พาเดินชมบูธยามาฮ่า ภายใต้แนวคิด “ยามาฮ่าโรงรถแห่งอนาคต : เสียงกังวานแห่งอนาคต” ที่งาน Tokyo Motor Show 2017

All tech yamaha

The 45th Tokyo Motor Show 2017 Yamaha Future Garage : Resonate the Future ยามาฮ่าโรงรถแห่งอนาคต : เสียงกังวานแห่งอนาคต ที่สุดแห่งยนตกรรมสองล้อ ที่มาพร้อมสุดยอดเทคโนโลยีของยามาฮ่ามอเตอร์ บริษัท ยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด นำสุดยอดเทคโนโลยีของยามาฮ่ามาจัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่ในมหกรรมยานยนต์ระดับโลกอย่าง “โตเกียวมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 45” (The 45th Tokyo Motor Show 2017) โดยครั้งนี้ยามาฮ่าเนรมิตบูธสุดล้ำสมัย ภายใต้แนวคิด “ยามาฮ่าโรงรถแห่งอนาคต : เสียงกังวานแห่งอนาคต” (Yamaha Future Garage : Resonate the Future) พร้อมเปิดตัวโมเดลใหม่ครั้งแรกในโลกพร้อมกันถึง 6 รุ่น เพื่อให้สาวกยามาฮ่าได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม ถึง วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 ณ ศูนย์ประชุมเดอะโตเกียวบิ๊กไซท์ (the Tokyo Big Sight) โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

สำหรับบูธ “ยามาฮ่าโรงรถแห่งอนาคต : เสียงกังวานแห่งอนาคต” ยามาฮ่าเตรียมยกทัพผลิตภัณฑ์ยานยนต์มาจัดแสดงด้วยกันมากกว่า 20 รุ่น โดยจะมีการเปิดตัวโมเดลใหม่แบบเวิลด์พรีเมียร์ครั้งแรกของโลกในงานนี้ด้วยกันถึง 6 รุ่น และมีอีก 4 รุ่นที่จะทำการเปิดตัวเป็นครั้งแรกที่ญี่ปุ่น นอกจากจะนำรถจักรยานยนต์มาจัดแสดงหลากหลายโมเดลแล้ว ยามาฮ่า ยังได้นำยานยนต์อื่นๆ มาจัดแสดงภายในบูธ รวมไปถึงจักรยานพลังงานไฟฟ้า (electrically power-assisted bicycles), สกู๊ตเตอร์ (scooters), รถขับเคลื่อนแบบ Leaning Multi-Wheelers (LMW), และรถต้นแบบดีไซน์คอนเซปท์อื่นๆ ที่แสดงให้เห็นถึงสุดยอดเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของยามาฮ่าได้อย่างชัดเจน นอกจากนั้นภายในบูธ “ยามาฮ่าโรงรถแห่งอนาคต : เสียงกังวานแห่งอนาคต” ยังมีการจัดแสดงเทคโนโลยีของยามาฮ่าอันได้แก่ เครื่องยานยนต์ทดลอง (experimental machine) เพื่อให้ผู้เข้าชมได้ร่วมค้นหารูปแบบการขับเคลื่อน โดยผู้ขับขี่จะประสานเป็นหนึ่งเดียวกับพาหนะเพื่อสร้างการขับเคลื่อนตามสไตล์ของแต่ละบุคคล พร้อมกันนี้ยามาฮ่ายังได้จัดแสดงหุ่นยนต์ขับขี่มอเตอร์ไซค์อัตโนมัติหรือ “หุ่นฮิวแมนนอยด์” (an autonomous motorcycle-riding humanoid robot) ให้ชมอีกด้วย ซึ่งผู้เข้าชมบูธจะได้สัมผัสประสบการณ์ “ever-growing world of personal mobility” หรือ “การเติบโตอย่างไม่สิ้นสุดแห่งนวัตกรรมการขับเคลื่อนส่วนบุคคล” ที่เป็นเอกลักษณ์ของยามาฮ่าที่ถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนวัตกรรมการขับเคลื่อนยานยนต์ขนาดเล็กอย่างแท้จริง โดยภายในบูธ “ยามาฮ่าโรงรถแห่งอนาคต : เสียงกังวานแห่งอนาคต” ทำการแบ่งออกเป็นโซนหลักๆ ได้ดังนี้

โมโตรอยด์ (รถต้นแบบเรเฟอเรนซ์วิฮีเคิล) MOTOROiD (Reference vehicle)
เพื่อเป็นการเปิดประสบการณ์ในแบบ คันโด* ยามาฮ่าได้มีการใช้เครื่องยานยนต์ทดลอง (experimental machine) ที่ผนวกเข้ากับปัญญาประดิษฐ์เพื่อค้นหาการสร้างรูปแบบการขับเคลื่อนยานยนต์เฉพาะบุคคลโดยที่ผู้ขับขี่จะประสานเป็นหนึ่งเดียวกับพาหนะ แนวคิดการพัฒนาโมโนรอยด์นี้ถือเป็น “Unleashed Prototype” หรือ ต้นแบบแห่งการปลดปล่อยสู่ความเป็นอิสระอย่างแท้จริง โดยที่มันมีความสามารถในการจดจำเจ้าของรถ รวมไปถึงความสามารถในการสื่อสารกับผู้ขับขี่ได้เสมือนเป็นสิ่งมีชีวิต ทั้งนี้ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งในการสร้างยานยนต์ในรูปแบบดังกล่าว และยามาฮ่าก็ได้ตั้งเป้าหมายเพื่อที่จะสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่จะสามารถเสริมสร้างคุณค่าให้แก่ตัวลูกค้าได้

