Greatbiker

ท็อป 10 รถบิ๊กไบค์ที่พละกำลังมากที่สุดประจำปี 2016

cc2016

เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดปีแห่งวงการบิ๊กไบค์โดยแท้จริง สำหรับปี 2016 นี้ จากการตบเท้าเรียงหน้าเข้ามาของกองทัพรถมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่จำนวนมากมายในท้องตลาด ทำให้เหล่าไบค์เกอร์ทั้งหลายนั้นอะดรีนาลีนสูบฉีดกันเป็นแถวๆ และเมื่อใกล้จะมาถึงช่วงสิ้นปีอย่างนี้ ทางเราเลยขอรวบรวมเอาสุดยอดรถบิ๊กไบค์ทั้ง 10 คันที่มีพละกำลังแรงม้ามากที่สุด ซึ่งบอกได้เลยว่าแรงม้าในปีนี้นั้นโหดจัดมากกว่าปีที่แล้วเยอะ เราเลยมาไล่เรียงให้เพื่อนๆ ได้เลือกชมว่ามีคันไหนบ้าง

อันดับ 10 Yamaha YZF-R1 แรงม้า 200 hp

ไฮไลท์ของ Yamaha YZF-R1 นั่นก็คือ เครื่องยนต์ตัวใหม่ CP4 Crossplane 4 สูบ ให้กำลัง แรงม้า สูงถึง 200 แรงม้า ที่มาพร้อมด้วยระบบเทคโนโลยีไฟฟ้าอำนวยความสะดวกและปลอยภัยมากมาย อาทิ TCS ระบบป้องกันล้อลื่นไถล, Slide Control ระบบป้องกันการสไลด์, Launch Control ระบบช่วยออกตัว, wheel-lift control ระบบป้องกันการยกล้อโดยไม่ตั้งใจ เป็นต้น

อันดับ 9 Kawasaki ZX-10R แรงม้า 200 hp และวัดได้ 210 hp โดยแรมแอร์

Kawasaki ZX-10R เครื่องยนต์มีขนาดความจุของกระบอกสูบอยู่ที่ 998cc แบบ 4 สูบเรียง 16 วาล์ว DOHC กับขนาดของกระบอกสูบ x ช่วงชักเท่ากับ 76 x 55mm ซึ่งเป็นสเปคที่เน้นความแรงแบบจัดจ้านเอามากๆ ในย่านความเร็วกลางจนถึงปลายสำหรับการทำท็อปสปีดนั่นเอง จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ 6 สปีดและส่งกำลังสุดท้ายด้วยโซ่ ก็ถือว่าเป็นมาตรฐานเดียวกันกับรถที่ทางค่ายนั้นใช้ในการแข่งขัน World Super Bike นั่นเอง

อันดับ 8 Kawasaki ZZR1400 แรงม้า 200 hp (และวัดได้ 210 หากใช้แรมแอร์)

เจ้าสัตว์ประหลาดกระหายเลือดจากค่ายยักษ์เขียวอย่างเจ้า ZX-14R ไปอย่างไม่ต้องสงสัย กับแรงม้าขนาดมหึมาที่ 200 bhp โดยใช้รอบที่ 10,000 รอบถ้วนเท่านั้น แม้ว่าเทคโนโลยีหรือพวกออพชั่นต่างๆ หรือรูปร่างหน้าตามันอาจจะไม่เหนือชั้นหรือทันสมัยมากนัก แต่ดิบๆ แบบนี้แหล่ะเร็วแรงได้ใจเป็นที่สุด ใครที่สนใจแต่เรื่องความแรงเป็นหลักก็ต้องตัวนี้แหล่ะ ตอบโจทย์ดีทีเดียว

