รีวิวแบบเจาะลึกกับ GPX CR5 200

cover-cr5

สวัสดีครับ วันนี้ก็พบกับพวกเราทีมงาน GreatBiker.com กันเช่นเคย กับการรีวิวรถมอเตอร์ไซค์อีกหนึ่งรุ่นที่กำลังอยู่ในกระแสตอนนี้ แม้ว่าจะไม่ใช่แบรนด์หลักในท้องตลาด แต่เชื่อว่าทุกวันนี้เหล่าไบค์เกอร์ทั้งหลายต่างก็ต้องรู้จักกับค่ายนี้เป็นอย่างดี กับ GPX ที่เป็นแบรนด์ของประเทศไทยเรานี่เอง ที่ได้ร่วมในงานอีเวนท์หลักๆ ในบ้านเราไม่ว่าจะเป็นงาน Motor EXPO, Motor Show  ซึ่งก็ได้ปล่อยรถออกมาสู่ตลาดหลายรุ่น หลายสไตล์ด้วยกัน และที่สำคัญกวาดยอดขายยอดจองกันไปได้มากเลยทีเดียว และที่เราจะมารีวิวกันวันนี้ก็คือรถมอเตอร์ไซค์ในสไตล์สปอร์ต-เนกเกตคันล่าสุดจากทางค่ายอย่างเจ้า GPX CR5 200 นั่นเองครับ

ไปรู้จักกับ CR5 200 กันก่อน

สำหรับ CR5 200 นั้นเป็นโมเดลที่จะต้องบอกว่าถูกนำมาแทนที่โมเดลเดิมอย่าง CR5 150 ซึ่งแน่นอนว่าหลายๆ คนน่าจะเดากันออกว่าสิ่งแรกที่มันเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนนั้นก็คือในเรื่องของขุมกำลัง ซึ่ง CR5 200 นั้นมาพร้อมกันกับเครื่องยนต์ขนาด 197 cc 4 จังหวะ 1 สูบ แบบ Single Over Head Camshaft หรือว่า SOHC นั่นเอง สำหรับการระบายความร้อนนั้นระบายความร้อนด้วยอากาศแบบออยคูลเลอร์ ซึ่งจะช่วยให้การไหลเวียนของอากาศนั้นทำได้ดีมากขึ้นกว่าการระบายความร้อนด้วยอากาศแบบปกติ ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด ส่งกำลังสุดท้ายด้วยโซ่ สตาร์ทมือไฟฟ้า

ทีนี้เราลองขยับมาดูในส่วนของทางด้านดีไซน์กันบ้าง ตัวมิติของรถ CR5 200 นั้นใช้ไฟด้านหน้าแบบฮาโลเจน ขนาบข้างด้วยไฟเดย์ไลท์แบบ LED ซึ่งทำการบิลท์อินมากับตัวแฟร์ริ่งของรถทั้งสองข้างเลย ซึ่งตรงนี้ทำให้ตัวรถดูหรูหราขึ้นมาแบบเห็นได้ชัด รวมไปถึงไฟท้ายแบบ Devil Light LED ที่ดีไซน์ได้โฉบเฉี่ยวทีเดียว แฮนด์หน้านั้นเป็นแบบแฮนด์บาร์ ตามเอกลักษณ์ของรถเนกเกตไบค์นั่นเอง

ส่วนที่น่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับ CR5 200 นั่นก็คือหน้าจอแสดงผลที่เป็นแบบดิจิตอลผสมกับอนาล็อกได้อย่างลงตัว นั่นคือตัววัดรอบจะเป็นแบบอนาล็อก ส่วนที่เหลือนั้นใช้แบบดิจิตอลเต็มรูปแบบเลย ที่ทางทีมงานชอบกันก็คือมันมีไฟบอกตำแหน่งเกียร์มาให้ด้วย

ในส่วนของช่วงล่างนั้นระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบเทเลสโคปิก ส่วนด้านหลังเป็นแบบโมโนสปริง ที่สามารถปรับตั้งความหนืดได้ตามต้องการ ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มนั่นเอง ส่วนระบบการห้ามล้อหน้านั้นเป็นแบบดิสก์เดี่ยว 2 ลูกสูบ และด้านหลังเป็นดิสก์เดี่ยวแบบลูกสูบเดียว

