ยางมอเตอร์ไซค์และความแตกต่างในการใช้งาน

Advice_MainVisual_OriginalEquipment

ยางมอเตอร์ไซค์เป็นส่วนประกอบหนึ่งของตัวรถที่มีความสำคัญในลำดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ เพราะมันเป็นเพียงส่วนเดียวของตัวรถที่สัมผัสกับพื้นถนน และถือว่าเป็นสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญในการตรวจสอบความพร้อม อยู่เสมอๆ

และครั้งนี้ถือว่าเป็นการบอกเล่าถึงข้อมูลของ “ยาง” ในแบบฉบับของเราทีมงาน GreatBiker ให้เพื่อนๆได้มีความรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ในแบบพื้นฐานกันก่อนนะครับ

การเลือกใช้ยางแต่ละประเภทนั้นก็มีส่วนสำคัญ และควรเลือกให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน ในแง่มุมของยางมอเตอร์ไซค์นั้นแบ่งแยกได้ 2 ชนิดหลักคือ “ยางที่มียางใน” หรือยาง Tube Tyre  และ “ยางที่ไม่มียางใน” หรือ Tubeless Tyre ซึ่งสามารถแยกออกตามประเภทการใช้งาน ตามรูปลักษณ์ของรถมอเตอร์ไซค์หรือการเลือกใช้ตามรูปแบบของเส้นทางที่เราจะเลือกใช้ยางให้สอดคล้องกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควรจะคำนึงถึงความปลอดภัยในส่วนนี้เป็นหลัก

Road Tyre หรือยางถนน
รูปแบบยางประเภทนี้เราสามารถหาได้ทั่วไปตามท้องตลาด โดยผู้ผลิตยางแต่ละยี่ห้อก็จะเลือกใช่ส่วนประกอบของยางที่แตกต่างกันออกไป เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคได้เลือกใช้งานตามความต้องการ และสภาพคล่องของแต่ล่ะบุคคล

โดยรูปแบบของยางประเภทนี้จะเป็นรูปแบบของยางที่มีดอกและลายที่แตกต่างกันออกไปแล้วแต่ยี่ห้อและรุ่น ส่วนลักษณะการใช้งานก็ตามชื่อของมันเลยคือยางที่ใช้บนถนนทั่วไป โดยตัวยางนั้นจะมีความเข้าใจที่ผิดๆ อยู่นั่นก็คือเรื่องของดอกยางและลายของยาง ต้องบอกเลยว่าดอกยางคือส่วนที่จะทำหน้าที่เพื่อยึดเกาะถนน ส่วนลายของมันนั้นจะทำหน้าที่ในการรีดเอาสิ่งที่ไม่ถึงประสงค์ออกไปเช่น น้ำ ทราย ฝุ่น หรือหิน นั่นเอง ซึ่งลวดลายนั้นก็เป็นส่วนของความสวยงามและเป็นอีกหนึ่งส่วนที่ช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อ

ส่วนการเลือกยางให้เหมาะสมกับตัวรถของเรานั้นอาจจะต้องเลือกโดยปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ หรือพนักงานขาย โดยเราสามารถบอกถึงความต้องการของเรากับผู้รู้จะดีกว่า

Touring Tyre หรือยางสำหรับรถทัวร์ริ่ง
ยางชนิดนี้มีหลายคนเรียกกันว่า “ยางฮาล์ฟ” เพราะความพิเศษของยางชนิดนี้ก็คือเรื่องของ ผิวสัมผัสที่จะมีความแข็งมากกว่า และมีลายของยางที่มีความลึกกว่ายางแบบ Road Tyre และแน่นอนว่าด้วยลายยางที่ลึกนั้นเหมาะสำหรับการใช้งานในเส้นทางกึ่งๆ แต่ไม่ถึงกับ Off – Road ที่มีทางเป็นโคลนหรือทรายแบบเต็มรูปแบบ มันเหมาะกับเส้นทางที่เป็นถนนพื้นแข็งหรือทางดินมากกว่าทาง Off – Road

