รีวิวการขับขี่เจ้า GPX Racing CR5 รถ Naked Bike จากค่ายคนไทย (First Ride)

Untitled-1

ถ้าหากเราจะพูดถึงค่ายรถมอเตอร์ไซค์ที่เป็นแบรนด์ของคนไทย หลายๆ คน คงจะนึกไม่ถึงว่า มีมอเตอร์ไซค์ที่เป็นแบรนด์ของคนไทยเราด้วยหรือ ? GPX Racing ยังไงละครับ….และได้รับการยอมรับด้วยยอดขายที่ต่อเนื่องและดีไม่น้อย…เห็นได้จากยอดจองในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปร เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งทางค่าย GPX คว้าตำแหน่งยอดจองมากที่สุดเป็นอันดับ 2 มาครองเลยทีเดียว และท่ามกลางการเติบโตของตลาดรถมอเตอร์ไซค์ในบ้านเรา ที่ดูจะขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ ผู้คนทั่วไปสามารถมองหาและจับต้องกันได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็น รถบิ๊กไบค์ หรือรถประเภทอื่นๆ ค่ายรถต่างๆ ในตลาดต่างงั้นไม้เด็ดไม้ดังออกมาเพื่อจูงใจลูกค้าขาซิ่งทั้งหลายนั่นเอง

24

วันนี้เราจะพาท่านมาทำความรู้จักกับรถในคลาส 150 ซีซีแบรนด์ที่คนไทยทำเอง หากจะมองย้อนกลับไปในสมัยก่อนนั้น รถคลาส 150 ซีซีกับเครื่องยนต์แบบ 2 จังหวะ ถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จนมาถึงในยุคที่มีพัฒนาเครื่องยนต์ขึ้นมาจาก 2 จังหวะเป็น 4 จังหวะ ซึ่งเมื่อตลาดมอเตอร์ไซค์ เริ่มเปิดกว้าง ข้อจำกัดเริ่มน้อยลง กลุ่มของรถบิ๊กไบค์ก็เริ่มเข้ามาทำตลาด และรถมอเตอร์ไซค์ไซส์ 150 ซีซี ก็ถือว่าเป็นอีกรุ่นหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเล่นบิ๊กไบค์ในตัวเริ่มต้น ตัวที่ใช้สำหรับการฝึกฝน เพื่อก้าวเข้าสู่สเตปของรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ในซีซีที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ก็มักถูกมองให้เป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ เลยก็ว่าได้ และด้วยเหตุนี้ทำให้ค่าย GPX Racing Thailand ได้เล็งเห็นความสำคัญของจุดเริ่มต้น จุดนี้ จึงได้ส่งเจ้ารถ Naked Bike 150 ซีซี อย่าง CR5 เข้าสู้ศึกวาดลวดลาย ให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการรถสไตล์สปอร์ตไบค์หยิบจับได้ไม่ยาก เดียววันนี้เราจะพาไปเจาะลึกกัน ทั้งในเรื่องของสเปค และฟิลลิ่งการขับขี่หลากหลายรูปแบบ หลายด่านการทดสอบ จากทีมงาน GreatBiker กับเจ้า CR5 ที่ทางผู้ใหญ่ใจดี GPX Racing ได้ส่งมอบรถเพื่อการทดสอบในครั้งนี้โดยเฉพาะกันเลยครับ

21

เมื่อเราได้รับมอบหมายให้มาปฎิบัติการทดสอบเจ้า CR5 คันนี้จากค่าย GPX Racing แว๊บแรกที่ได้เห็นตัวรถในวันที่รับมอบ บอกเลยว่า นี่มันรถบิ๊กไบค์หรือเปล่าครับ…. เพราะด้วยรูปทรงที่ดู บึกบึน โฉมหน้าที่ดูโหด ช่วงท้ายที่ดูปราดเปรียว ทำให้อยากจะขึ้นไปทดลองขับขี่มันซะประเดียวนั้นเลย จากรูปลักษณ์การดีไซน์ ถ้ามองจากภายนอกไล่เรียงกันไป ไม่ว่าจะเป็น โฉมไฟหน้าที่ดีไซน์ออกมาได้ดูสวยงามใหญ่โต ประดุเหมือนบิ๊กไบค์ซีซีขนาดใหญ่ เพราะไฟเดย์ไลด์ที่เรียกว่าจัดเต็มมาให้ตั้งแต่โรงงาน ไม่ต้องไปดัดแปลงหรือเปลี่ยนหลอดไฟให้ยุ่งยาก รับกับไฟหน้าดวงโต ตัดรับกันอย่างสวยงามกับหมวกหน้าสีดำด้านบน
89