อันดับ 7 MV Agusta F4 RR แรงม้า 200.8 hp

MV Agusta F4 RR นั้นด้านเครื่องยนต์นั้นมีขนาด 998cc 4 สูบ 4 จังหวะ 16 วาล์ว DOHC ให้กำลังอัดมาที่ 13.4:1 สตาร์ทไฟฟ้า ขนาดกระบอกสูบ x ช่วงชักเท่ากับ 79 mm x 50.9 mm ให้แรงม้ามาสูงสุดที่ 200.8 ตัวที่ 13,600 รอบต่อนาที และทอร์คนั้นให้มาสูงสุดที่ 111 Nm ที่ 9,600 รอบต่อนาที ตรงนี้เห็นได้ชัดเจนว่าตัวรถนั้นเน้นการทำความเร็วปลายที่ทรงพลังเป็นหลัก การระบายความร้อนนั้นเป็นแบบหม้อน้ำ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดไฟฟ้า ในส่วนของออพชั่นต่างๆ ที่น่าสนใจนั้นก็จะมีในเรื่องของ Traction Control ที่สามารถปรับได้ถึง 8 ระดับ, เซ็นเซอร์ช่วยวัดในตอนแบนโค้ง, Torque control ที่จะช่วยควบคุมแรงบิด รวมไปถึงโหมดในการขับขี่ที่สามารถเลือกได้หลากหลาย ทั้งเลือกเอง หรือจะตั้งแบบอัตโนมัติตามสภาพท้องถนนหรือดินฟ้าอากาศที่แตกต่างกัน ทั้งหมดทั้งมวลนี้จะช่วยให้การขี่นั้นออกมามีประสิทธิภาพมากที่สุด คัลทช์นั้นเป็นแบบเปียก multi-disc ขับเคลื่อนด้วยเกียร์แมนนวล 6 สปีด จากข้อมูลการเทสท์บนไดโนนั้น เจ้า F4RR คันนี้สามารถทำ TOP SPEED ได้สูงสุดที่ประมาณ 300 กม./ชม.

อันดับ 6 Aprilia RSV4 RF / RR แรงม้า 201 hp

อีกหนึ่งซุปเปอร์ไบค์ที่เพิ่งจะเปิดตัวกันในบ้านเราไปเมื่องาน Motor EXPO 2016 ที่ผ่านมานี้ หลายๆ สำนักมองว่ารถ RSV4 RF นั้นเป็นรุ่นที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจากรุ่นเดิมเพื่อให้มันเป็นรถที่ดีที่สุดในคลาสนี้เลยทีเดียว จุดเด่นๆ คือการรวมเอาเทคโนโลยีต่างๆ และอุปกรณ์จำพวกอิเลคทรอนิคส์ที่เด่นๆ มาใส่ไว้ในรถสปอร์ตคันนี้ อย่างระบบ APRC (Aprilia Performance Ride Control) ที่เป็นเหมือนกับมันสมองในการควบคุมระบบช่วยในการขับขี่ ระบบ ATC Traction Control ที่สามารถปรับออพชั่นได้ถึง 8 ระดับ ระบบ ALC (Aprilia Launch Control) ซึ่งเป็นระบบที่เหมาะกับการแข่งในสนามจริงๆ รวมไปถึงระบบ AQS (Aprilia Quick Shift) ที่ช่วยให้เราเข้าเกียร์ได้ต่อเนื่องและสมูธนั่นเอง

อันดับ 5 Ducati 1299 Panigale S/R แรงม้า 205 hp

โดยผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์รายใหญ่จากอิตาลีอย่างค่าย ดูคาติ (Ducati) ได้ทำการอัพเกรดเพิ่มขนาดของเครื่องยนต์เสริมด้วยแรงม้าและแรงบิดให้มีความจัดจ้าน จัดหนักมากกว่าเดิม 1299 Panigale มาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบเดียวกันกับ 1199 Panigale แต่จะมีความจุเพิ่มซีซีขึ้นเป็น 1,285 ซีซี ให้พละกำลังแรงม้าได้ถึง 205 แรงม้า แรงบิด 107 ฟุตปอนด์  พร้อมการติดตั้งแพ็คเกจอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆใหม่ๆ เข้าไป  ซึ่งประกอบด้วยระบบเบรก ABS ที่จะช่วยควบคุมในการเข้าโล้และระบบ Ducati Wheelie Control (DWC) ระบบช่วยในการทรงตัว และระบบอื่นๆ อีกมากมายเรียกว่าจัดให้มาแบบครบครันสมกับรถบิ๊กไบค์ระดับแถวหน้านั่นเอง

อันดับ 4 Kawasaki Ninja H2 แรงม้า 205 hp และวัดได้ 215 hp โดยแรมแอร์

สำหรับเจ้า Kawasaki Ninja H2 เป็นรถสปอร์ตที่ใช้งานได้บนท้องถนนอย่างแท้จริง เรียกว่าใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยพละกำลังเครื่องยนต์ที่มีขนาด 998 ซีซี ประสานระบบการทำงานร่วมกับระบบ Super Charger ที่ให้กำลังแรงม้าสุงสุดถึง 215 ตัว เรียกได้ว่า สามารถขับขี่และเรียกพลังได้ทุกแรงบิต มั่นใจทุกการขับขี่ของคุณได้ด้วยระบบ KTRC (Kawasaki Traction Control) ระบบป้องกันการลื่นไถลที่สามารถปรับระดับได้ตามสภาพการใช้งานให้เหมาะสม

