ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบคลัทช์ในรถมอเตอร์ไซค์

DFEpcUz

ก่อนอื่นต้องขอบอกด่อนเลยว่าบทความนี้เป็นบทความเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจ ในพื้นฐานการทำงานของสิ้นส่วนรถมอเตอร์ไซค์ รวมไปถึงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลรักษาอุปกรณ์ของรถมอเตอร์ไซค์ ให้รถคู่ใจของคุณอยู่กับคุณไปนานๆ ซึ่งวันนี้ทางทีมงานขอยกเอาเรื่องของคลัทช์ มาให้ความรู้กับเพื่อนๆกันครับ

Image result for motorcycle clutch

หน้าที่ของคลัทช์
หน้าที่ของคลัทช์คือ การปลดกำลังเครื่องยนต์ที่ส่งไปยังล้อขับเคลื่อน หรือตัดกำลังส่งจากคันเร่งที่ส่งไปยังตัวเครื่อง สังเกตง่ายๆ หาดเวลาที่เพื่อนๆ ขับขี่อยู่ตามปกตินั้นเวลาที่เรากำคลัทช์คันเร่งที่เราเดินแบบปกตินั้น จะไม่มีผลต่อกพลังของเครื่องยนต์หรืออยู่ในสภานะเกียร์ว่าง ต่อให้เราเร่งคันเร่งเท่าไหร่ก็จะไม่ส่งผลต่อกำลังของเครื่องยนต์ การทำงานของคลัทช์ในรถมอเตอร์ไซค์นั้นมีด้วยกัน 3 อย่างคือ การเปลี่ยนเกียร์ ป้องกันเครื่องยนต์ดับในขณะที่ไม่ได้อยู่ในเกียร์ว่าง และช่วยในการออกตัวของรถมอเตอร์ไซค์ ดังนั้นหากเราไม่ทำอย่างใดอย่างหนึ่งในสามข้อนี้ ก็ไม่มีความจำเป็นใดๆในการกำคลัทช์นั้นเอง

ประเภทของคลัทช์
หากในมอเตอร์ไซค์ก็จะมีหลักๆ อยู่ 2 แบบคือ แบบคลัทช์ธรรมดาที่แบ่งออกเป็นอีก 2 แบบย่อย คือ แบบแห้ง กับแบบเปียก ซึ่งแบบหลังนี้นิยมใช้กันในรถมอเตอร์ไซค์มากกว่าแบบแห้งที่อายุการใช้งานนั้นค่อoข้างจะสั้น และแบบที่สองคือ แบบอัตโนมัติ ซึ่งเราจะพบเจอกับรถมอเตอร์ไซค์ที่ไม่มีคลัทช์ทุกคัน นั้นก็หมายความว่า รถมอเตอร์ไซค์ทุกคันนั้นมีระบบคลัทช์เพียงแต่เป็นระบบธรรมดาหรืออัตโนมัติเท่านั้นเอง ส่วนประเภทของคลัทช์อัตโนมัตินั้นก็สามารถแบ่งออกได้อีก 2 แบบ คือ 1.แบบใช้แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางของลูกปืน และ 2. แบบใช้คลัทช์สองชุด ซึ่งแบบที่หนึ่งนี้นิยมกันมากในรถที่ไม่มีก้านคลัทช์ที่เราๆ เห็นวิ่งกันบนท้องถนนนั้นเอง

การทำงานของคลัทช์
อย่างที่บอกไปในข้างต้นว่าหน้าที่ของคลัทช์นั้นคือการตัดกำลังจากคันเร่งไปสู่เครื่องยนต์ ซึ่งหลักการทำงานของระบบคลืซ์ที่อาศัยคันบังคับมือ หรือที่เราเรียกกันติดปาดว่า ก้านคลัทช์ โดยมีสายคลัทช์เป็นตัวเชื่อมการทำงานแบ่งออกได้ 2 แบบคือ
1.แบบดัน   คือ คลัทช์ที่ถูกดันออกจากด้านใน
2.แบบดึง คือ แผ่นกดคลัทซ์จะถูกดึงออกด้านนอก