ถัดขึ้นไปด้านบนอีกหน่อย ก็จะเป็นในเรื่องของการออกแบบแฮนด์บาร์ที่ยกสูงขึ้นมาเล็กน้อย ตามสไลด์ของรถ Naked Bike พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครัน ไล่จากขวาไปซ้าย ไม่ว่าจะเป็น ปุ่มสวิทช์ Off-Run เพื่อควบคุมการจุดระเบิด ตามลงมาด้วยสวิทช์สำหรับการควบคุมไฟหน้าและไฟหรี่ต่าง ๆ ไล่เรียงไปจนถึง ปุ่มสำหรับการสตาร์ทเครื่องยนต์ในตำแหน่งล่างสุดนั่นเอง ไปต่อกันที่ด้านซ้าย ก็จะมีในเรื่องของปุ่มสำหรับควบคุม ไฟสูงไฟต่ำด้านหน้า สวิตช์ไฟขอทาง ปุ่มสำหรับควบคุมไฟเลี้ยว และปุ่มแตร รวมไปถึงคันโช้คสำหรับช่วยในเรื่องของการสตาร์ท มาดูกันต่อที่ตัวเรือนไมล์วัดรอบของเจ้า CR5 คันนี้กันสักหน่อย โดยภาพรวมถือว่าดีไซน์ออกมาได้ดีทีเดียว เพราะมีการผสมผสานทั้งในแบบอนาล็อคที่จะคอยบอกข้อมูลเกี่ยวกับรอบเครื่องยนต์แบบไฟฟ้า ที่แสดงความเร็วรอบของเครื่องยนต์ได้ถึง 12,000 รอบและส่วนของดิจิตอลก็จะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับความเร็ว / กิโลเมตร ที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ มีการแสดงข้อมูลของตำแหน่งเกียร์ ซึ่งถือว่า โอเคมากๆ สำหรับ ผู้ที่เริ่มต้นขับขี่รถมีคลัทช์ เพื่อป้องกันการหลงเกียร์นั่นเอง มาตรวัดแสดงระดับน้ำมันเชื้อเพลิง ระยะทางแบบ Trip Meter และ Ode Meter ในส่วนด้านล่างสุด ซึ่งเมื่อเราทำการเปิดสวิทต์กุญแจ โดยตำแหน่งจะอยู่บริเวณถังน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบก็จะทำการเช็คตัวเองและแสดงความพร้อมทุกครั้งโดยระบบตัววัดรอบ จะกวาดรอบไมล์ไปทุกครั้ง ตัวแสดงข้อมูลดิจิตอลก็พร้อมทำงาน ระบบไฟเตือนต่างๆ ก็จัดมาให้แบบครบครัน ไฟเลี้ยว ไฟเตือน ไฟสูงต่างๆ และเมื่อเราได้ทำการขึ้นคร่อมเจ้า CR5 พร้อมที่จะทะยานไปข้างหน้า ท่านั่งต่างๆ กับแฮนด์บาร์ที่ได้จับ ถือว่าให้สรีระที่สบาย ง่ายต่อการขับขี่