*คันโด (Kando) เป็นภาษาญี่ปุ่น หมายถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นพร้อมกันจากความพึงพอใจและความตื่นเต้นจากการได้สัมผัสสิ่งที่ไม่สามารถหาคำใดๆ มาบรรยายความรู้สึกนั้นได้



โมโตบอท V2 (ความก้าวล้ำแห่งเทคโนโลยี) MOTOBOT Ver. 2 (Technology exhibit)
โมโตบอท V2 เป็นหุ่นยนต์ขับขี่รถจักรยานยนต์อัตโนมัติที่ผสมผสานระหว่างรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดเข้ากับเทคโนโลยีหุ่นยนต์ และยังเป็นสิ่งที่ช่วยในการศึกษาวิจัย และพัฒนารถจักรยานยนต์ในส่วนที่ยังไม่สามารถค้นคว้าได้ก่อนหน้านี้ ในส่วนของการทำงานของเจ้าหุ่นยนต์นักบิดนี้พบว่าโมโตบอทสามารถไต่ระดับความเร็วได้จนเทียบความเร็วบนสนามแข่งเลยทีเดียว โดยในปี 2017 ทางยามาฮ่าได้ตั้งเป้าหมายให้โมโตบอทสามารถทำความเร็วได้จนแตะระดับ 200 กม./ชม. ในสนามแข่ง และจะจัดการทดสอบการแข่งขัน Laptime กับ วาเลนติโน่ รอซซี่ เจ้าสนามแห่งโมโตจีพี โดยเจ้าโมโตบอทนี้จะสามารถให้ข้อมูลเชิงเทคโนโลยีที่ซับซ้อนและความรู้ต่างๆ อีกมากมายที่จะช่วยสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจหรือแม้กระทั่งบุกเบิกธุรกิจแนวใหม่ให้เกิดขึ้นได้เลยทีเดียว


MWC-4 (รถต้นแบบเรเฟอเรนซ์วิฮีเคิล) MWC-4 (Reference vehicle)
เพื่อสร้างประสบการณ์แห่งเทคโนโลยีการขับขี่ที่เหนือการกว่าขับขี่รถจักรยานยนต์ธรรมดาๆ ยามาฮ่าได้สร้างรถ Leaning Multi-Wheel (LMW) รุ่นใหม่ที่มีล้อหน้า และล้อหลังแบบคู่ ภายใต้คอนเซปท์ “Half-Sized Mobility” หรือพาหนะขนาดย่อม MWC-4 ขับเคลื่อนโดยการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งระบบขยายระยะ (range-extender) และใช้เทคโนโลยีควบคุมการวางตัว (attitude-control technology) ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกในการขับขี่ที่ต่างออกไปจากยานยนต์อื่นๆ และให้ความสบายที่เหนือกว่าการขับขี่รถจักรยานยนต์ทั่วๆ ไป โดย MWC-4 มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นจากสไตล์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการผสมผสานระหว่างรถจักรยานยนต์ และเครื่องดนตรีได้อย่างลงตัว




YPJ-XC (รถต้นแบบเรเฟอเรนซ์วิฮีเคิล) YPJ-XC (Reference vehicle)
รถต้นแบบรุ่นใหม่ในซีรีส์ YPJ ที่เพิ่มลูกเล่นให้กับรถจักรยานไฟฟ้า (electrically power-assisted bicycles) หรือ e-bikes โดยการพัฒนาต่อเนื่องมาจากรุ่น YPJ-MTB ที่จัดแสดงไปก่อนหน้านี้ในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 44 เมื่อปี 2015 จักรยานรุ่น YPJ-XC ขับเคลื่อนด้วย PW-X rive unit และเป็นรถจักรยานรุ่นที่เข้าใกล้ความเป็นไปได้ในการผลิตออกมาใช้จริง

นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนวัตกรรมที่ทาง Yamaha ตั้งใจพัฒนาเพื่อประโยชน์สูงสุดของเราเหล่าผู้ใช้งานรถมอเตอร์ไซค์ ต้องขอขอบคุณ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ที่ให้เราทีมงาน GreatBiker  ได้มีส่วนรวมในการเดินทางไปรับรู้ถึงนวัตกรรมเหล่านี้ครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ

faLdVZ.gif
faL7SI.gif
9SUjG9.jpg
9SQJ9D.jpg
k7nOgV.gif
3GEgHJ.gif
kugwcP.jpg