Greatbiker

Yamaha MT-07 สปอร์ต-เนกเกตพันธ์เท่

rp_2015-Yamaha-MT-07-EU-Extreme-Yellow-Studio-002.jpg
เป็นอีกรุ่นหนึ่งที่ทางค่าย Yamaha Thailand นำเข้ามาโดยตรงจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อทำตลาดในบ้านเรา กับ MT-07 รถสปอร์ต-เนกเกตที่โดดเด่นในเรื่องของการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์มากๆ และยังคงได้กลิ่นอายของแนวสตันท์มากลายๆ ด้วย เน้นการใช้งานในเมืองเป็นหลัก ด้วยแรงบิดที่จัดจ้านเอามากๆ และเป็นงานนำเข้าจากประเทศแม่ ซึ่งเนื้องานและการประกอบส่วนต่างๆ นั้นได้มาตรฐานสูงอย่างแน่นอน เราลองไปไล่เรียงรายละเอียดต่างๆ ของทั้งสเปคและฟีเจอร์ของมันด้วยกันเลยดีกว่าครับ

เรามาเริ่มจากสเปคในสท่วนของขุมกำลังกันก่อนเลย เจ้า Yamaha MT-07 นั้นใช้เครื่องยนต์ขนาด 689 cc 4 จังหวะ แบบ 2 สูบเรียง DOHC แบบครอสเพลนอันเป็นเอกลักษณ์ของ Yamaha ในเจนนี้ไปแล้ว มีขนาดกระบอกสูบ x ช่วงชักอยู่ที่ 80.0 x 68.6 mm ซึ่งเมื่อเรามองจากขนาดความจุของเครื่องยนต์แล้วจะถือว่ามากกว่าคู่แข่งในคลาสเดียวกันอย่าง Kawasaki ER6N และ Honda CB650F ตรงนี้ช่วยให้การออกตัวนั้นแรงกว่า ระบบน้ำมันนั้นจ่ายด้วยระบบหัวฉีด (FUEL INJECTION) ในขณะที่ตัวรถนั้นให้แรงม้ามาที่ 75 ตัวที่ 9,000 รอบต่อนาที ประกอบกับแรงบิด (ทอร์ค) ถึง 68 NM ที่ 6,500 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนด้วยโซ่ และระบบเกียร์ 6 สปีด เมื่อมองจากสเปคตรงนี้แล้วถือว่ามันเป็นรถในระดับ middle-class ที่แรงจัดจ้านเอามากๆ ตัวหนึ่งเลยทีเดียว

Image result
สำหรับในเรื่องของระบบช่วงล่างนั้นก็ถือว่าเป็นที่น่าพึงพอใจ กับเบรกแบบ ABS หน้า-หลัง (ซึ่งตัวพี่ใหญ่อย่าง FZ-09 ที่จำหน่ายในบ้านเรายังไม่มี) ใช้จานดิสก์หน้าคู่ขนาด 282 mm และจานดิสก์หลังขนาด 245 mm ในขณะที่โช๊คหน้านั้นเป็นแบบเทเลสโคปิกขนาด 41 mm และโช๊คหลังเป็นแบบเดี่ยวทำงานร่วมกับสวิงอาร์มแบบอะลูมิเนียม ที่สามารถปรับระยะพรีโหลด (การยุบตัวคืนตัว) ได้ และในส่วนของล้อนั้นเป็นล้ออัลลอย (หรือที่เรานิยมเรียกกันว่าล้อแมกซ์) แบบ 10 ก้าน ยางหน้าจะมีขนาด 120/70-ZR17 ส่วนยางหลังจะมีขนาด 180/55-ZR17

ในส่วนของมิติตัวรถนั้นมีขนาดค่อนข้างกระทัดรัดทีเดียว ด้วยขนาด ยาว 208.5 x กว้าง 74.4 x สูง 108.9 cm และความสูงของเบาะคนขี่นั้นอยู่ที่ 80.5 cm ทำให้เหมาะกับสรีระของคนเอเชียอย่างบ้านเรามากๆ ระยะฐานล้ออยู่ที่ 139.9 cm ส่วนความจุของถังน้ำมันจะให้มา 14 ลิตร สำหรับน้ำหนักตัวนั้นอยู่ที่เพียง 182 กก. ซึ่งนับว่าค่อนข้างเบามากเมื่อเทียบกับรถที่มีความจุเครื่องยนต์ถึง 689 cc และตัวเครื่องยนต์นั้นระบายความร้อมด้วยหม้อน้ำ ส่วนหน้าจอแสดงผลนั้นเป็นแบบดิจิตอลเต็มรูปแบบ และมีไฟแสดงตำแหน่งเกียร์ด้วย ซึ่งนับว่าเป็นอีกจุดหนึ่งที่เหนือกว่าคู่แข่ง