ส่วนประกอบของคลัทช์
ระบบคลัทช์มือแบบธรรมดานั้น แบ่งออกเป็น 5 ส่วนใหญ่ๆ ด้วยกัน ประกอบไปด้วย
1. เสื้อคลัตช์ (Clutch Housing)
2. ดุมคลัตช์ (Clutch Hub)
3. แผ่นคลัตช์ (Clutch Plate)
4. แผ่นกดคลัตช์ (Pressure Plate)
5. ชุดกลไกสำหรับดันหรือดึง

และแบบอัตโนมัติ มีด้วยกันสองแบบ โดยแบบแรก แบบใช้แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางของลูกปืน ประกอบไปด้วย
1. เสื้อคลัตช์ (Clutch Housing)
2. ดุมคลัตช์ (Clutch Hub)
3. จานนำร่องลูกปืน (Roller Guide)
4. ลูกปืน (Roller)
5. สปริง (Reacing Spring)
6. แผ่นรองลูกปืน (Inner Plate)

และแบบที่สอง ระบบคลัทช์สองชุด ประกอบไกด้วย
1. คลัตช์ชุดที่ 1 (First Clutch)
1 1. เฟืองจานคลัตช์ (Gear Primary Drive)
1.2. ตุ้มเหวี่ยงหรือผ้าคลัตช์ (Clutch Assay)
1.3. สปริงดึงผ้าคลัตช์ (Clutch Spring)
2. คลัตช์ชุดที่ 2 (Gear Shifting Clutch)
2.1. เฟืองตัวตาม (Primary Driven Gear)
2.2. ดุมคลัตช์ (Flub)
2.3. แผ่นคลัตช์ (Plate)
2.4. ตัวกดคลัตช์ (Push Piece)
2.5. แผ่นกดคลัตช์ (Pressure Plate)
2.6. แผ่นสปริงหวี (Spring)
2.7. ลูกปืน (Thrust Bearing)

การดูแลรักษา
วิธีการดูแลรักษาที่ดีที่สุดคือ การปรับตั้งคลัทช์ให้มีช่วงฟรี  ซึ่งถือได้ว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเปลี่ยนเกียร์อย่างนุ่มนวลและป้องกันคลัทช์ลื่น คลัทช์ส่วนใหญ่ควบคุมการทำงานด้วยสายเคเบิล และจะมีตัวปรับตั้งคลัทช์ที่ต้นขั้วของก้านคลัทช์ และปลายน๊อตล็อคตัวปรับตั้งที่ส่วนปลายก่อนเข้าถึงตัวเครื่องยนต์ หากเราไม่ตั้งคลัทช์ให้มีช่วงฟรีที่พอเหมาะกับรถแต่ล่ะรุ่นแล้ว อาจจะทำให้สายเคเบิลเกิดอาการไหม้ และอาจจะลามไปถึงการที่เราต้องเปลี่ยนอะไหล่คลัทช์ทั้งยวงได้

มาถึงตรงนี้แล้วเพื่อนๆอาจจะสงสัยกันว่าแล้วระบบคลัทช์น้ำมันล่ะทำไมไม่เอามาพูดถึงบ้าง ต้องบอกเลยนะครับว่าระบบคลัทช์ที่ใช้น้ำมันนั้นมีจำนวนรถที่ใช้ระบบนี้ค่อนข้างน้อยซึ่งส่วนมากจะเป็นรถที่มี CC ค่อนข้างสูง หรือในรถแข่ง และมีค่าบำรุงรักษาที่ค่อนข้างจะแพง จึงจะไม่ค่อยได้พบเห็นในรถมอเตอร์ไซค์เท่าไหร่นัก แต่จะพบมากในรถยนต์ที่นิยมใช้คลัทช์แบบน้ำมัน ซึ่งเราจะนำมาพูดถึงในโอกาสต่อไป

หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับเพื่อนๆ ไม่มากก็น้อยนะครับ และในโอกาสต่อไปจะนำเอาความรู้ดีๆ แบบนี้มาแบ่งปันให้เพื่อนกันอีกครั้งในโอกาสต่อไปครับ

ขอบคุณรูปภาพจาก www.lifesafer.com  www.jmst.com dansmc.com

เรื่องฮิตล่าสุด!
wliJA1.jpg
ZWy4L1.jpg
KhSxjP.gif
KhYxID.gif
ZWMaav.gif
KyS06P.jpg
w4byX1.gif