ทดสอบวิ่งกันครั้งแรก

ในการทดสอบขับขี่ครั้งแรกนั้น เราจะไม่เน้นในเรื่องของพละกำลังหรือว่าท็อปสปีดอะไรมากมายนัก แต่จะเป็นการทดสอบในความเร็วที่ไม่สูงมาก เพื่อดูลักษณะนิสัยขั้นพื้นฐานของตัวรถ พบว่าเจ้า CR5 200 คันนี้นั้นมีมิติของตัวรถที่ค่อนข้างจะกระชับเอามากๆ การเลี้ยวแบบแคบๆ หรือว่าการพลิกรถนั้นถือว่าทำได้ไว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะน้ำหนักตัวรถที่ไม่มาก อยู่ที่เพียง 140 กก. เท่านั้น เสียงเครื่องยนต์ 197 cc นั้นถือว่าดุดันพอตัวเลยทีเดียวยามที่บิดคันเร่งออกไป แต่การใช้ความเร็วในย่านรอบต่ำๆ นั้นไม่ถือว่ากระชากมากนัก ออกอารมณ์ค่อนข้างจะนุ่มนวลมากกว่า ดังนั้นแล้วการเดินเบาของรถคันนี้จึงถือว่าทำได้ค่อนข้างดี

ในส่วนลักษณะของการขับขี่นั้น ท่านั่งถือว่าค่อนข้างจะเป็นธรรมชาติ การเอื้อมแขนไปจับ ยกเว้นแต่ตรงแฮนด์ที่องศามันแปลกๆ ไปนิด เพราะเป็นลักษณะบิดออกจากตัวเรานิดๆ เลยไม่ค่อยชินเท่าไหร่ แต่คาดว่าถ้าได้ขี่มันบ่อยๆ ก็อาจจะคล่องมากขึ้นก็ได้ แต่ด้วยความที่แฮนด์มันค่อนข้างจะใกล้กับตัวเรา ก็ทำให้การคอนโทรลรถโดยรวมนั้นง่ายดาย ที่สำคัญเบาะของมันค่อนข้างจะนุ่มดีด้วย อย่างนี้วิ่งกันไกลๆ น่าจะสบาย

การวิ่งออกถนนใหญ่และใช้ความเร็วเต็มที่

หลังจากเราวิ่งกันแบบชิลๆ ไปแล้วก็มาถึงเวลาที่เราเองจะทดสอบสมรรถนะของเจ้า CR5 200 คันนี้กันอย่างเต็มที่แล้ว พบว่าทอร์คหรือแรงบิดในแต่ละเกียร์นั้นทำได้ดีทีเดียว สมกับเครื่องยนต์ขนาด 197 cc แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยการที่เป็นรถสูบเดียวนั้นก็แน่นอนว่าความเร็วปลายนั้นไม่ได้ไหลลื่นมากเท่าไหร่นัก แต่กลับกันที่จุดเด่นของมันก็คือพละกำลังในช่วงความเร็วต้นถึงกลางที่ทำออกมาได้ดีนั่นเอง จังหวะจะเร่งจะแซงก็ทำได้อย่างมั่นใจ ประกอบกับมิติของตัวรถที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่าค่อนข้างกระชับนั้นทำให้การมุด การซิกแซกในการจราจรที่ติดขัดนั้นทำได้ดีทีเดียว กับรถในคลาส 200 cc อย่างนี้ สำหรับช่วงล่างของ CR5 200 นั้นถือว่าเซ็ทมาได้ค่อนข้างนิ่ม แต่ก็ไม่ย้วย ยังคงให้อารมณ์กระชับในช่วงล่างอยู่เต็มที่ งานนี้คอสปอร์ตน่าจะชอบฟีลประมาณนี้ ในส่วนของระบบเบรกนั้น เป็นดิสก์เบรกทั้งหน้าและหลัง เวลาเบรกก็ถือว่าเอาอยู่สบายๆ