1011

ต่อกันเลยที่ตัวแฟริ่งฝาครอบด้านข้าง ตัววัสดุผลิตจากไฟเบอร์อย่างดี ยากต่อการแตกหัก รูปทรงสุดเท่ห์และสวยงาม เข้ากับลายกราฟฟิคที่กำกับลงไปในตัว ด้วยชื่อรุ่นของมันขนาบอยู่ด้านข้างของตัวถังน้ำมัน ซึ่งด้วยรูปตัวถังที่ใหญ่ สามารถจุน้ำมันเชื้อเพลิงได้ถึง 14 ลิตรเลยทีเดียว ทำให้หมดกังวลกับปัญหาการวิ่งในระยะทางไกลๆ ฝาถังน้ำมันเป็นแบบบานพับ เปิด – ปิดได้อย่างสะดวก ถัดจากตัวครอบถังน้ำมัน ก็จะเป็นชายสีดำรับกับตัวโครงรถและช่วงขาของผู้ขับขี่ได้อย่างลงตัว สำหรับเบาะนั่งให้มาเป็นแบบเบาะหนังตอนเดียวลาดยาวไป พร้อมการดีไซน์แบบยกระดับสำหรับตำแหน่งของผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้าย บาร์ด้านท้ายเบาะ(ที่จับกันตก) นั้นถือว่าออกแบบมารับกับดีไซน์ช่วงท้ายได้ดี ล้ำสมัย พร้อมการออกแบบไฟท้ายเรียวสวย แบบ LED ดูแล้วเหมือนรถของโรโบค๊อบยังไงอย่างนั้นเลย ถัดลงมาเป็นตำแหน่งที่อยู่ของตัวไฟเลี้ยวด้านหลังแบบก้านเหมือนด้านหน้า พร้อมกันโคลนที่รับกับชุดช่วงท้าย และทับทิมสะท้อนแสงในตำแหน่งของรูเสียบกุญแจสำหรับเปิดท้ายเบาะนั่นเอง ในเรื่องของโครงสร้างเฟรมตัวถังของเจ้า CR5 คันนี้เป็นแบบ Diamond Frame Type มิติสัดส่วนของตัวรถภายนอก จะมีความกว้าง x ความยาว x ความสูง อยู่ที่ 1,050 x 1990 x 785 มม. โดยจะมีระยะห่างช่วงล้ออยู่ที่ 1,290 มม. ส่วนความสูงของตัวเบาะ จะอยู่ที่ 770 มม. และน้ำหนักตัวของเจ้า CR5 คันนี้ทำตัวเลขได้น่าประทับใจอยู่ที่ 125.0 กิโลกรัมเท่านั้น

มาดูกันต่อในเรื่องของขุมพลังและระบบความปลอดภัยที่เจ้า CR5 คันนี้มีสักหน่อย

1213

GPX Racing CR5 รถ Naked Bike คันนี้จากโรงงานให้บล็อกเครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ สูบเดียว เครื่องวางตั้ง ใช้งานวาล์วแบบ SOHC ซิงเกิ้ลโอเวอร์เฮดแค็มชาฟท์ 2 วาล์ว พร้อมระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์ด้วยอากาศ ปริมาตรความจุของกระบอกสูบอยู่ที่ 150 ซีซี สำหรับอัตราส่วนกำลังอัดที่ 9.0:1 ระบบการจุดระเบิดของเครื่องยนต์แบบ DC-CDI ไฟกระแสตรง พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 12 โวลท์แบบ 7 แอมป์ สำหรับการสตาร์ทเครื่องยนต์ในรุ่นนี้มีแต่ระบบการสตาร์ทไฟฟ้าเท่านั้น ถัดมาในเรื่องของระบบส่งกำลังการขับเคลื่อน ให้ควบคู่ไปกับ ระบบคลัทช์มือแบบเปียกหลายๆ แผ่นวางซ้อนกัน ผ่านระบบเกียร์ 6 สปีดที่มีอยู่ในรถคลัทช์ทั่วๆ ไปนั่นเอง ท่อไอเสียออกแบบการเดินท่อลอดช่องออกทางด้านขวา และที่ตัวปลายท่อจะมาพร้อมฝาครอบท่อขนาดใหญ่ที่หากดูผ่านตาแล้วมักจะคิดว่า เป็นตัวท่อขนาดใหญ่ทั้งใบ ให้เสียงที่นุ่มนวลน่าฟังเลยทีเดียว

1415

ระบบกันสะเทือนที่ติดตั้งอยู่ใน CR5 คันนี้ด้านหน้าติดตั้งมาแบบโช้คอัพเทเลสโคปิคขนาดยาว ตัวกระบอกเองมีสีเทามาพร้อมกับการ์ดกันโช้คสีดำ สามารถที่จะปรับความอ่อนแข็งของตัวโช้คได้ ส่วนด้านหลังเป็นโช้คอัพเดียว สามารถปรับความอ่อนแข็งของตัวโช้คได้อีกเช่นกัน ด้านหลังสวิงอาร์มแบบเหลี่ยมสีดำพร้อมบังโซ่สไตล์สปอร์ต ระบบห้ามล้อเป็นแบบดิสก์เบรกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ด้านหน้ามาพร้อมคาลิปเปอร์ลูกสูบคู่สีดำพร้อมจานดิสก์เดี่ยวด้านขวาขนาดใหญ่ส่วนด้านหลังก็เป็นแบบดิสก์เบรกเดี่ยวเช่นกัน ล้อแม็กแบบห้าก้านสีดำขนาด 17 นิ้ว ด้านหน้ารัดด้วยยาง 100/80-17 M/C 52P และยางหลังรัดด้วยยางขนาด 130/70-17 M/C 62P

