีต่อเนื่องมาจนถึงปี 1955 ทางสภาเมืองจึงตัดสินใจดำเนินการก่อสร้างสนามแห่งนี้ขึ้นโดยกว่าจะบรรลุข้อตกลงกับชาวเมืองได้ก็กินระยะเวลาที่ยาวนาน จนเริ่มก่อสร้างสนาม Closed Circuit ที่ใช้ในการแข่งขันปัจจุบันได้ในปี 1970 และใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างกว่า 4 ปี จนสามารถเปิดใช้สนามได้ในปี 1974

สนาม Mugello Circuit มีระยะทางหนึ่งรอบสนามเท่ากับ 5.245 กิโลเมตร มีจำนวนโค้งทั้งสิ้น 15 โค้ง แบ่งออกเป็นโค้งซ้าย 6 โค้งและโค้งขวา 9 โค้ง มีระยะทางตรงยาวผ่านแกรนด์แสตนด์ที่ 1.141 กิโลเมตร ตัวแทร็กกว้าง 14 เมตร โดยในระดับ MotoGP จะใช้การแข่งขันทั้งสิ้น 23 รอบสนาม สถิติต่างๆ ของสนามแห่งนี้ Valentino Rossi แชมป์โลก 9 สมัยจากทีม Movistra Yamaha คว้าแชมป์มากที่สุด 7 ครั้ง ตามมาด้วย Jprge Lorenzo 5 ครั้ง ผู้ที่คว้า Pole Position ได้มากที่สุด Valentino Rossi 6 ครั้ง  สถิติเรื่องเวลากันบ้าง Faster Laps เป็นของ Andrea Iannone ในสมัยที่ยังอยู่กับทีม Ducati ด้วยทำเวลา 1’46.489 นาทีในรอบ Qualify2 เมื่อปี 2015 และยังครองสถิติ Best Pole ของสนามแห่งนี้ และยังครองสถิติ Top Speed ด้วยความเร็วสูงสุด 354.9 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยสถิตินี้ทำได้เมื่อปี 2016 อีกด้วย Circuit Record หรือเวลาในการแข่งขันจริงตกเป็นของ Marv Marquez จากทีม Repsol Honda ด้วยเวลา 1’47.639 นาทีเมื่อปี 2013

จุดอันตราย
เอาจริงๆ สนามนี้เป็นสนามที่มีจุดอันตรายอยู่หลายจุดด้วยกันเริ่มตั้งแต่โค้งที่ 1 ที่เป็นโค้งขวาลงเนินที่มีความชันไม่มากนัก แต่ส่วนมากนักแข่งจะเริ่มอัดกันมาตั้งแต่โค้งที่ 15 ที่เป็นโค้งสุดท้ายก่อนเข้า Grand Stand ที่จะใช้ความเร็วได้สูงสุดซึ่งหากนักแข่งพยายามที่จะตีเข้า Apex ให้ได้ในโค้งแรกนั้นต้องใช้งานของเบรกที่ชำนาญ และการควบคุมรถที่ต้องฝึกฝนมาเป็นอย่างหนัก หากใครมาในความเร็วขนาดนี้และไม่สามารถควบคุมรถได้มีหายอย่างแน่นอน

จุดที่สองนั้นก็คือ รอยต่อจากโค้งที่ 4 และโค้งที่ 5 ที่ค่อนข้างจะสั้นและเกือบจะทำมุมตั้งฉากทางตรงระยะสั้นหลังพ้นโค้งที่ 3 มา โดยในจังหวะนี้หากรถที่มีการควบคุมรถที่ค่อยข้างจะยากนั้นจะเสียเปรียบเป็นอย่างมาก จะลัดสนามก็ไม่ได้ต้องชะลอความเร็วเพื่อเข้าสู่เส้นทางซึ่งโดยส่วนมากนั้นจะใช้เป็นลักษณะการตัดโค้ง ซึ่งแน่นอนว่ามีโอกาสโดยเสียบโค้งและเกี่ยวกันล้มก็เป็นได้

จุดต่อมาคือโค้ง 12 ที่มีชื่อว่า “Corretano” ที่ดูผ่านๆ จะเป็นโค้งยูเทิร์นแบบครึ่งวงกลมธรรมดาๆ แต่นักแข่งมืออาชีพหลายคนล้มไม่เป็นท่าในโค้งนี้มาแล้วหลายต่อหลายคน ด้วยความที่มีดูธรรมดานี้เองทำให้นักแข่งบางคนประมาทและพอต้องออกจากโค้งที่ 12 และต้องมาเจอโค้งที่ 13 ทันทีทันใดนั้นอาจจะมีอาการสะดุ้งกันไปก็เป็นไปได้

สำหรับแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตต้องจับตาการแข่งขันสนามนี้ให้ดี เพราะมีนักแข่งหลายๆ คนที่ชะตากรรมในฤดูกาลหน้าถูกผูกไว้กับผลงานสนามนี้ ทั้ง Jorge Lorenzo ของทีม Ducati ที่อาจจะได้ไปต่อถ้าผลงานดีในสนามนี้ และ Andrea Iannone ที่ล่าสุดถูก Suzuki ปติเสธการต่อสัญญาฉบับใหม่ไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งในรายของ Iannone แล้วจะต้องทำผลงานที่เหลืออีก 13 สนามให้ดีขึ้นเพื่อหาพื้นที่ในทีมใหม่ของฤดูกาลหน้า โดยจะต้องลงมือทำตั้งแต่สนามนี้เป็นต้นไป

การแข่งขัน Grand Priz d’Italia Oakey เริ่มต้นทำการฝึกซ้อมกันในช่วงเย็นของวันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน ในรอบ FFP1-2 และในวันเสาร์ที่ 2 มิถุนายนในรอบ FFP3-4 รวมไปถึงการคัดหาผู้ที่จะได้ออกสตาร์ทในตำแหน่งที่ดีที่สุดหรือ Pole Position และจะกลับมาแข่งขันในรอบสุดท้ายในวันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายนนี้ โดยเพื่อนๆ สามารถรับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันรอบสุดท้ายได้ในวันอาทิตย์นี้ทางช่อง PPTV HD หมายเลข 36 ตั้งแต่เวลา 18.20 น. เป็นต้นไป หรือจะติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวและผลการแข่งขันได้ที่ GreatBiker ที่เดิมครับ

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.motogp.com

faLdVZ.gif
faL7SI.gif
fP0tnR.jpg
fP01d0.jpg
3RoV0S.gif
3RoDZt.gif
kugwcP.jpg