ในส่วนของการขับขี่นั้น อย่างแรกเลยที่น่าประทับใจก็คือท่านั่งในการขับขี่ เจ้า Yamaha MT-07 นั้นถือว่าออกแบบตำแหน่งของแฮนด์บาร์ด้านหน้าได้ค่อนข้างสมดุลย์ระหว่างท่าขี่แบบสปอร์ตและความสะดวกสบายในการวางแขนตามแบบฉบับรถเนกเกต ทำให้เวลาที่เราขับขี่ปกตินั้นก็ขี่ได้ชิลๆ ไปเรื่อยๆ ไม่เมื่อยข้อมือ และในยามที่เราต้องการจะทำความเร็วก็สามารถหมอบลงได้โดยตำแหน่งแขนก็ไม่ได้ฝืนธรรมชาติมากนัก และเนื่องจากตัวโครงรถนั้นเป็นแบบ diamond-type ที่มีน้ำหนักเบาแต่ให้ความแข็งแรงสูง ประกอบกับมิติของตัวรถที่กระชับ ทำให้การใช้งานในเมืองนั้นเหมาะสมเป็นอย่างมาก เราสามารถซอกแซกไปได้อย่างสบายในการจราจรที่ติดขัด และเมื่อต้องการเข้าโค้งแบบหนักๆ (เวลาออกทริป) ก็สามารถพลิกรถได้อย่างแม่นยำ เรียกได้ว่าทำความคุ้นเคยกับตัวรถได้ไม่ยากนัก

และขุมกำลังของเครื่องยนต์ที่ให้มาเหลือเฟือ (สำหรับรถคลาสนี้) การบิดการเร่งก็ทำได้ดีอย่างใจนึก ไม่ต้องลุ้นเวลาต้องการใช้ความเร็ว (เช่นเวลาแซง) แต่อย่างใด แต่เนื่องจากเป็นรถ 2 สูบเรียง เอกลักษณ์ของมันก็คือแรงต้นและกลางที่จัดจ้าน แต่ความเร็วปลายนั้นอาจจะไหลไม่เท่ากับรถ 4 สูบในคลาสเดียวกัน แต่ก็ถือว่าไม่ได้ขี้เหร่อะไร ด้วยท็อปสปีดที่อยู่ราวๆ 200 กม.+ ต่อ ชม. แบบเดิมๆ ซึ่งหากว่าเราติดชิลด์ด้านหน้าเพื่อกันลมแล้วความเร็วสูงสุดน่าจะเพิ่มขึ้นได้อีกหน่อย

โดยรวมแล้วถือว่าเป็นรถแนวสปอร์ต-เนกเกตที่น่าสนใจมากๆ คันหนึ่งในปีนี้ที่จำหน่ายกันในบ้านเราเลยทีเดียว ด้วยสเปคด้านขุมกำลังที่มีให้มากกว่าคู่แข่งในคลาสเดียวกัน แต่ราคาที่ขายถือว่าไม่หนีกันมากนัก โดยขายกันอยู่ที่ 299,000 บาทโดยมีให้เลือกด้วยกันสามสีก็คือ สีเหลือง Reddish Yellow Cocktail, สีเงิน-เทา Matt Silver และ สีดำ-เทา Matt Gray Metallic และเวอร์ชั่นพิเศษอย่าง Moto Cage และใครที่สนใจก็สามารถไปทดลองขี่ที่ตัวแทนจำหน่ายของ Yamaha Bigbike กันได้ตามสะดวก

ขอบคุณภาพจาก totalmotorcycle.com, maxabout.com, yamaha motoplanete.com yamaha-motor.eu

แสดงความคิดเห็นของท่าน

comments