1617
19

และแล้วก็ถึงเวลาทดสอบเจ้า GPX Racing CR5 แบบฉบับของ GreatBiker
45

6
เมื่อเราพร้อมที่จะทดสอบสมรรถนะของเจ้า GPX Racing CR5 คันนี้ ตั้งแต่ได้ขึ้นคร่อมมัน ก็รู้สึกได้ถึงท่านั่งสบายๆ เบาะนุ่ม ดูแล้วน่าจะควบคุมมันได้ไม่ยาก และเมื่อได้บิดลูกกุญแจ มาตรวัดหน้าปัดรอบเครื่องยนต์กวาดวัดรอบพร้อมทำงาน ระบบไฟต่างๆ พร้อม กดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ เสียงรอบเครื่องเดินเบาฟังแล้วรู้สึกได้ถึงความนุ่มและเงียบ มาลองดูกันกับอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ รถคลาส 150 ซีซีจากฝีมือของคนไทย ซึ่งในการทดสอบจากสนามจริงครั้งนี้จะแบ่งการทดสอบออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกัน นั่นก็คือ การทดสอบเจ้า CR5 ในเส้นทางลาดชัด ขึ้นเขาลงห้วยกันสักหน่อยกับเส้นทางนอกเมืองที่จะรีดสมรรถนะของตัวเครื่องยนต์กันแบบเต็มเหนี่ยว และเส้นทางการขับขี่แบบในเมืองที่จำลองการใช้งานในชีวิตประจำวัน เมื่อเราได้สัมผัสกับแฮนด์จับโดยมีปลอกแฮนด์หนังหุ้มอยู่ พร้อมที่จะให้เราเปิดคันเร่งพุ่งทะยานไปข้างหน้า เมื่อได้กำคลัทช์มือ ก็รู้สึกได้ถึงความนุ่มของคลัทช์ที่ปรับเซตมาจากโรงงานได้ดีไม่น้อย ไม่หนักหรือเบาจนเกินไป ตบเกียร์แรก ก็รู้สึกได้ถึงแรงม้าที่มีซ่อนอยู่ในตัวรถคันนี้ ซึ่งในตอนเริ่มแรกเราได้ทำการทดสอบมันภายในเมือง GPX Racing CR5 ถือว่ามันตอบโจทย์ได้ดีไม่น้อยสำหรับการใช้งานในเมือง เพราะด้วยน้ำหนักของตัวรถที่มีน้ำหนักเบาทำให้ควบคุมได้อย่างใจสั่ง ระบบเกียร์มีความต่อเนื่องกัน ไม่แสดงอาการกระตุกของตัวเกียร์ให้เห็นแต่อย่างใด การเรียกรอบ เร่งแซงก็ถือว่าทำได้ไม่ผิดหวัง ในรอบต้นๆ มาเร็วและแรง ทำได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแน่นอนว่าด้วยการจราจรที่ติดขัด ก็อาจจะทำให้ยังไม่ค่อยจะได้เห็นพละกำลังของตัวเครื่องยนต์มากเท่าไรนัก ระบบกันสะเทือนสำหรับสนามการทดสอบในเมืองครั้งนี้ ถือว่าสอบผ่าน แม้ด้านหลังจะให้ความรู้สึกถึงในเรื่องของการดูดซับแรงกระแทกไม่มากเท่าด้านหน้าก็ตาม แต่ด้วยตัวเบาะนั่งที่นุ่มนิ่มก็พอที่จะหักล้างกันได้อย่างลงตัว ระบบเบรกที่ใช้ควบคุมการหยุดรถ ก็หยุดได้ดี สามารถทำงานร่วมกับ Engine Brake ได้อย่างเหมาะสม (ซึ่งเราต้องการเพียงแค่ทดสอบเท่านั้น) รอบเครื่องเดินเบา ขณะจอดติดไฟแดง ก็ยังฟังแล้วดูหล่อๆ แต่ถ้าหากเครื่องมีความร้อนระดับหนึ่ง เวลาที่เราตอนติดไฟแดงอยู่จะทำให้รู้สึกถึงไอร้อนที่พุ่งขึ้นมาที่ตัวขาของผู้ขับขี่ ก็สืบเนื่องมาจาก CR5 ใช้ระบบการระบายความร้อนของเครื่องยนต์ด้วยอากาศ ในเรื่องของการทรงตัวอาจจะทำให้รู้สึกว่าเมื่อยแขนเมื่อยมือ เพราะด้วยรูปทรงของตัวแฮนด์บาร์ที่สูงและรู้สึกว่ามันกว้างไปหน่อยกับการขับขี่ที่ไม่ค่อยได้ลากยาวสักเท่าไร ทำให้ท่านั่งต้องเกร็งเล็กน้อย ดูแล้วไม่ค่อยจะเป็นธรรมชาติ เพราะต้องยกแขนกางข้อศอกออกไปสักนิดหน่อย (ในส่วนนี้อาจจะต้องปรับตัวให้เข้าตัวรถสักระยะหนึ่ง ก็คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไร)
22
2

