การกลับมาของ Cagiva ในรูปแบบของแบรนด์มอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้า

CAGIVA 1125 V2 SCHIRANNA

Cagiva ค่ายมอเตอร์ไซค์จากประเทศอิตาลีที่มีประวัติศาสตร์ทั้งในประเทศและระดับโลก ทั้งการทำตลาดและการแข่งขันในรายการใหญ่ๆ Cagiva ก็เคยสัมผัสมาแล้วแทบจะทุกรายการ

Cagiva ก่อตั้งค่ายมอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่ปี 1950 โดย Giovanni Castiglioni โดยได้เอาชื่อของสถานที่ตั้งและผู้ก่อตั้งมาเป็นชื่อแบรนด์ ซึ่งก็คือ CAstigiloni Glovanmi VArese นั้นเอง โดยในช่วงต้นของการเปิดค่ายรถนั้นทาง Cagiva ได้นำเอาเครื่องยนต์ของค่ายรถมอเตอร์ไซค์เพื่อนบ้านอย่าง Ducati ในคลาส 300 -1000 ซีซี มาใช้เป็นขุมกำลังหลัก และได้ทำการพัฒนารูปแบบเครื่องยนต์ 2 จังหวะ เป็นของตัวเองและในช่วงท้ายของการผลิตโมเดลนั้นทางค่ายก็ได้เลือกใช้งานเครื่องยนต์ของ Suzuki อีกด้วย


Cagiva “Stella” ครั้งหนึ่งเคยมาอาละวาดในเมืองไทย

โดยทาง  Giovanni Castiglioni ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Cagiva ก็ได้ดำรงตำแหน่ง CEO ของค่ายรถมอเตอร์ไซค์สัญชาติอิตาเลี่ยนอีกหนึ่งค่าย ซึ่งนั้นก็คือ MV Agusta ซึ่งน้นก็หมายความว่าทาง Cagiva เองก็ได้กลายไปเป็นส่วนหนึ่งของค่าย MV โดยแผนงานปัจจุบันของ Cagiva นั่นก็คือการพัฒนารูปแบบพลังงานไฟฟ้าที่จะมาใช้กับรถมอเตอร์ไซค์


“Giovanni Castiglioni ” ซีอีโอของ MV Agusta ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Cagiva 

“ผมเชื่อในรูปแบบของพลังงานไฟฟ้า ที่จะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาวงการมอเตอร์ไซค์ โดยเราได้เริ่มต้นการพัฒนารถมอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้าไปแล้วในรูปแบบของ รถมอเตอร์ไซค์ Sport และ Off Road ตามแนวทางที่พวกเราถนัด”

“เราได้ศึกษาแนวทางการพัฒนารถมอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้าจากทั้ง Zero และ KTM เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาโมเดลใหม่ ที่จะเปิดตัวในปลายปีนี้ และเตรียมการวางขายจริงในปี 2019” Giovanni Castiglioni ได้กล่าวให้สัมภาษณ์กับสื่อ


Cagiva “Mito” มอเตอร์ไซค์สร้างชื่อของแบรนด์ Cagiva

ทั้งนี้การกลับมาของแบรนด์ Cagiva นั้นจะส่งผลให้ Mv Agusta บริษัทที่เป็นต้นขั้วนั้นมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น และสามารถตอบสนองลูกค้าทั้งกลุ่มที่ยังชื่นชอบรถมอเตอร์ไซค์เครื่องยนต์สันดาป และมอเตอร์ไฟฟ้า ได้ทั้งสองกลุ่ม รวมไปถึงการเปิดช่วงว่างของราคารถที่กว้างมากขึ้น โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนรูปแบบของพลังงานไปใช้ในแบรนด์ที่แตกต่างกัน ซึ่งเราอาจจะได้เห็น Mv Agusta ในรูปแบบของพลังงานไฟฟ้า หรือ Cagiva ที่จะกลับมาใช้เครื่องยนต์สันดาปอีกครั้งก็เป็นไปได้

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก  www.asphaltandrubber.com

faLdVZ.gif
faL7SI.gif
fP0tnR.jpg
fP01d0.jpg
k7nOgV.gif
3Ux9dl.gif
kugwcP.jpg