ด้วยลักษณะของยาง Touring Tyre นั้นไม่เหมาะกับการทำความเร็วสูง เพราะความลึกของลายยางที่เน้นการใช้งานในการขจัดสิ่งที่ไม่ถึงประสงค์ได้ดีกว่า ซึ่งความลึกนี้เมื่อสัมผัสกับพื้นถนนแล้วจะมีช่องว่างและมีส่วนของอากาศอัดอยู่ในร่องของลายยาง เกิดเป็นแรงดึงและแรงเฉื่อยทำให้การหมุนรอบของตัวยางมีความเร็วที่ไม่สม่ำเสมอ ดังนั้นยางประเภทนี้เหมาะกับการทำความเร็วที่ไม่เกิน 160 -180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

Motorbike tyres

Chopper And Cruiser Tyre ยางสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่
ความแตกต่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนของยางรถประเภทนี้ก็คือ ขนาดความกว้างของหน้ายาง ที่มีขนาดที่ใหญ่กว่ายางประเภทอื่นๆ ความลึกของร่องยางนั้นจะมีความลึกที่ใกล้เคียงกับยางประเภท Road Tyre แต่จะมีลวดลายที่ละเอียดกว่า ซึ่งมันจะสอดคล้องกับลักษณะการใช้งานของตัวรถที่เน้นหนักในการวิ่งบนถนนทางเรียบด้วยร่องของบางที่มีความละเอียดนั้นจะช่วยในเรื่องของการขับสิ่งที่ไม่พึ่งประสงค์ออกไป และลดเสียงรบกวนจากการเสียดสีของยางและพื้นถนน และช่วยในเรื่องของการควบคุมตัวรถให้ง่ายขึ้น

ผิวสัมผัสของตัวยางนั้นจะมีความแข็งในระดับปานกลางและเสริมความแข็งในบริเวณด้านข้างของยางให้มีผิวสัมผัสที่ยึดหยุ่นได้ดีกว่ายางในประเภท Road Tyre และ Touring Tyre เพื่อการใช้งานในการเข้าโค้งที่นุ่มนวลกว่าและปลอดภัยมากกว่า

Off-road-motorbike-tyre

Off – Road Tyre หรือยางวิบาก
ชื่อก็บ่งบอกถึงประเภทได้อย่างชัดเจน โดยยาง Off – Road นั้นส่วนมากจะมาในรูปแบบของยาง Tube Tyre หรือยางที่มียางใน นั้นก็เพราะว่าวงล้อของรถในแนววิบากนั้นส่วนมากจะมาในรูปแบบของล้อซี่ลวด ที่สามารถลดแรงกระแทกที่เกิดจากการกระโดด และลดแรงเสียดทานของตัวยางและวงล้อได้ดีกว่าล้อแม็กที่ใช้กันในรถประเภทอื่นๆ

ความพิเศษของยางประเภทนี้ก็คือหน้าสัมผัสนั้นจะมีความแข็งที่น้อยกว่า และดอกยางที่มีจำนวนที่น้อยกว่า ยางประเภทอื่นๆ ที่ได้กล่าวมา แต่จะเพิ่มในส่วนของความลึกของร่องบางที่จะลึกกว่ายางประเภทอื่นๆ นั้นก็เพราะประเภทการใช้งานของมันที่เน้นในลักษณะการรีด ขจัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกจากเนื้อยาง เช่น น้ำ โคลน หิน ฝุ่น และทรายเป็นต้น ขอบด้านข้างของยางประเภทนี้จะมีความแข็งมากกว่ายางประเภทอื่นๆ อีกด้วย