การคอนโทรลรถและการเข้าโค้ง

ตัวรถถือว่ามีน้ำหนักค่อนข้างเบา ทำให้การพลิกโค้งนั้นทำได้ไว คล่องตัวเอามากๆ แต่ว่าในเรื่องของจุดศูนย์ถ่วงรถนั้นกลับค่อนข้างจะกระจายออกไป ไม่ได้รวมกันไปที่จุดใดจุดหนึ่ง ทำให้การเล่นโค้งหนักๆ อาจจะรู้สึกแปลกๆ ไปบ้าง สำหรับคนที่ชอบเข้าโค้งหนักๆ เพราะไม่รู้จะทิ้งน้ำหนักไปตรงไหนดี แต่ในชีวิตจริงเราคงไม่ค่อยจะมีโอกาสได้เล่นโค้งหนักๆ มากเท่าไหร่นัก ดังนั้นแล้วโดยรวมของการคอนโทรลรถและการเข้าโค้งของคันนี้ก็ถือว่าเหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากทีเดียว

ภาพรวมของ CR5 200

ตอนนี้ค่าย GPX นั้นไม่ใช่แบรนด์หน้าใหม่สำหรับวงการมอเตอร์ไซค์ในบ้านเราอีกต่อไป หลังจากที่ยืนระยะพิสูจน์ตัวเองมาเป็นช่วงเวลาหนึ่งแล้ว และยังคงมีโมเดลใหม่ๆ ออกมาสู่ตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ รวมไปถึงจำนวนศูนย์บริการที่รองรับกันมากขึ้นกว่าเดิม ก็เลยทำให้เจ้า CR5 200 นั้นได้รับความสนใจกันในท้องตลาดมากเป็นพิเศษ ด้วยรถในคลาส 200cc แต่ราคาจับต้องกันได้ง่ายๆ อย่างนี้ เมื่อเทียบกับตัวรถโดยรวมที่ได้มาก็ถือว่าคุ้มค่าทีเดียว แต่หากว่าจะเอาออกทริปวิ่งกันไกลๆ ด้วยความเร็วสูงแบบแช่ไว้ตลอดนั้น ตัวรถถือว่าต้านลมพอควรทีเดียว แต่ก็เป็นปกติของรถแนวเนกเกตอยู่แล้ว หรือว่าใครคาดหวังความเร็วปลายแบบจัดจ้านเอามากๆ ประมาณฟีลรถแข่งจากรถคันนี้อาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่นักกับรถสูบเดียวแบบนี้  อย่างไรก็ตาม ขอบอกตรงนี้ว่าเจ้า CR5 200 มันจะตอบโจทย์ที่สุดสำหรับการใช้งาน สำหรับผู้ที่ต้องการจะเปลี่ยนจากรถมอเตอร์ไซค์ในแนวตลาดทั่วๆ ไป มาเป็นรถแบบมีคลัทช์มือ หรือว่าผู้ที่ต้องการรถที่ใช้งานในเมือง ในชีวิตประจำวัน แต่อยากได้ความแรง ความพิเศษมากกว่ารถทั่วๆ ไป และบิดสนุกมือ ในราคาที่ไม่สูง รับรองว่า CR5 200 คันนี้มันจะทำให้คุณสนุกทุกๆ วันที่ได้ขี่มันแน่ๆ


สุดท้ายนี้ก็ต้องขอขอบคุณทาง GPX ที่เอื้อเฟื้อรถให้ทางเราได้ใช้ในการทดสอบครั้งนี้กัน ก็เชื่อว่านี่จะเป็นข้อมูลที่ช่วยในการตัดสินใจให้กับเพื่อนๆ ที่กำลังเล็งๆ รถมอเตอร์ไซค์ไว้ใช้งานสักคันอยู่ได้ และแน่นอนว่าในโอกาสหน้าทางเราจะกลับมารีวิวกันอีกครั้ง ส่วนจะเป็นรถรุ่นไหนอย่างไรนั้น ต้องติดตามกันต่อไป

[ขอบคุณทางบริษัท ตรีธวัฒน์ ที่อำนวยความสะดวกในการยืมรถ]

รีวิว GPX CR5 200 ในรูปแบบของคลิปวิดีโอ

faLdVZ.gif
faL7SI.gif
fP0tnR.jpg
fP01d0.jpg