เราหลีกหนีชีวิตที่วุ่นวายในเมืองกันสักหน่อย พาเจ้า CR5 ออกไปทดสอบด้านนอกเมืองวิ่งขึ้นดอยกันยาวๆ โดยสถานที่ที่เราใช้ทดสอบและถ่ายทำครั้งนี้ อยู่ในเส้นทางของเชียงใหม่ – สะเมิง แน่นอนว่า หากใครที่เคยไปอำเภอสะเมิงจะรู้ว่าเส้นทางการทดสอบนั้น เป็นอย่างไร ไม่วาจะเป็นในลักษณะของการทดสอบขับขี่ขึ้นดอย ลงดอย การเล่นโค้งต่างๆ การทดสอบระบบ Engine Brake ควบคู่ไปกับระบบเบรกแบบดิสก์หน้า – หลัง สำหรับอัตราเร่งของเครื่องยนต์ ในการทดสอบเส้นทางนอกเมือง ทำให้เรารู้สึกได้ถึงพละกำลังที่อาจจะน้อยเกินไปสักนิด เพราะรับรู้ได้ถึงอาการสั่นสะเทือนของตัวเครื่องยนต์ เอง กับความเร็วตีนปลายที่ราวๆ 125-127 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่โดยรวมของการทดสอบแล้ว ในเรื่องของการทรงตัวก็ถือว่าค่อนข้างที่จะโอเค กับเนื้อยางที่ปรับเซตมาจากโรงงาน อาจจะมีบ้างในบางครั้งเรื่องของการเข้าโค้ง เนื่องจากตัวรถมีน้ำหนักเบา สำหรับการควบคุมแฮนด์กับระบบเบรกให้มีความสัมพันธ์กัน และอาจจะต้องระวังสักนิดสักหน่อย อาจจะต้องเรียนรู้และสร้างความคุ้นเคยกับตัวรถ ส่วนในเรื่องของการยึดเกาะถนนทางลาดชัน ก็ถือว่าทำได้ดีระดับหนึ่ง

20

ในเรื่องของอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันสำหรับการทดสอบการวิ่งในเมือง มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 31-32 กิโลเมตรต่อลิตร และการวิ่งทดสอบนอกเมือง ถือว่าทำอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ดีกว่าอยู่ที่ราวๆ 35 กิโลเมตรต่อลิตร ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง ไม่กินน้ำมันอย่างที่คิดไว้สักเท่าไร สามารถที่จะควบคุมมันได้ผ่านทางทักษะการขับขี่ของแต่ละคนนั่นเอง

23
3

สรุปแล้วถ้าให้เราเลือกจากสนามการทดสอบครั้งนี้ทั้งสองสนาม คิดว่าเจ้า GPX Racing CR5 คันนี้ คงจะเหมาะกับการใช้งานในเมืองได้ดีกว่า การใช้งานเพื่อการออกทริปสำหรับระยะทางไกลๆ แต่ถ้าหากต้องการออกทริปจริงๆ แล้ว อาจจะต้องจอดพักเครื่องยนต์มากครั้งสักหน่อย เพราะด้วยขนาดเครื่องยนต์ที่มีซีซีไม่มากนักนั่นเอง หากเพื่อนๆ ชาว GreatBiker ที่อาจจะกำลังมองหา รถซีซีปานกลาง ไม่มากไป ไม่น้อยไป และไม่ยึดติดกับแบรนด์ยี่ห้อสักเท่าไร เจ้า GPX Racing CR5 คันนี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับการเริ่มต้นฝึกฝน เพื่อก้าวไปสู่การเป็นไบค์เกอร์ซีซีสูงที่มีทักษะการขับขี่ที่ดีและมั่นคงในอนาคตนั่นเอง

ชมวิดีโอการรีวิวแบบเต็มๆ จากทาง GreatBiker ได้ที่นี่

faLdVZ.gif
faL7SI.gif
fP0tnR.jpg
fP01d0.jpg
fbIHm8.gif