ยาง Off – Road สามารถวิ่งบนถนนแบบ On – Road ได้หรือไม่ ถ้าให้ตอบตรงนี้ก็บอกเลยว่าได้ครับ ไม่ถึงกับผิดอะไรมากมายนัก แต่ด้วยร่องของยางที่ลึกเป็นพิเศษนี้จะทำให้เกิดช่องว่างระหว่างบางกับพื้นถนนที่มากกว่ายางประเภทอื่นๆ ซึ่งสิ่งที่ตามมาก็คือ เสียงรบกวนที่ออกมาจากยางจะดังกว่า และอาการสั่นสะท้านของตัวรถจะมีให้เห็นกันมากกว่า เมื่อเทียบกับยางประเภทอื่นๆ อาการมือชาหลังจากการขับขี่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าการใช้ยางแบบ Road Tyre ที่ตรงต่อลักษณะการใช้งานนั่นเอง

Sport Tyre หรือยางสปอร์ต
แน่นอนว่าชื่อยางก็บอกอย่างชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นยางสปอร์ต โดยยางประเภทนี้จะมีผิวสัมผัสที่นุ่มที่สุดเมื่อเทียบกับประเภทของยางต่างๆ ดอกยางมีจำนวนที่มากกว่า เพื่อการช่วยในการยึดเกาะที่ดีกว่า และความเสถียรในการหมุนต่อรอบนั้นจะมีความสม่ำเสมอกว่าประเภทอื่นๆ ความลึกของร่องลายยางนั้นจะเน้นการรีดน้ำ เป็นหลักซึ่งมันจะมีความลึกที่ไม่มากนัก

โดยยางประเภทนี้จะเน้นที่การยึดเกาะถนนทางเรียบเป็นหลัก ยิ่งเมื่ออุณหภูมิของยางนั้นมีความร้อนที่พอดีแล้วจะยิ่งเกาะถนนมากขึ้น แต่จะต้องแลกมากับการสึกหรอที่รวดเร็ว การหมุนของตัวยางจะมีความสม่ำเสมอทำให้การเคลื่อนที่ของตัวรถนั้นไปได้ดีกว่ายางประเภทอื่นๆ จึงทำให้ยางประเภทนี้นิยมใช้กันเป็นอย่างมากในสนามการแข่งขัน ส่วนการใช้ในชีวิตประจำวันเมื่อเทียบกับถนนในบ้านเราแล้ว ก็พอจะใช้งานได้ในระดับหนึ่ง นั่นก็เพราะถนนบ้านเรานั้นมีสิ่งที่ไม่พึงประสงค์อยู่พอสมควร และด้วยความลึกของร่องยางนั้นอาจจะไม่สามารถทำงานได้ตรงกับลักษณะของมันอย่างชัดเจนและเต็มที่นั่นเอง

ทุกวันนี้มียางหลากหลายยี่ห้อ และคุณภาพที่แตกต่างกันไป ความแตกต่างในเรื่องของราคานั้นจะมีส่วนประกอบ หรือวิธีการผลิตที่แตกต่างกันออกไป โดยมูลค่าจะถูกหรือแพงนั้นหากเราเลือกยางได้ตรงกับประเภทการใช้งานมันจะตอบโจทย์ได้อย่างชัดเจนกว่าเลือกยางที่ราคาของมัน ซึ่งปัจจุบันแล้วมาตรฐานของการผลิตยางนั้นก็มีมาตรฐานที่สูงขึ้นรวมไปถึงการนำนวัตกรรมต่างๆมาใส่ในตัวยางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของตัวยางเอง ดังนั้นขึ้นอยู่ที่ตัวเราเองแล้วว่าจะเลือกยางแบบไหนที่เหมาะกับรถ และการใช้งานของเพื่อน ซึ่งแน่นอนว่าหากเราเลือกยางที่ตรงกับการใช้งาน ความสนุก และความปลอดภัยในการขับขี่ก็จะได้เป็นตอบแทน

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก  www.oponeo.co.uk

faLdVZ.gif
faL7SI.gif
fP0tnR.jpg
fP01d0.jpg
k7nG58.gif
k7nBTa.gif
kugwcP.jpg