รายละเอียดของ 2018 Honda CB1300SF/SB เวอร์ชั่น SP

004-29

หลังจากที่เปิดตัวรุ่นพิเศษของเจ้า 2018 Honda CB1300 ทั้งโมเดล SF และ SB ไปเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ก็มีกระแสตอบรับมากมายจากทั้งแฟนบอยชาวญี่ปุ่นและชาวไทย ที่อยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมของเวอร์ชั่นพิเศษนี้ โดยเรา GreatBiker ได้นำข้อมูลเหล่านี้มาจาก Young-Machine นิตยสารชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่นที่ลงรายละเอียดความพิเศษของเจ้า SP เวอร์ชั่นมาให้เพื่อนๆได้อ่านกันครับ


2018 Honda CB1300SB SP


2018 Honda CB1300SF SP

เรามาดูสเปกพื้นฐานของเจ้า 2018 Honda CB1300 กันก่อน โดยเครื่องยนต์ที่ทาง Honda ได้เลือกใช้งานนั้นจะมาในรูปแบบของเครื่องยนต์ขนาด 1,284 ซีซี 4 ลูกสูบเรียง แบบ DOHC ให้แรงม้าสูงสุดที่ 110 PS ที่ 7,500 รอบต่อนาที โดยในรหัส SF นั้นจะเป็นรูปแบบของรถมอเตอร์ไซค์ Naked Bike และรหัส SB จะมาในรูปแบบ Half Fairing โดยชุดสีของ SP เวอร์ชั่นนั้นจะถอดแบบสีมาจาก Honda CB750 FC รถเนกเกตต้นตระกูลเมื่อ 25 ปีก่อน ด้วยโทนสีแบบ Tribologically หรือแบบสามสี เงินเข้ม ขาว และแดง มีชื่อสีพิเศษนี้ว่า Pearl Hawks Eyes Blue



เปรียบเทียบระหว่างรุ่นปกติและ SP

โดยความแตกต่างของเจ้า SP และเวอร์ชั่นปกติ จะอยู่ที่ระบบช่วงล่างที่ทาง Honda ได้ทำการร่วมมือกับ Ohlins แบรนด์ระบบกันสะเทือนระดับโลกจากประเทศสวีเดน ที่พัฒนาช่วงล่างเฉพาะมาให้กับเจ้า 2018 CB1300 เป็นพิเศษ โดยระบบกันสะเทือนหน้านั้นจะยังคงเป็นแบบ Telescopic ธรรมดา แต่จะสามารถปรับค่าการยืดตัวหดตัว ได้อย่างอิสระและเต็มรูปแบบและมาในชุดสีทองที่โดดเด่นสะดุดตา และระบบกันสะเทือนหลัง แบบ Monoshock มี Sub-Tank มีการตั้งค่าแบบพิเศษจากโรงงาน และมีความยาวแตกต่างจากรุ่นปกติถึง 8 มิลลิเมตร


ระบบเบรกหน้าจะได้รับปั้มเบรกใหม่ของ Brembo แบบ Radical Mount 4 พอร์ต พร้อมกับดิสก์เบรกแบบคู่ขนาด 310 มิลลิเมตร โดยปั้มเบรกตัวนี้จะเป็นรุ่นเดียวกับที่ติดตั้งใน Honda CBR1000RR SP1 รุ่นพิเศษของเจ้า Fireblade นั่นเอง โดยจะมาแทนที่ปั้มเบรกเดิมของ Nissin


ส่วนอื่นๆ ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ก็จะมีกล่อง ETC ที่อยู่ใต้เบาะที่นั่งจะถูกอัพเกรดให้เป็นเวอร์ชั่น 2.0 และยังเพิ่มช่องเสียบชาร์จไฟสำหรับสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์พกพาขนาด 12V DC โดยจะยังคงมี กริปแฮนด์ Heater เป็นอุปกรณ์มาตรฐานเหมือนรุ่นปกติ


001-8

สำหรับเจ้า 2018 Honda CB1300SF/SB SP เวอร์ชั่นนั้นจะวางจำหน่ายที่ประเทศญี่ปุ่นในเดือนกันยายนนี้ โดยจะมีราคาแตกต่างจากรุ่นปกติที่ 400,000 เยน หรือประมาณ 118,000 บาท และจะวางจำหน่ายเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น หากเพื่อนๆ ท่านใดสนใจก็ต้องพึ่งพาผู้นำเข้าอิสระแล้วล่ะครับงานนี้

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.young-machine.com

faLdVZ.gif
faL7SI.gif
9SUjG9.jpg
9SQJ9D.jpg
k7nG58.gif
3GEwo1.gif
kugwcP.jpg