อันดับ 3 MV Agusta F4 RC แรงม้า 212 hp

MV Agusta F4 RC นั้นเป็นรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ที่ประกอบด้วยมือ ไม่ว่าจะเป็นฝาครอบเครื่องที่ผลิตมาจากแมกนีเซียม เหตุผลหลักก็เพื่อต้องการลดน้ำหนักของมัน นอกจากนี้ยังได้เลือกใช้วัสดุไททาเนียมในการผลิตชิ้นส่วนน๊อตสกรู เพื่อให้ทุกชิ้นส่วนมีน้ำหนักเบา ส่วนอื่นๆ เช่นการปรับแต่งส่วนของไอดี ไอเสีย เพื่ออัพเกรดแรงม้า ซึ่งก็ทำให้ได้แรงม้าที่เพิ่มขึ้นมาจากเดิมสูงสุดที่ 212 แรงม้า มีการปรับแต่งชุดต่างๆ ให้เข้ากับตัวกล่อง ECU เพิ่มให้ได้ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ที่ดีที่สุดในทุกรายการ การแข่งขันนั่นเอง

อันดับ 2 Aprilia RSV4 R-FW แรงม้า 230 hp

รถซุปเปอร์สปอร์ตคันนี้มีชื่อรุ่นอย่างเป็นทางการว่า RSV4 R-FW และสามารถนับได้ว่าเป็นรุ่นแมสโปรดักที่วางขายกันทั่วไป แต่ประสิทธิภาพนั้นเทียบเท่าได้กับการแข่งขันระดับสูงเลยทีเดียว กับเครื่องยนต์ขนาด 1000cc  และแรงม้าที่มากกว่า 230 ตัว พร้อมกับออพชั่นต่างๆ แบบจัดเต็ม ซึ่งทางค่ายได้ตั้งใจผลิตออกมาเพื่อโชว์ศักยภาพของทางค่ายมากกว่าที่จะมุ่งเน้นเรื่องยอดขายเพียงอย่างเดียว (หรือเรียกว่าไม่เน้นขายนั่นเอง)

อันดับ 1 Kawasaki Ninja H2R แรงม้า 310 hp และวัดได้ 326 hp โดยแรมแอร์

มาถึงสุดยอดเจ้าพ่อแห่งสัตว์ประหลาดทั้งปวงในวงการบิ๊กไบค์ ที่วางขายในท้องตลาดตอนนี้ สำหรับการเกิดมาของเจ้า Kawasaki Ninja H2R นั้นถูกสร้างขึ้นมาภายใต้แบบฟอร์มของรถสไตล์สปอร์ตไบค์มาตรฐานที่ได้รับการออกแบบให้มีหน้าตาที่ฉีกไปจากเดิม โดยเฉพาะในส่วนของแฟรริ่งที่เป็นแอร์โร่ไดนามิค ที่ได้รับการตรวจสอบ ณ อุโมงค์ที่จังหวัด Gifu ซึ่งเป็นศูนย์กลาง Intense Force Design ระดับไฮเทคของประเทศญี่ปุ่น Kawasaki Ninja H2R มันคือรถที่ให้ค่าของแรงเสียดทานในอากาศน้อยที่สุดเท่าที่เคยผลิตมาสำหรับรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ เพราะ Kawasaki Ninja H2R ได้ทำการวางคอนเซ็พท์ให้เป็นรถที่มีสมรรถนะที่สูงสุดเท่าที่ค่ายยักษ์เขียวอย่าง Kasawaki เคยสร้างมาเลยก็ว่าได้ ด้วยตัวแฟรริ่งที่มีน้ำหนักเบา ที่เรารู้จักกันในวัสดุของ Cabon-FRP ซึ่งเบากว่า แข็งแกร่งกว่าคาร์บอนแบบปกติ ซึ่งจะทำงานร่วมกับแฟร์ริ่งด้านข้างที่เป็นวัสดุโพรี่โพไฟรีน (Polopropylene) ที่ได้รับการออกแบบมาให้เสมือนปีกนกเล็กๆ ที่คอยตัดทอนกำลังแรงลมที่ปะทะจากทางด้านข้าง คือจะให้หลักการเดียวกับเครื่องบิน ซึ่งเหตุผลที่ทำแบบนี้ก็เพื่อต้องการให้ได้ความเร็วที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

ขอบคุณภาพและข้อมูลประกอบจาก visordown.com

แสดงความคิดเห็นของท่าน

comments