ครั้งแรกของแบรนด์ไทยในคลาส 400 กับเจ้า Stallions CENTAUR 400

cen-5
เชื่อเหลือเกินว่าหลายๆ คนเฝ้ารอดูเจ้า CENTAUR 400 คันนี้ว่ามันจะออกมาเป็นอย่างไรบ้าง เพราะหลังจากที่ทางค่ายของคนไทยอย่าง Stallions นั้นปล่อยโมเดลออกมาให้ดูกันและเราได้สัมผัสตัวเป็นๆ กันในงาน BIG MOTOR SALE ที่ผ่านมา ถือว่ารูปร่างหน้าตาและสเปคมันค่อนข้างจะโดนใจจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคอรถคลาสสิกเรียกได้ว่าจับตาดูอย่างใกล้ชิดเลยทีเดียว

อย่างที่เราทราบกันดีว่าเจ้า CENTAUR นั้นมีจุดเริ่มมาจาก CENTAUR 150 ที่วางขายกันไปเมื่อประมาณเกือบสองปีก่อน แต่นั่นก็เป็นจุดพลิกของทางค่ายเลย เพราะได้รับความนิยมมากกว่าที่คาดหมาย โดนใจคอคลาสสิกไปตามๆ กัน แม้ว่าจะยังมีปัญหาจุกจิกตามมาให้ได้ยินกันบ้าง แต่ยอดขายของมันก็ยังไปได้เรื่อยๆ และล็อตหลังๆ ก็มีการปรับปรุงแก้ไขกันไป ถือว่าเป็นก้าวที่สำคัญของวงการรถมอเตอร์ไซค์ไทยเลยทีเดียว

และแล้วทางค่ายก็ได้คิดการใหญ่ในการจะทำรถมอเตอร์ไซค์ในคลาส 400 cc เป็นครั้งแรกสำหรับแบรนด์คนไทย การตัดสินใจครั้งนี้ก็ได้รับการจับตามองจากทางผู้ใช้งานและสื่อหลายๆ สำนัก เพราะมันจะเป็นการต่อยอดจากตัว 150 และกับรถแนวคลาสสิกแบบนี้มันเหมาะเหลือเกินที่จะมาทำเป็นแนว custom ต่างๆ ก็ทำให้บรรดำสำนักแต่งรถนั้นคึกคักตามๆ กันไปด้วย

cen-4

โดยแม้ว่าในตอนนี้ยังไม่เปิดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่ก็ได้เปิดเผยสเปคออกมาให้ได้ทราบกันแล้วก็คือตัวเครื่องยนต์นั้นจะใช้ขนาด 397 ซีซี 4 วาล์ว จำนวน 1 สูบ มีท่อไอเสียออกทั้งสองด้าน มองสเปคตรงนี้กันแล้วไม่ต้องเดาให้เสียเวลากันเลยใช่มั้ยครับว่ามันจะถูกปล่อยอกมาลองของชนกับคลาสสิกตัวพ่อจากค่ายญี่ปุ่นอย่าง Yamaha SR400 นั่นเอง ซึ่งแม้ว่าเรื่องของชื่อชั้นจะเทียบกันลำบาก แต่ว่า SR400 นั้นตั้งราคามาค่อนข้างจะสูงลิบทีเดียว (เป็นรถนำเข้า) ที่เกือบสามแสน ซึ่งเชื่อกันว่างานนี้เจ้า Stallions Centaur 400 จะมีราคาที่ถูกกว่าเยอะมากแน่นอน คนที่ชอบรถแนวคลาสสิกแต่ทุนไม่หนาก็น่าจะชื่นชอบรุ่นนี้กันไป

cen-3

เสน่ห์อีกอย่างของรถแนวนี้ก็คือมาสามารถนำมาตกแต่งได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแนว Cafe Racer, Custom, Modern Classic ฯลฯ ตามแต่ใจจะต้องการ โดยมิติของเจ้า Stallions Centaur 400มีขนาด ย x ก x ส อยู่ที่ 2185 x 760 x 1125 mm ระยะห่างระหว่างล้อหน้าและหลังอยู่ที่ 1420 mm ความสูงของเบาะถึงพื้นอยู่ที่ 790 mm โดยเลือกใช้ขนาดของยางหน้า 100/90-19 และยางหลังอยู่ที่ 110/90-18 ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ 5 สปีด ระบบสตาร์ทแบบมือและเท้า ให้แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 30 nm ท็อปสปีดน่าจะอยู่ที่ราวๆ 150 + ในขณะที่ถังน้ำมันนั้นจุได้ 13 ลิตร

cen2

มองจากรอยเดิมที่ตัว 150 จากทางค่ายนั้นตีตลาดได้เป็นอย่างดีแล้ว เชื่อว่าตัวนี้ก็น่าจะเดินรอยตามนั้น มีโอกาสแจ้งเกิดในตลาดคลาสสิกเมืองไทยได้สูงทีเดียว เพราะคู่แข่งยังไม่เขี้ยวกันมาก อย่างไรก็ตามหากว่ามีการวางจำหน่ายกันแล้วหรือเปิดให้ทางสื่อมีการทดสอบ ทางเราจะนำผลการทดสอบมารีวิวให้ฟังกันอีกครั้งก่อนตัดสินใจ กับราคาที่แว่วๆ มาว่าจะจะอยู่ที่ราวๆ แสนต้นถึงแสนกลางๆ

อ่านข่าวบิ๊กไบค์ล่าสุดคลิกที่นี่

faLdVZ.gif
faL7SI.gif
fP0tnR.jpg
fP01d0.jpg
3Ro29k.gif
3Ro5p0.gif
kugwcP.jpg